...เพราะอดีตคือปัจจุบันที่ผ่านไปเรื่อยๆ....ถ้าเราครุ่นคิดอยู่แต่กับอดีต..มันก็จะเป็นอดีตที่เจ็บปวดอยู่ในปัจจุบันตลอดเวลา

เมื่อคราวไป จ.อุบลราชธานีพร้อมๆกับ อ.Paew และคุณน้องด้วยความเมตตาของท่าน อ.จิตเจริญ ที่จัดประสบการณ์ชีวิตอันมีค่ายิ่ง...ให้ กฤษณาศิษย์ที่บังอาจเรียกตัวเองว่า..เป็น ....กฤษณา ศิษย์JJ…..เนื่องด้วยท่านเป็นครูคุณภาพของชีวิต กฤษณา จริงๆ  

ท่านกล่าวไว้บนรถว่า  เมื่อถึง จ.อุบลราชธานี เราจะได้สนทนาธรรมกับ ท่าน อ.หมอพรเจริญ  ผู้อำนวยการ โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จังหวัดอุบลราชธานี   

เมื่อพบและได้พูดคุยกันกับท่านผู้อำนวยการจริงๆ...ทั้งขณะทานอาหาร...จนไปคุยกันต่อที่ห้องของท่านในโรงพยาบาล......ท่านน่ารักมากค่ะ..วิธีการถ่ายทอดหลักธรรมวิเศษจริงๆ....คุยกันเป็นเวลานานนับชั่วโมง...ไม่อยากละไปแม้แต่จะเข้าห้องน้ำ....   

ฉันได้สาระมากมาย...ฉันเก็บเอามาเท่าที่สมองอันน้อยนิดจะรับได้...ฉันไม่ค่อยเข้าใจในภาษาทางธรรมสักเท่าไหร่เพราะมิค่อยได้อ่าน...ส่วนใหญ่ถ้าอ่านจะอ่านคร่าวๆพอจับประเด็นเพื่อมาปรับใช้กับความคิดในชีวิตจริงได้......   

ฉันประทับใจในหลายๆประเด็น....หนึ่งในนั้น.."เป็นเรื่องของอดีต"

คำถามและวิธีการของท่านกินใจฉันเหลือเกิน......ฉันขอเล่าเท่าที่พอจะจำได้ค่ะ...

ท่านถามพวกเราว่า....ที่พวกเรามีการจัดการความรู้กันเนี่ย.... เราจัดการกับอดีตได้ไหม   

แต่ละท่านก็ตอบไปตามความคิดของท่าน....แต่ดิฉันตอบว่า........ได้...คือเราก็เอาอดีตมาเป็นบทเรียน....แล้วมิให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก....   

ท่านกล่าวว่า...เพราะอดีตคือปัจจุบันที่ผ่านไปเรื่อยๆ....ถ้าเราครุ่นคิดอยู่แต่กับอดีต..มันก็จะเป็นอดีตที่เจ็บปวดอยู่ในปัจจุบันตลอดเวลา 

ดังนั้น....ถ้าเราทำปัจจุบันให้ดี.....อดีตจะดีตามมาเอง....แล้วอดีตเก่าๆก็จะห่างและจางหายไป......เหลือแต่เป็นอดีต....ที่ปัจจุบันทำแต่ดีเข้าไว้......    

ใช่ค่ะ.....คิดดี  พูดดี  ทำดีก็จะมีแต่อดีตที่ดี...นับแต่วินาทีแรกที่เราทำ...ค่ะ   

ดิฉันขอขอบพระคุณท่าน อ.หมอพรเจริญที่ให้แง่คิดค่ะ... 

ขอประทานอภัยอาจารย์หากนำมาถ่ายทอดไม่ชัดเจน...เนื่องจากดิฉันฟัง...แล้วคิดตาม...พร้อมกับกรองเก็บมา... แล้วนำมาถ่ายทอดจากความคิดที่เก็บไว้อีกที....ตามที่ตนเข้าใจค่ะ....   

หากมีโอกาส....ดิฉันได้หวนคิดถึงคำสอนของอาจารย์...จะนำมาบันทึกอีกค่ะ....

 ขอบพระคุณค่ะ