ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านปู่ดู่ ม. 9 ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน
ดอยภูแว จ.น่าน
นับได้ประมาณ 20 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่พาเดินผ่านหมู่บ้าน ขึ้นไปบนเนินทิศเหนือสุด ของหมู่บ้าน ก็พบอาคารไม้เก่าๆมุงสังกะสี ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รีบบอกว่ามันคือโรงเรียนก็พาลคิดไปว่า มันคือเล้าไก่ หรือคอกหมูกันแน่ อาคารมีผนังเป็นไม้ระแนง มีกระดานดำ 2 แผ่นอยู่ตรงหน้า ทราบภายหลังว่า กระดานทางด้านซ้ายเป็นของเด็กอนุบาล ส่วนกระดานด้านขวาเป็นของเด็กประถม พื้นเป็นดิน มีไม้กระดานต่างระดับ สำหรับรองนั่งและรองเขียนหนังสือ เรียงอยู่ 5 แถวๆ ละ 2 ตัว ภายในตัวอาคารเดียวกันทางขวามือมีห้องยกพื้นสูงจากดินราว 50 ซ.ม. มันคือ บ้านพักครู + ห้องสมุด +เวทีกิจกรรม+ ห้องครัว+ห้องพักครู ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในพื้นที่ 2 x 6 เมตรโดยประมาณ ส่วนที่ถูกแบ่งใว้เป็นห้องครัวมีขนาด 2 x 1.5 เมตร มีเครื่องครัวนับได้ไม่ถึง 10 ชิ้น มีประตูเปิดออกไปได้เป็นที่อาบน้ำของครู ไม่มีฝาทั้งสี่ด้าน ผมลองใช้บริการแล้ว อาบไปชมวิวไป ชาวบ้านเดินผ่านมาก็ชำเลืองมอง เพราะมันติดกับทางที่ชาวบ้านเดินกลับมาจากทำไร่บนดอย
ตกเย็นครูก็พาเดินสำรวจหมู่บ้าน ก็สะดุจตาเข้ากับอุปกรณ์ต้มเหล้าเถื่อน ถามครูว่าตำรวจไม่จับเหรอ ครูบอกว่าไม่มีใครอยากเดินขึ้นดอย 2-3 ชั่วโมงเพื่อมาจับเหล้าเถื่อนไม่กี่ขวดหรอก เพราะที่นี่ต้มกินเองไม่ได้ทำขายให้ใครที่ไหน ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวพอดี บ้านที่พึ่งลงแขกขนข้าวกลับจากไร่จึงเปิดเหล้าที่พึ่งต้มเสร็จร้อนๆ ฉลองซะหน่อย วงล้อมขนาดไม่ใหญ่มาก ขยับขยายออกให้ผู้มาเยือนกับครูได้แทรกเข้าไป กับแกล้มเท่าที่เห็นเป็นนกป่าปิ้งแห้งๆ และแกงไก่บ้าน ขวดน้ำปลาซึ่งตอนนี้เปลี่ยนมาบรรจุเหล้าข้าวเหนียวใสปิ๊ง จอกพลาสติกเล็กๆ ส่งเวียนไปรอบๆวง รอบที่หนึ่งร้อนวูบตั้งแต่ ปาก คอ ผ่านลงท้องไปเหมือนกลืนถ่านไฟแดงๆ ยังงัยยังงั้น รอบ 2-3-4 การพูดคุยเริ่มออกรสชาด โดยครูเมธคอยแปลเป็นระยะ
เช้ามืดอากาศเย็นมากๆ จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เราควรออกเดินทางแต่เช้า แล้วไปพักกินอาหารเช้าระหว่างทาง เพราะถ้าเริ่มออกเดินทางสายเกินไป จะเจออากาศร้อนมากๆ จากป่าโปร่งสลับกับป่าทึบเป็นช่วงๆ ผ่านไร่ข้าวของชาวเขาหลังการเก็บเกี่ยว บางช่วงต้องปีนข้ามรั้วไม้ ที่ชาวบ้านทำไว้กันวัว-ควายเข้าไปกัดกินพืชไร่ บางช่วงต้องเดินบนสันเขาที่มีเหวลึกทั้งสองข้าง พอแดดเริ่มแรงเราก็หยุดพักหุงข้าว และประกอบอาหารแบบง่ายที่ใช้เวลาไม่มาก หลังจากอิ่มหนำสำราญก็เริ่มออกเดินทางต่อ จากช่วงนี้ไปทางขึ้นเขาจะเริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ มองผ่านยอดไม้เห็นยอดภูแวอยู่ไกลลิบนู้น...
ตกเย็นอากาศหนาวเย็นมากๆ โชคดีที่บนนี้ไม่มีน้ำ เพราะนึกถึงสภาพที่ต้องอาบน้ำบนนี้อาจหนาวตายได้ หลังอาหารเย็น ก็ตั้งวงสนทนารอบกองไฟ อุ่นกายภายนอกด้วยเปลวไฟ อุ่นกายภายในจากปาก กระแทกลำคอ ค่อยๆไหลลงไปตามหลอดอาหาร จนไปสิ้นสุดที่กระเพาะ ยังร้อนแรงเหมือนเดิม สำหรับเหล้าชาวป่าแต่กลั่นโดยชาวบ้าน เริ่มตกดึกน้ำค้างก็เริ่มแรงขึ้น ความรู้แบบภูมิปัญญาชาวบ้านถูกถ่ายทอด ออกมาอย่างไม่รู้จักหมดจักสิ้น จนกระทั้งน้ำใสๆแห่งสายใยมิตรภาพหมดขวดสุดท้าย ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ากี่โมงยาม จึงแยกย้ายหาทำเลเหมาะ นอนหนาวอีกคืน
วันนี้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก แค่โพล่หน้าออกจากเต็นท์ มาดูพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าบนยอดเขาฝั่งประเทศลาว หลังอาหารเช้าก็เดินชมวิวให้หนำใจก่อนเก็บข้าวของเดินลงดอย ขาลงนี้สนุกและเร็วกว่าขาขึ้น ขอย้ำว่าลงอย่างเดียว ซึ่งนั่นแสดงว่าขาขึ้นก็ต้องขึ้นอย่างเดียวเหมือนกันนั่นเอง ข้อแนะนำคือห้ามวิ่งเด็ดขาด ผลลองมาแล้วเกลือบตกเขาตายเป็นผีเฝ้าภูแวซะแล้ว
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร. แสวง รวยสูงเนิน · 28 ม.ค. 2550
อ.ลูกหว้า · 28 ม.ค. 2550
เมตตา · 28 ม.ค. 2550
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 28 ม.ค. 2550
เม็กดำ 1 · 28 ม.ค. 2550
ปางหวัน · 28 ม.ค. 2550
















เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่ามากค่ะ
ปล.ตัวหนังสือเล็กจังค่ะ อ่านยากนะค่ะ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมแปลงสินทรัพย์เป็น"บุญ" ปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้"ดอยภูแว"
ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจังหวัดน่าน พระบรมธาตุแช่แห้ง พระพุทธรูปทรงจตุรมุขวัดภูมินทร์ พระพุทธนันทบุรีศรีสากยมุณีพระพุทธรูปทองคำวัดพระธาตุช้างค้ำฯ พระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล ฯ ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวจงประสบแต่ความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไป
สิ่งของที่ได้รับทั้งหมด เราจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ภูแว สวยสมคำร่ำลือ จริงๆ ค่ะ
....
มาชมกิจกรรมดีๆ กับเด็กๆ ค่ะ
ดีใจจัง ประเทศไทย
ยังมีคนแบบนี้อยู่ด้วย
เป็นฟันเฟือง ให้สังคม
น่าอยู่.....ขอให้
พวกคุณ...มีความสุข
และยึดมั่นในอุดมการณ์ต่อไป....
แล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง
ตอนนี้...อยู่กรุงเทพฯ
ชุดนักเรียน
เสื้อผ้า
หรือ อะไรต่างๆ....แบ่งปัน กันได้ บอกมาเลย
สวัสดีครับคุณนพพันธ์
เชิญร่วมแบ่งปันหรือร่วมเดินทางกับพวกเราได้นะครับ
ที่
ปันน้ำใจเพื่อนน้องผู้ยากไร้สู่ “ดอยภูแว” โครงการ 3
2-5 พ.ค. 52
http://gotoknow.org/blog/pygbox/256101
ข้าคือผู้พิชิตดอยภูแว
สวัสดีค่ะคุณน้องรินทร์
....
ภูแว เส้นทางในฝัน ของใครหลายๆ คน
สวรรค์ แห่งการเดินป่า ที่ให้คุณค่าหลาย
เป็น แรงบันดาลใจ ไต่ดงดอย สูงเสียดฟ้า
....
แค่เห็นภาพ ยังตะลึงนะคะ อยากหายตัวไปใต้ไฟฝัน บ้างจัง J
ขอบคุณภาพงามๆ สักวัน จะไปเยือนค่ะ ดอยเสมอดาว 5 5
น่านน่าอยู่มากค่ะ อยากเป็นครูที่นั้นจังเลยต้องทำไงบ้างค่ะ จบครูมาค่ะ
แล้วจะเข้าใจ ... ทำไมประเทศเรามีปัญหา
ประเทศไทยเจอกับปัญหาเศรษฐกิจครั้งแล้วครั้งเล่า ?
ประเทศไทยมีประชากร 65 ล้านคน
25 ล้านคนเกษียณอายุแล้ว เหลือ 40 ล้านคนไว้ทำงาน
28 ล้านคนยังเรียนหนังสืออยู่ เหลือ 12 ล้านคนไว้ทำงาน
8 ล้านคนเป็นข้าราชการ เหลือ 4 ล้านคนไว้ทำงาน
2.5 ล้านคนเป็นทหาร เหลือ 1.5 ล้านคนไว้ทำงาน
1.2 ล้านคนเป็นนักการเมืองหรือทำงานให้นักการเมือง
เหลือ 300,000 คนไว้ทำงาน
200,000 คนนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล เหลือ 100,000 คนไว้ทำงาน
99,998 คนอยู่ในคุก
เหลือ 2 คน คือ
" ฉัน " กับ " เธอ"
แล้ว " " ก็ยังมานั่งอ่านไอ้นี่อยู่อีกต่างหาก !
ยังจะมายิ้มอีก ไป ไป ……………………………… ทำงาน