พวกเราต่างมีความรู้อยู่ในตัวเอง...บริบทของสงขลานครินทร์เองใครจะมารู้ได้เท่าพวกเรากันเอง...ในปีนี้เราจึงจำลองเวทีหัวหน้าภาคแห่งนี้ใช้การจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือให้พวกเราแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการบริหารงานภาควิชา

           เวทีหัวหน้าภาควิชาเมื่อ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ..เปลี่ยนรูปแบบจากเดิมมาใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันหัวข้อ…บ่มเพาะนักศึกษา:เรียนรู้สมุดความดีของภาควิชาจุลชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ เราเลือกเป็นตัวอย่างการเรียนรู้ครั้งแรกของปีนี้…. ก่อนจัดมีการประสานไปยังภาควิชาเพื่อให้เตรียมคนเล่าเรื่อง..อยากให้มีนักศึกษาที่ใช้สมุดความดีมาร่วมเล่าเรื่องด้วย…ถึงวันจริง…ภาคจุลชีวฯโดย รศ.ดร.ประเสริฐ สันตินานาเลิศ...มาเล่าเรื่องพร้อมกับน้องนักศึกษาที่น่ารักมากๆ อีกสองคน...หัวหน้าภาควิชาคอยเพิ่มเติมประเด็นต่างๆ….ท่านอธิการบดีบอกดิฉั้นว่า

คุณเริ่มเองเลยผมจะฟังและจะแทรกเองถ้ามีจังหวะ คุณขายไอเดียสำเร็จ เหลือแต่แสดงกระบวนการให้ผมเห็น” ทำเอาดิฉั้นตื่นเต้นกว่าปกติ…กระบวนการจะโดนใจท่านหรือเปล่าเนี่ย!….
       เริ่มต้นด้วย...
วีซีดี KM ขับเคลื่อนประเทศไทย30 นาที…เป็นความตั้งใจที่อยากให้ท่านอธิการบดีพร้อมๆ หัวหน้าภาคได้มีโอกาสดูวีซีดีม้วนนี้… คิดเข้าข้างตัวเองในเมื่อเวทีนี้จะเริ่มต้นด้วยการใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้….แบบฟังเพื่อน…ชื่นชมความดีของเพื่อน…จึงรวบเหมาเอาว่าเป็น theme เดียวกัน…ได้ผลค่ะ....เสน่ห์ของวีซีดี มัวนนี้สะกดผู้ชมได้ ถ่ายทอด concept การจัดการความรู้พร้อมตัวอย่างความสำเร็จเล็กๆ ได้อย่างตรงประเด็น....
      จากนั้นเริ่มรายการด้วยความประหม่า.....ทำตัวไม่ค่อยถูก...มีท่านอธิการบดี…รองอธิการบดีที่ดูแลงานกิจการนักศึกษา…และหัวหน้าภาควิชาทั้งหมด
40 คน บอกตรงๆมันขัด ขัดกับวิถีเดิมที่เจ้านายสูงสุดต้องมีอำนาจในเวที เปิดเวทีเปิดงานเปิดความคิด…ครั้งนี้กลับรอดูว่าดิฉั้นจะเริ่มอย่างไร….
      ดิฉั้นเริ่มเล่าว่า นำมาให้ชมในวันนี้เพื่อให้นำตัวอย่างการใช้การจัดการความรู้ในภาคส่วนต่างๆ…ที่ศรัทธาในการเรียนรู้ระหว่างกัน ว่าความรู้ในแต่ละคนจัดการนำมาเป็นประโยชน์ได้จริง ถึงตรงนี้ท่านอธิการบดีได้จังหวะพูดเล่าว่าทำไมรูปแบบวันนี้จึงเป็นแบบนี้….ท่านสัพยอก…คุณเมตตาสั่งผมขนาดว่า
ห้ามใส่สูทมาให้ใส่เสื้อสบายๆที่เป็นกันเองผมทำตามที่เธอสั่งทุกอย่าง…ฮากันครืน เสียงหัวเราะเพิ่มบรรยากาศเป็นกันเอง….ช่วยดิฉั้นคลายความประหม่าลงได้…ท่านกล่าว..พวกเราต่างมีความรู้อยู่ในตัวเอง...บริบทของสงขลานครินทร์เองใครจะมารู้ได้เท่าพวกเรา...ปีนี้เราจึงจำลองเวทีหัวหน้าภาคแห่งนี้ใช้การจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือให้เราแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารงานภาควิชา….หัวข้อแต่ละครั้งให้เลือกกันในการประชุมเน้น 3 ประเด็น...คือการบ่มเพาะให้นักศึกษาเป็นคนดี ร่วมแลกเปลี่ยนวิธีการที่ทุกท่านใช้ในการดูแลลูกศิษย์ของเราให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณค่า พร้อมจะออกไปรับใช้สังคมด้วยจิตสำนึกสาธารณะ พร้อมกับการมีทักษะชีวิตมีภูมิต้านทานที่จะอยู่ในสังคมสลับซับซ้อนอย่างมีความสุขได้อย่างไร ประเด็น...การดูแลนักศึกษาเรียนอ่อนที่เป็นประสบการณ์ร่วมกันของทุกคณะในทุกวันนี้และ..การดูแลนักศึกษาอ่อนภาษาอังกฤษ ….จะทำแบบนี้กัน 6 ครั้งในปีนี้…ตลอดปีเราก็จะถ่ายเทความรู้สู่กัน...และปลายปีจะรวบรวมเป็นความรู้จากประสบการณ์ที่เราแลกเปลี่ยนกันนำเสนอเป็นแบบอย่างแนวปฎิบัติของแต่ละภาควิชา...ท่านพูดแบบลื่นไหลเข้าใจกระบวนการจนดิฉั้นอึ้ง....เรียกว่าท่านทำหน้าที่บอกกล่าว เล่าเรื่องดึงใจหัวหน้าภาควิชาได้ทั้งหมดมาเห็นด้วยกับวิธีการ…เหลือแต่…ระหว่างการดำเนินการแต่ละครั้งที่…ที่จะมีสีสรรมีพลัง..ดึงการแลกเปลี่ยนออกมาให้ได้ดิฉั้นประมวลว่าดิฉั้นทำหน้าที่เชิญชวนโน้มน้าวให้ผู้บริหารองค์กรเห็นด้วยกับ การเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการในงานเดิมที่ทำปกติมาใช้วิธี ที่ดิฉั้นเชื่อว่าเป็นวิธีหนึ่งที่พัฒนาคนให้อยากเรียนรู้จากภายใน ยอมรับความสำเร็จของเพื่อนร่วมงาน…ข้ามขั้นไปเป็นความเชื่อใจ ชื่นชมความสำเร็จระหว่างกัน…เน้นคุณค่าของการคิดพัฒนางาน..เคารพการปฎิบัติต่าง…..ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 3 ประการคือ "ผู้นำ" "คุณอำนวยตัวจริง" "คุณกิจหน้างาน" สำหรับวงนี้ดิฉั้นมีความสามารถเป็นเพียงคุณลิขิตมิใช่คุณอำนวยหรือคุณกิจตัวจริง...ต้องมองหาคุณอำนวยตัวจริงมาทำหน้าที่ต่อไป .... บรรยากาศวันนั้นดีเชียวค่ะ จะเล่าในตอนต่อไป