การเดินทางมาล่องเรือในครั้งนี้ สอนให้พวกเรารู้ว่า การทำงานใดๆก็ตาม หัวใจก็คือ “ทีมงาน”การทำงานที่สอดคล้องประสาน ทำหน้าที่ตามบทบาทของตนเองให้ดีที่สุด ก็จะนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะมีมากมายขนาดไหนก็ตาม เราก็สามารถก้าวพ้นอุปสรรคนั้นได้อย่างภาคภูมิ

ฝนแรกพรมผืนป่า ต้นไม้ใหญ่น้อย ต่างชูยอดอ่อนเขียวสด ดูสดชื่นทั่วหุบเขา ม่านหมอกยามเช้า คลี่ห่มยอดเขาในยามเช้า อ้อยอิ่งเคลียคลอหุบเขาน้อยใหญ่

คณะของพวกเราซึ่งประกอบด้วย นักวิจัยจากชุดโครงการการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำทีมโดย พ.ท.ปิยวุฒิ โลสุยะ และผม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานภาคและจากสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน   

พวกเราออกเดินทางอย่างสบายๆจากบ้านรุ่งอรุณ (อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน)ซึ่งเป็นหมู่บ้านในโครงการวิจัยไปยังบ้านมูเซอห้วยส้านนอกเป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นกับการล่องเรือยางในทริปนี้   ที่เรากำหนดระยะเวลาไว้ ๒ วัน

เสียงบอกเล่าถึงวิธีการใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ประกอบด้วยเสื้อชูชีพและหมวกกันน๊อค ตลอดจนการสาธิตวิธีการใช้จาก “ไทเกอร์” คุณปัญญา มงคลธนานนท์ แห่งแม่ฮ่องสอนแอดเวนเจอร์ หัวหน้ากัปตันของพวกเราในการเดินทางผจญภัยครั้งนี้ ทำให้บรรยากาศการเตรียมตัวล่องเรือเป็นไปอย่างสนุกสนานและตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ชวนให้จินตนาการถึงความสนุกกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้

ไทเกอร์พาพวกเรา เตรียมตัวขึ้นเรือที่ท่าน้ำข้างหมู่บ้านพร้อมกับแนะนำกัปตันที่จะ ดูแลเรือแต่ละลำให้พวกเรา หลังจากที่ลงนั่งเรือประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว ไทเกอร์กับแดนนี่ (คุณชนแดน       คีรียอดสง่า) สาธิตวิธีการพายเรือและการปฏิบัติตนเมื่อฉุกเฉิน ก่อนที่เรือยางทุกลำจะถูกปล่อยเป็นอิสระบนลำน้ำของ

ต้นไคร้น้ำเขียวชอุ่ม พักโบกตามแรงลมและความแรงของสายน้ำอย่างอารมณ์ดี เสียงดนตรีแห่งพงไพรบรรเลงประสานกันเพราะหู กระรอกน้อยคู่เกาะกิ่งไม้เอียงคอ มองพวกเรา ผู้มาเยือนด้วยความยินดี น้ำใสไหลเอื่อยๆของแม่น้ำของ เสียงน้ำกระแทกกับใบพายผสานกับเสียงคุยกันอย่างสนุกสานของคนบนเรืออย่างออกรส สลับกับเสียงควบคุมเรือของกัปตัน

Go Go เสียงกัปตันสั่งให้พวกเราเร่งฝีพายให้เร็วขึ้น

เพื่อเร่งให้ถึงจุดแรกที่พวกเราจะพักเรือรับประทานอาหารกลางวัน ประมาณ ๔๕ นาทีจากจุดเริ่มต้นพวกเราก็มาถึงสบน้ำลาง เป็นจุดที่น้ำลางมาบรรจบกับน้ำของ พวกเราพักทานอาหารกลางวันกันที่จุดนี้ กันอย่างอิ่มหนำก่อนที่จะต้องใช้แรงในการพายเรือผจญภัยต่อไป เสียงน้ำตกดังขึ้นทุกขณะ ใช่แล้วครับ เรากำลังเดินทางไปยังน้ำตกซู่ซ่า เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ กว้างประมาณ ๓๐๐ เมตร    สูงประมาณ ๕ เมตร ตามแนวแม่น้ำของ การเข้าสู่น้ำตกซู่ซ่าเข้าได้ สองทาง โดยการล่องเรือยาง และเดินป่าใช้เวลา ๔ - ๕ ชั่วโมง

 

พวกเราหยุดเล่นน้ำกันบริเวณนี้กันให้หนำใจ ออกเดินทางต่อไปอีก ครึ่งชั่วโมง มาถึงแค้มป์ปางเคาะ ขนาดใหญ่ เป็นที่พักกลางป่าริมแม่น้ำของ ที่นี่มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำพร้อมสรรพ์ พวกเราจัดเเจงเก็บสัมภาระและกางเต้นท์หลากสี ทำอาหารสำหรับเย็นวันนี้

ในค่ำคืนที่ไม่เงียบเหงาในป่าใหญ่ แสงไฟลุกโชน กลางลานกว้าง พวกเราพากันนั่งล้อมวงคุยกัน อย่างออกรส บางคนเล่าถึงประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆเมื่อช่วงกลางวัน เวทีสนทนาของพวกเราเสียงดังขึ้นทุกขณะ ผสานกับเสียงหัวเราะ สนุกสนาน ดึกแล้วน้ำค้างเริ่มพรมใบหญ้า ก็เข้านอน กัปตันของเราบอกว่า พรุ่งนี้ให้เตรียมใจกับแก่งแม่น้ำปายที่จะระทึกใจเป็นที่สุด ให้ออมแรงไว้

เราหลับไหลภายใต้อ้อมกอดของขุนเขาขับกล่อมด้วยเสียงดนตรีแห่งพงไพรด้วยความเหนื่อยปนเปกับความสุข แอบฝันว่าวันพรุ่งนี้เราจะสนุกสักแค่ไหน

เช้าแล้ว...

เสียงไก่ป่าเจื้อยแจ้ว เป็นสัญญาณให้ทุกคนตื่นและเตรียมเก็บสัมภาระ รับประทานอาหารเช้าแล้วเดินทางต่อ

ไทเกอร์แนะนำให้พวกเราเตรียมร่างกาย เตรียมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยให้พร้อม เพราะว่าแก่งแม่น้ำปายค่อนข้างเยอะและกระแสน้ำค่อนข้างแรง ความยากง่ายระดับ ๓ - ๔ ตัวเลขที่บอกไว้เป็นเกณฑ์แบ่งความยากง่ายของสายน้ำ ระดับที่กัปตันบอกหมายถึง สายน้ำค่อนข้างแรง มีแก่งมาก ที่ต้องใช้เทคนิค ฝีมือและการพายและต้องระมัดระวังในการล่องแก่งพอสมควร

ประมาณ ๔๕ นาที จากแคมป์ปางเคาะ ก็มาถึงสบแม่น้ำปาย พวกเราตะลึงในความสวยงามของธรรมชาติแถบนี้ คุ้งน้ำขนาดใหญ่ ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจี แก่งหินหลากรูปทรงกระจายอยู่ทั่วไป กัปตันบอกให้พวกเราเตรียมตัวอีกครั้ง ความระทึกใจจะเริ่มจากจุดนี้

กลิ่นกำมะถันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ไม่นานพวกเรามาถึงโป่งน้ำร้อน เป็นโป่งน้ำร้อนขนาดเล็กริมแม่น้ำปาย  ไทเกอร์บอกว่าโคลนที่โป่งเล็กๆริมสายน้ำแห่งนี้อุดมด้วยแร่ธาตุใช้พอกหน้าพอกตัวได้ด้วย  

อีกจุดหนึ่งที่มีโตรกผาแปลกตา เราเรียกว่า “ปายกีด” เป็นหินผาสูงชัน น้ำปายเลื้อยไหลไปตามซอกผา ยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร เราล่องเรือไปพร้อมกับชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่สรรสร้างไปพร้อมๆกัน

เสียงน้ำกระทบกับโตรกหินข้างหน้าเป็นสัญญาณว่าให้พวกเราเตรียมพร้อมกับแก่งต่อไป ความสนุกสนานครั้งแล้วครั้งเล่า บอกขานกันไม่รู้จบบนเส้นทางสายนี้ ตลอดเส้นทางถ้าโชคดี เราอาจจะได้เจอสัตว์ป่า อาทิ เก้ง กว้าง หมูป่า และนักนิยมดูนกไม่น่าพลาดเท่าที่สังเกตเราพบนกสีสวยแปลกตามากมาย ตลอดสองฝั่งแม่น้ำ

หลังจากผ่านกระแสน้ำ แก่งหิน แก่งแล้วแก่งเหล่า เรากำลังมุ่งหน้าตรงไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของพวกเราในทริปนี้

การล่องแก่งนั้นทุกคนบนเรือจะต้องทำงานประสาน สอดคล้องกันทำตามคำสั่งผู้นำจะบอก ในเรือลำหนึ่งจะมีกัปตัน ๑ คน และลูกเรืออีก ๕-๖ คน ตามขนาดของเรือ โดยกัปตันจะเป็นผู้คัดท้ายบังคับหางเสือ (ไม้พายคือหางเสือ) โดยลูกเรือจะต้องช่วยกันพายเรือตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

การล่องแก่งแม่น้ำปาย ถือว่าเป็นรูปแบบเบื้องต้นในการล่องแก่งด้วยเรือยางแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป แก่งแม่น้ำปายเกิดจากทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาแดนลาวระยะทางประมาณ ๑๘๐ กม.

การเดินทางมาล่องเรือในครั้งนี้ สอนให้พวกเรารู้ว่า การทำงานใดๆก็ตาม หัวใจก็คือ “ทีมงาน”การทำงานที่สอดคล้องประสาน ทำหน้าที่ตามบทบาทของตนเองให้ดีที่สุด ก็จะนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะมีมากมายขนาดไหนก็ตาม เราก็สามารถก้าวพ้นอุปสรรคนั้นได้อย่างภาคภูมิ

การเดินทางบนเส้นทางการผจญภัยด้วยเรือยางในสายน้ำแม่น้ำของ แม่น้ำปาย นับว่าเป็นการเดินทางที่สนุกและท้าทาย ให้ผู้กล้าเข้ามาลองสัมผัสการผจญภัยบนผืนน้ำ

เก็บเกี่ยวความทรงจำและภาพของความประทับใจที่มิรู้ลืม เรื่องราวดีๆตลอดเส้นทางแม่น้ำของ แม่น้ำปาย


บันทึกผจญภัย แม่น้ำของ - แม่น้ำปาย แม่ฮ่องสอน

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร