เมื่อลูกบอกว่า "หนูชอบทอม" คุณจะทำอย่างไร

  ติดต่อ

  ขอให้ลูกรับรู้ว่า ณ ตอนนี้ แม่ไม่ได้เขียนเพื่อที่จะเอาเรื่องของลูกมาประจานนะคะ แม่เพียงแต่อยากขอคำแนะนำ ขอความเห็นจากเพื่อน ๆ ของแม่ ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้  

 เช้าวันหนึ่งระหว่างทางไปส่งลูกเรียนภาษาจีน ดิฉันจับประเด็นไม่ได้แล้วว่า เราเริ่มบทสนทนาด้วยเรื่องอะไร  ที่พอยังจับใจความได้คือ  ลูกสาวขอยืมมือถือคุณพ่อ เพื่อจะดูรูปของเพื่อนที่เขาแอบถ่ายไว้

ลูกสาว :   พ่อ ๆ ประเดี๋ยวพ่อไปอัดรูปเพื่อน ๆ ให้หนูด้วยนะ
คุณพ่อ  :  วันอื่นได้ไหม วันนี้พ่อลืมเอาสาย link มา

ลูกสาว ทำท่าทางฮึดฮัด แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด

ลูกสาว :  พ่อ ๆ พ่อว่าเพื่อนลูกหล่อไหม

คุณพ่อ คุณแม่ หันมาสบตากัน


ลูกสาวคนเล็ก :  หล่อตายแหละ
ลูกสาวคนโต :  ลูกไม่ชอบผู้หญิง  ลูกไม่ชอบผู้ชาย แต่ลูกชอบทอม
คุณแม่ :  คำว่าทอมของลูก หมายถึงอย่างไรค่ะ
ลูกสาวคนโต :  ทอมก็คือ ผู้ชาย ที่เกิดมาในร่างผู้หญิง
ลูกสาวคนโต :  ก็แบบเพื่อนลูกคนนี้งัย  ไม่เห็นจะแปลกเลย โรงเรียนลูก ผู้หญิงล้วน มีทอม  อีกโรงเรียนนึงผู้ชายล้วน  มีตุ๊ด


อีกครั้งที่เราสองคนพ่อแม่  หันมาสบตากัน
จริง ๆ เหตุการณ์ลักษณะนี้ เริ่มส่อแวว มาเกือบเดือนแล้ว อาทิ เช่น
เราเล่นเกมส์ทายปัญหากันว่า "ใครหล่อที่สุด"
ลูกสาวคนเล็ก ตอบทันที : .........หล่อที่สุด  (ชื่อเพื่อนของลูกสาวคนโต)
คุณแม่ :  .........คือใครหรือลูก (เนื่องจากคุณแม่ไม่ค่อยจะได้ไปรับลูก เลยไม่ค่อยจะรู้จักเพื่อนของลูก)
ลูกสาวคนเล็ก :  คือเพื่อนของพี่งัยแม่ คนที่ชอบเล่นเกมส์กด
ลูกสาวคนโต :  จริงด้วยแม่    .......หล่อที่สุด

ณ ตอนนั้น เราพ่อแม่ เริ่มสะกิดใจบ้างแล้ว แต่เนื่องจากไม่อยากทำให้ลูกรู้สึกว่าถูกเราจับผิด  เพียงแต่คอยสังเกตุพฤติกรรมของเธอ  พบว่ามีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น

"พบว่า เธอมักจะ search บทความหรือกวี เกี่ยวกับความรัก"
เธอเอาวันเดือนปีเกิดของเพื่อนคนนี้ มาถามเราว่า อยู่ราศรีอะไร  พอเราถามกลับไปว่า วันเกิดใคร เธอก็ตอบว่าเป็นวันเกิดเพื่อน เธอสืบมาได้
เธอพูดถึงเพื่อนคนนี้ในทางชื่นชม บ่อยขึ้น
เธอมักจะหงุดหงิดทุกครั้ง เวลาเราไปรับเธอกลับเร็วไป เนื่องจากเธอยังอยากเล่นต่ออีก
เธอนำกลุ่มเพื่อนคนนี้ เข้าร่วมแก๊งค์เดียวกันกับกลุ่มของเธอ โดยเธอบอกเราว่า เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการขออนุญาตหัวหน้าแก๊งค็ของเธอ

ดิฉันทราบดีค่ะ ว่าในโรงเรียนที่มีผู้หญิงล้วน  กรณี ดี้ กับ ทอม ถือเป็นเหตุการณ์ปกติ  เพราะดิฉันเคยผ่านสถานการณ์แบบนั้นมาก่อน 
เป็นเพียงการทำตัวตามแฟชั่นเท่านั้น และดิฉันก็ไม่เคยได้รับคำชี้แนะจากใคร ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเอง และก็จบลงได้เอง ตามกาลเวลา
 แต่นั่นมันตอนดิฉันอยู่ ม.3  แต่นี่ลูกสาวดิฉันอยู่ประถมสาม


จนถึงวันนี้  วันที่ลูกบอกว่า "หนูชอบทอม"


คุณพ่อ คุณแม่ ที่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้  หรือ คุณครูที่เคยเจอนักเรียนที่มีพฤติกรรมแบบนี้  เราในฐานะผู้ปกครอง ควรจะทำอย่างไรดีค่ะ

ดิฉัน ตัดสินใจอยู่นาน ที่จะเขียนบันทึกนี้  หวังเพียงว่า เมื่อบังเอิญลูกมาเจอ  หรือเมื่อลูกโตขึ้น แล้วได้มีโอกาสได้อ่าน

ขอให้ลูกรับรู้ว่า ณ ตอนนี้ แม่ไม่ได้เขียนเพื่อที่จะเอาเรื่องของลูกมาประจานนะคะ  แม่เพียงแต่อยากขอคำแนะนำ ขอความเห็นจากเพื่อน  ๆ ของแม่ ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้


 แม่ยังรักลูกเสมอ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สัพเพ เหระ เล่าสู่กันฟัง

หมายเลขบันทึก: 74891, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-21 14:37:56+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 18, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ครอบครัว#สัพเพเหระ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (18)

  • สวัสดีคุณแม่รัตติยาค่ะ
  • ดิฉันเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์พบลูกศิษย์ที่เข้าข่ายกรณีนี้ เพราะเคยสอนอยู่ต่างจังหวัด สำหรับเด็กในเมืองและยิ่งเป็นยุคสมัยนี้ด้วยแล้ว เข้าใจว่าเด็กจะมีพัฒนาการทางสังคมค่อนข้างเร็ว (โตเร็ว)
  • จากที่คุณรัตติยาเล่า รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงลูก และกังวลใจอยู่มาก เรื่องนี้อาจเป็นแฟชั่นเหมือนในสมัยที่คุณแม่อยู่ชั้นมัธยมฯ ก็ได้นะคะ แต่ร่นระยะเวลาลงมาเร็วหน่อย เป็นชั้นประถมฯ ถึงอย่างไรก็ไม่ควรวางใจค่ะ
  • ลองฟังความคิดเห็นของดิฉันดูนะคะ เผื่อจะเลือกนำไปใช้ได้บ้าง ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรค่ะ เพียงแต่มีประสบการณ์เลี้ยงดุหลาน และได้คลุกคลีกับการสอนเด็กเล็ก ๆ มาก่อน
  • กรณีนี้ที่สำคัญไม่ควรกระทำการใด ๆ ที่เป็นการอยู่คนละข้างกับลูกเชียวนะคะ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้ข้อมูลจริงจากเด็ก เขาจะแอบซ่อนเราค่ะ น่าจะแสดงท่าทีให้ลูกเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของยุคสมัยนี้ แม่รับได้ สมัยแม่ก็เป็น อะไรทำนองนี้
  • เมื่อรับเป็นพวกเดียวกันแล้ว คราวนี้ลองใช้ยุทธวิธีสอดแนมและสอดแทรกไปพร้อมกันค่ะ สอดแนมให้รู้ข้อมูลลูก รู้ข้อมูลทอม และสอดแทรกเรื่องบทบาทของเพศหญิง เพศชายที่ควรเป็น ใส่หัวในเรื่องบทบาทที่ถูกต้องเหมาะสม ตรงนี้ต้องใช้กลยุทธมากหน่อยค่ะ
  • พอมาถึงตรงนี้คุณรัตติยาต้องศึกษาจากผู้รู้ให้มากค่ะ เช่น หาหนังสือที่จิตแพทย์เขียนถึงมาอ่าน ขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์เด็ก ฯลฯ จะได้แก้ปัญหาอย่างถูกทางไงคะ
  • เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนค่ะ และอาจสร้างปัญหาได้ในภายภาคหน้า....เอาใจช่วยคุณแม่นะคะ แต่ก็อย่ากังวลมากนัก ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้มค่ะ

สวัสดีค่ะ  คุณรัตติยา

  • ดิฉันเองก็ไม่มีประสบการณ์ค่ะเนื่องจากอยู่โรงเรียนสหศึกษา...
  • แต่ที่เห็นคือหลานห่างๆที่ต่างจว.ค่ะ...เป็นสาวสวยมากๆ...อยู่โรงเรียนแม่ชี...ตอนนี้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว...มีแฟนเป็นผู้หญิงเช่นกันค่ะ...
  • ที่น่าสังเกตคือ..ครอบครัวนี้มีแต่ลูกสาว..คุณพ่อเป็นคนจีน...อยากได้ลูกชาย..พ่อสนิทกับลูกสาวคนโตมาก...ให้ช่วยงานรับผิดชอบคล้ายผู้ชาย...ฉันก็ไม่ทราบจะว่าไงค่ะ...ตามสมัยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ.....แต่กว่าจะชัดก็มอปลายแล้วค่ะ...ถ้าจะช่วยได้ก็ดึงๆให้เป็นสาวแต่เนิ่นๆ....
  • ลูกสาวคนโตฉันก็ออกจะห้าวๆค่ะ...สุดท้ายตอนนี้มีแฟนผู้ชายมาปีนึง...ค่อยสบายใจหน่อยว่าไม่เป็นทอม....แต่ก็ห่วงอีกแบบนึงค่ะ

ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมเองยังไม่มีลูกครับ อาจจะไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากครับ

ในความคิดผมเรื่องนี้ยังไม่ต้องน่ากังวลเท่าไหร่ครับ เพราะน้องพึ่งอยู่ ป. 3 เท่านั้น ผมเดาว่าอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสนใจเพศตรงข้าม แต่ในสภาพแวดล้อมมีแต่เพื่อนผู้หญิง แล้วบังเอิญได้เพื่อนผู้หญิงที่อาจมีปมในใจที่อยากเป็นผู้ชายครับ

ผมนึกถึงเด็กผู้หญิงที่ชอบพวก boy bands ที่จริงแล้วนั่นก็น่าจะเป็นเรื่องที่มีส่วนดีอยู่เหมือนกัน ให้เขามี preference ที่ถูกเพศ แต่ปัญหาคือ boy bands บ้านเราพฤติกรรมส่วนตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ลองให้น้องดู series เกาหลี และซื้อ CD เพลงของ Rain มาตั้งไว้ในบ้านดีไหมครับ

series เกาหลีเขาโรแมนติคแล้วไม่ค่อยน้ำเน่ามากเท่าบ้านเรา อาจทำให้น้องเห็นความ "หล่อ" แบบผู้ชายจริง แล้วก็เริ่มเข้ากลุ่มเพื่อนที่ดู series เกาหลี

แต่ผู้ชายจริงนี่ก็อันตรายไม่น้อยเหมือนกัน ถ้ามากไป series เกาหลีอาจทำให้เด็กคิดเกินเด็กเร็วเกินไปในอนาคตอีก

โอย.. เรื่องนี้ให้ความเห็นยากเหลือเกินครับ

  • ดิฉันมีประสบการณ์ตรง ที่กำลังพยายามแก้ไข
  • ดิฉันเลี้ยงหลานสาว (ราวกับเจ้าหญิง) เธอเป็นความภูมิใจของตระกูล หลานสาวคนโต เรียนเก่ง สวย ปู่ ย่าตามใจมาแต่เด็ก
  • ปัจจุบัน โตเป็นสาวสวย หน้าใส แต่ใจอยากเป็นทอม
  • มีปัญหารุนแรงถึงขั้นต้องย้ายโรงเรียน ทั้งสองเลิกกันเพราะความห่างไกล (ย้ายไปเชียงราย) แต่เมื่อลุงต้องย้ายกลับบ้าน จึงต้องย้ายหลานกลับมาด้วย จึงเป็นการเริ่มต้นใหม่
  • มีหนุ่มมาจีบ หลานสาวยอมคบหา ทุกอย่างอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ แต่เธอบอกว่าพยายามแล้ว "รักไม่ได้" แต่ก็ยังคบหากันอยู่
  •  เพื่อนหญิงกลับมาเหมือนเดิม แต่ทั้งสองก็ยังมีปัญหา เพราะช่วงที่ห่างต่างคนต่างมีใหม่
  • เรื่องหลานสาวดิฉันมีอีกมาก เคยอยากขอคำปรึกษาจากผู้รู้ ผู้ชำนาญ แต่ไม่กล้า เอาเป็นว่าหากคุณแม่รัตติยาอยากรู้ จะเล่าให้ฟังทีหลัง
  • ตอนนี้ดิฉันกำลังจะเขียนเรื่องสั้น เพื่อ"เจ้าหญิงของอา" เผื่อว่าสักวันเธอคิดได้ "เธอจะได้หัวเราะกับเรื่องเศ้าที่ผ่านมา"
  • ทุกคนในครอบครัว รับไม่ได้ แต่ทุกคนยอมตามใจเขาในช่วงนี้เพื่อไม่ให้เขาทิ้งการเรียน และพยายามแก้ไขเรื่อยๆ  โชคดีตรงที่เขาไม่ทิ้งการเรียน
  • ส่วนสาเหตุที่เป็นปัญหามาก จนเขาอยากย้ายไปเชียงราย เพราะเพื่อนหญิงของเธอ "ไม่ Love me Love my dog" ทะเลาะกันบ่อย หึงมาก หวงมาก เธอมีอิสระจากครอบครัว แต่เธอไม่ได้อิสระจากเพื่อนหญิง  แม้แต่ไปเที่ยวกับพ่อ แม่ หรือแม้แต่ดิฉันให้ไปซื้อผักที่ตลาดให้ ก็เป็นสาเหตุให้ทั้งสองทะเลาะกัน
  • ดิฉันจึงแก้ปัญหาดังนี้ ไม่รู้ว่าจะถูกหรือเปล่า      1.อยู่ข้างหลานสาว แต่พยายามชี้แนะตลอด 2. ไม่บ่อยให้เขาอยู่คนเดียว 3. พูดบ่อยๆ จะทนทุกข์ทำไม "เมื่อเขารักเราแบบเห็นแก่ตัว"  4. ไม่ห้ามให้รัก แต่ยุให้เลิก แกล้งเข้าใจ แต่ไม่ยอมรับ  4. และอีกหลายๆ อย่าง ตามสถานการณ์ คงต้องต่อสู้อีกนาน อาจจะได้ผล หรือไม่ได้ก็ยังไม่รู้  ตอนนี้หวังเพียวให้เขาเรียนจบ มีหน้าที่การงาน สงสารแต่ย่าที่จะตรอมใจก่อนจะเห็นหลานสาวใส่กระโปรง

ในฐานะคนเป็นลูกนะคะ หนูเห็นด้วยกับอาจารย์ธวัชชัย ว่า โรงเรียนหญิงล้วนมีผลต่อความคิดของน้องเค้าเหมือนกัน แต่จะให้ย้ายโรงเรียนก็คงจะไม่ดีมากๆ เลยค่ะ

คงต้องเบี่ยงแบนประเด็นให้น้องเค้าสนใจดารานักร้องผู้ชาย คงจะดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ

สมัยหนูอยู่ ป.3 ยังเล่นโดดยางกันอยู่เลนนะคะ เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปมากจริงๆ

  • เด็กๆเป็นช่วงแรกๆแค่นั้นแหละพี่เนื่องจากโรงเรียนมีแต่ผู้หญิง
  • โตขึ้นก็หายครับ ที่โรงเรียนผมตอนเด็กๆมีแต่ผู้ชาย ผมเกือบเป็นตุ๊ด ไปเลยครับ  แป่ว
  • มารายงานตัวครับเพิ่งกลับถึงมหาวิทยาลัยเหนื่อยมากครับ
  • อุ๊ยต๊กกะใจ นึกว่าคุณขจิตเป็นตู๊ดจริง
  • เด็กเปลี่ยนความคิดอีกมาก ขณะนี้เป็นช่วงและเป็นวัยช่างคิด ช่างฝัน ตามอายุ
  • ทำใจให้สบาย เลี้ยงลูกให้มีคุณภาพนะ (ฟังดูยากเหมือนกัน)
  • พี่เล่าประสบการณ์ลูกพี่นะ ม.4 อยากเรียน จปร. ม.5 อยากเรียนวิศวะ ม.6 อยากเรียนเภสัชฯ
  • ขณะนี้เขาได้เรียนเภสัชสมความปรารถนาของเขา (ปี2 )แล้วค่ะ
  • เพี่ยงพ่อแม่ดูแล และสนับสนุนเขาตามที่เขาต้องการค่ะ
  • ด้วยความปราถนาดี  พี่อัมพร

เรียน ทุกท่านที่กรุณาให้คำชี้แนะ

           ทุกความเห็น มีประโยชน์ต่อดิฉันมาก  ดิฉันขออนุญาตไม่ตอบกลับของความเห็นของแต่ละท่านนะคะ  แต่จะรอความเห็นอีกสักระยะ แล้วจะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด ไปปรึกษากับพ่อบ้าน ว่าเราควรจะทำอย่างไรดีในเรืองนี้

          ขอบพระคุณมากค่ะ

แหม เรามีปัญหาสลับกันนะคะ ของพี่โอ๋ ชาย 3 คน ก็ชอบเล่นเลียนแบบหรือล้อเลียนกันว่า เป็นตุ๊ด แถมเวลาทำท่าตุ๊ด ก็ทำได้เหมือนกันมากค่ะ

คิดว่าสิ่งแวดล้อมสำคัญมากค่ะ เราต้องคุยกับลูกให้มาก บอกความคิดของเรา แต่ทางเลือกต้องเป็นของลูกอยู่ดีแหละค่ะ ตัวเองจะคุยเรื่องของคนอื่นที่เป็นเพื่อนลูก แล้วถามความคิดเห็นเค้า และบอกสิ่งที่เราคิด แบบแลกเปลี่ยนกันนะคะไม่ใช่เราไปสั่งสอนเค้า คิดว่าเขาน่าจะรักเรามากพอที่จะเข้าใจ หากไม่ได้เป็นธรรมชาติที่มากับตัวเขาจริงๆละก้อ ความเบี่ยงเบนนี้น่าจะหายไปได้ แต่เราต้องใกล้ชิดลูกอยู่เสมอค่ะ

มีพี่ที่ทำงาน ก็มีปัญหานี้มาแล้ว และผ่านมาได้แบบที่แม่ต้องลุ้นกันสุดๆ ใช้จิตวิทยามากมาย แต่เพราะความรักและเข้าใจในที่สุดก็จบลงด้วยดีค่ะ เป็นแมนๆกันไปแล้วเรียบร้อย

เด็กยังเล็กอยู่มากครับ เรายังดูไม่ออกหรอกครับ ว่าสิ่งที่เขาพูดตอนนี้ เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดของเขาถาวรหรือไม่ ลองเฝ้าดูไปอีกสักพัก พยายามชักจูงเขา เขาอาจจะคิดใหม่ชอบใหม่ก็ได้......ไม่งั้นจะส่งเจ้าน้ำฟ้าไปเป็นคู่ควงให้....อิ อิ
  • จะยื่นหมู ยื่นแมวกันแล้วหรือค่ะ คุณไมโต คุณรัตติยา
  • เผื่อลูกสาวไว้ให้พี่อัมพรสักคนนะ
แวะมา Good night ค่ะ..คุณรัตติยา..ดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนด้วยนะคะ
  • สวัสดีครับ...
  • ผมเรียน ป.ตรี ด้วยการเป็นผู้ชายคนเดียวของเอก...เอาตัวแทบไม่รอด เกือบกลายไปเป็นผู้หญิงในร่างผู้ชายเสียแล้ว...
  • บางคนโตขึ้นก็เปลี่ยนแปลงได้จริงนะครับ...
  • แต่นิสิตหญิงบางรายที่ชอบผู้หญิงด้วยกันนั้นผู้ปกครองกลับบอกกับผมด้วยความดีใจว่า "ดีกว่ามันไปรักผู้ชาย  ท้องไส้มายิ่งแย่ไปใหญ่"
  • นี่คือหัวอกพ่อแม่ที่เรียนรู้ที่จะเข้าใจ และเห็นใจในความเป็นลูก ..ใช่หรือไม่ครับ

มาอ่านเมื่อเริ่มรักของ...น้องฟาง...แล้วคิดว่าไม่น่าตกใจอะไรนะคุณแม่....ดิฉั้นเองแก่จะตาย...ยังหลงรักทอมเลย...ก็เธออบอุ่นนี่นา...รู้ใจเราไปซะหมด....นี่ถ้าทะเลาะกับสามีวันไหนคิดว่าจะเก็บผ้าไปอยู่กับทอมเหมือนกัน........ใครก็ตามที่ดูอบอุ่นเป็นที่พึ่ง...วัยกะเตาะก็จะหลงไหลไปตามวัยสีชมพูของเธอ.....ธรรมดาของโรงเรียนที่มีแต่เด็กผู้หญิง...ฮีโร่ในใจเธอก็คือคนมาดเข้ม...เป็นผู้นำ....ทำอะไรก็ดูดี
ดิฉันอ่านหนังสือเคยพบว่า...การผิดเพศ...ผิดฝาในคนเรามีพื้นฐานมาจากสองอย่างคือ....จากฮอร์โมน...ที่ผิดปกติจริง...กับจากสภาพแวดล้อม...การเป็นอยู่ระหว่างพ่อกับแม่....หรือสังคมที่อยู่เขาเห็นการเป็นแบบนั้นไม่เสียหาย....หรือภาวะอยากพึ่งพิงในรายที่เป็นดี้(แอบชอบทอม)
.....ดูๆ ไปนะจ๊ะ....ย้ายโรงเรียนก็เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งถ้าดูแล้วหนักไปข้างหน้า.....จะได้ไปเห็นเพศชายตัวจริง(ว่ามันเหม็นขนาดไหน)....ค่อยดูอีกทีก็ได้...ใช้โอกาสตอนต่อ ป.6 ขึ้น ม.1
.....ดีเหมือนกันมีเพื่อนร่วมทุกข์...ลูกสาวดิฉันก็...ออกจะคล้ายทอม..เข้าไปทุกวัน...สงสัยเห็นแม่ดุพ่อมากไปหน่อย....

  • มาทักทายและมาบอกว่าเฉลยเรื่องหมูเหมยซานเรื่อง ไก่งวงแล้วครับ
  • ขอบคุณมากครับ
  • มาอีกรอบ
  • มาบอกว่าไม่ได้เป็นตุ๊ด
  • แต่เป็นแต๋ว
  • ยิ้ม ยิ้ม
ดี้คนหนึ่ง
IP: xxx.157.161.129
เขียนเมื่อ 

เป็นห่วงน่ะถูกแล้วค่ะ แต่อย่าบังคับมากนะคะ หนูเป็นคนนึงค่ะ ที่มีแฟนเป็นทอม และคนที่บ้านก็ไม่ยอมรับ แต่หนูยิ่งต่อต้าน เพราะหนูอยากพิสูจน์ค่ะ ว่าความรักของหนูไปรอด ไม่ได้ทำใครเดือดร้อน แต่สำหรับลูกของคุณพี่ ยังเด็กค่ะ ก็ให้แนะนำสิ่งที่ถูกต้องไปอ่ะค่ะ ให้แยกแยะให้ถูก แต่ห้ามนะคะ ห้ามต่อต้านแก ห้ามบังคับ ให้คอยดูแล้วให้คำปรึกษา หนูก็ไม่ได้เป็นดี้มาตั้งแต่เกิดหรอกค่ะ เพียงแต่คบกับใครแล้วสบายใจ เราก็รู้เองแก่ใจใช่มั้ยคะ ทอมน่ะมีทั้งดีและไม่ดี พอลูกสาวพี่โต ก็คงคิดได้มากกว่านี้อ่ะค่ะ ที่หนูเลือกทอมน่ะ ก็เป็นความรู้สึกของหนู หนูรู้สึกดีกว่าการอยู่ใกล้ผู้ชาย รู้สึกว่าเขาอ่อนโยน และก็เข้าใจ ซึ่งทุกอย่าง มันก็เป็นองค์ประกอบของความรักใช่มั้ยล่ะคะ

คิม
IP: xxx.122.98.211
เขียนเมื่อ 

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามมากและเราจะชอบเพศไหนก็ไม่สำคัญแต่ขอให้เรารักกันก็พอ