ครูอ้อยพบปัญหาใหญ่อีกแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากครูอ้อยหรือใครหรอก เมื่อปัญหาเกิดขึ้น พวกเราต้องช่วยกัน แต่ใครจะมาช่วยล่ะ เพราะไม่ใช่ปัญหาของพวกเขา
เมื่อคืนนี้ครูอ้อยกลับใจบ้านด้วยใจระเหี่ย
ไม่ใช่เพราะครูอ้อยไม่สบายหรอกค่ะ
เพราะครูอ้อยพบปัญหา  อยากรู้ไหมคะ   ถ้าอยากรู้..อ่านต่อไปนะคะ
เมื่อคืนนี้ครูอ้อยไปรับรถยนต์คู่ชีพของครูอ้อย  หลังจากการซ่อมแซมแล้ว  พบว่า  รถยังอาการไม่ดี  
ครูอ้อยนำรถไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถที่ผู้ปกครองนักเรียนซ่อมแซมรถ  และครูอ้อยก็ไปเรียนทั้งวัน 
ตกเย็นครูอ้อยไปรับรถ   รถยนต์ของครูอ้อยหมดสภาพ  ถูกถอด  ถูกแก้จนหมดสิ้นสภาพความสวยงาม  ครูอ้อยสงสารเธอมาก  แต่ที่กล่าวมาในย่อหน้านี้นั้น  ไม่ใช่ปัญหาของบันทึกนี้หรอกค่ะ ....อ่านต่อนะคะ 
เนื่องจากบ้านของช่างกับอู่นั้นอยู่ใกล้กัน  ครูอ้อยจึงไปขอพักที่บ้านของเขา   สองทุ่มแล้ว  แม่บ้านของเขาซึ่งเป็นคุณแม่ของนักเรียนชักชวนครูอ้อยกินข้าวเย็น  ครูอ้อยก็เลยกินข้าวที่บ้านนี้ตามคำเชิญ 
ถือว่าเป็นการเยี่ยมบ้านนักเรียนไปในตัว  ในขณะที่กินข้าวก็คุยกันไปตามเรื่องตามราว  แต่ครูอ้อยรู้สึกข้าวติดคอ  กลืนไม่ลงเมื่อ  ได้ยินคุณพ่อของนักเรียนพูดว่า  " โรงเรียนของเราดีหมดทุกอย่าง  เสียอย่างเดียวอ่อนภาษาอังกฤษ  " 
ครูอ้อยเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  ดูแลการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ  รู้สึกใจระเหี่ยทันที  
นี่คือสาเหตุของครูอ้อยที่มีจิตใจระเหี่ย 
แต่ปัญหานี้ไม่ได้เกิดที่ครูอ้อย  และไม่ใช่ปัญหาที่ครูอ้อยต้องแก้ไขคนเดียว 
ปัญหานี้จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากทุกฝ่ายร่วมมือกัน  ตั้งแต่ผู้บริหาร  ครูประจำชั้นทุกท่าน  และคนที่เหนื่อยมากที่สุดควรเป็นครูอ้อย...
ไม่ต้องมองไปยังโรงเรียนอื่นๆหรอก  ใครเขาจะมาบอกจุดอ่อนของเขา  เขาก็ต้องคุยเขื่องจุดแข็งของเขาทั้งนั้น  และจุดอ่อนของครูอ้อย  ก็ไม่ใช่จะเกิดที่โรงเรียนที่ครูอ้อยสอนเท่านั้น  ปัญหานี้มันเป็นปัญหาระดับชาติ  ปัญหาระดับชาติทีเดียว 
ครูอ้อยกลับบ้านด้วยความระเหี่ยใจ..ตอนที่นั่งอยู่นี่ก็ระเหี่ยใจ