Spochan in Action

ภาพการแข่งขัน spochan ประเภทดาบสั้นและ Tate (โล่)  ภาพจาก: http://www.internationalsportschanbara.net/photo/p30w/26.jpg

<p align="center">คำถาม: ถ้าท่านเป็นคนซ้าย ที่กำลังลอยตัวมา อะไรคือสิ่งที่กำลังอยู่ในใจท่าน?  และถ้าท่านเป็นคนขวา ที่กำลังยกโล่ขึ้นป้องกันล่ะ?  ท่านกำลังมีอะไรอยู่ในใจ?</p>


กีฬานี้ มีอะไรมากกว่าที่ท่านเห็นเพียงเปลือกนอกอีกมากค่ะ  เพราะผู้เล่นจะต้องเป็นฝ่ายให้สัญญาณบอกผู้ตัดสินเองค่ะถ้าตัวเองโดนทำแต้มเสียคะแนน  เป็นระบบ honor system เพราะมันไวมากต่อให้มีผู้ตัดสินหลายคนหลายจุดรอบสนามก็อาจเห็นไม่ทันและอาจไม่เป็นเอกฉันท์ทุกครั้ง  จะมีแค่ผู้เล่นสองคนเท่านั้นที่รู้   บางครั้ง ก็รู้คนเดียว คือ คนที่ตีได้แต้มก็ยังไม่เห็นด้วยซ้ำ  แต่คนถูกตีเสียแต้ม จะต้องเป็นคนให้สัญญาณบอกให้ตามกติกา   ที่เห็นนี้เป็นการฝึกการขัดเกลากิเลสของผู้เล่นตลอดเวลานั่นเองค่ะ นอกเหนือจากการฝึกสติน่ะนะคะ

</font></span></span><p align="center"> </p>

"....เล่น....เพื่อให้รู้เท่าทันตัวเอง....  และฝึกไปเพื่อไม่ให้อยากเอาชนะ ..."


</span></span><p>หมายเหตุ เรื่องนี้เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนไปทำวิจัยที่ญี่ปุ่น  เป็นเรื่องที่เล่าโดยรวมถึงกระบวนการเรียนรู้จากการที่เซนเซค่อย ๆ ฝึกฉันจากผู้ไม่มีพื้นฐานใด ๆ เลยในกีฬา Spochan スポチャン หรือการดวลดาบผ้าอัดลมที่เป็นกีฬาศิลปป้องกันตัวอย่างหนึ่งของญึ่ปุ่นที่มีรากฐานมาจากการดวลของซามูไรแต่เมืองไทยไม่มีใครสอนนอกจากเซนเซดาบซามูไรฉัน   ซึ่งท่านสอนนร.ญี่ปุ่นในคลาสต่อจากที่สอนดาบจริงฉัน   จนกระทั่งฉันได้มีโอกาสพัฒนามาเป็นผู้ช่วยสอนเด็กอนุบาลและประถมญี่ปุ่นในเมืองไทย  แล้วได้ไปเดินสายแข่งที่ญี่ปุ่นในระดับทัวร์นาเม้นท์ของจังหวัด ของประเทศ และชิงแชมป์โลกในนามทีมชาติไทยในที่สุด</p><hr>

 

เมื่อวานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ได้ไปเรียน เล่น ซ้อม (และโดนซ้อม) กับเด็ก ๆโดยหนนี้เซนเซให้ฉันฝึกคุมเด็ก ออกคำสั่งมากขึ้น พักหลังเซนเซ ซ้อมให้ฉันหนักดีมากวันนี้ก็โดนอย่างอ่วม ไม่น่าเอานิ้วก้อยไปอวดตอนก่อนเรียนเลยว่าของอาทิตย์ที่แล้วยังไม่หายเขียวเลยเซนเซ ปรากฏว่า เลยได้มาอีกสองช้ำใหญ่หนนี้สองมือเลย คงหายซ่าไปอีกนาน

Right Hand Injury

</span><p align="center">ภาพตัวอย่างอาการบาดเจ็บจากการฝึกดาบประเภท spochan ที่ถึงแม้เป็นดาบผ้าอัดลม  แต่ถ้านักดาบที่มีพื้นฐานดาบจริง จะสามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้มาก  ภาพนี้มาจากวันที่ฉันสอบสายดำ แต่วันนั้นฉันอ่อนซ้อมเองเพราะเพิ่งผ่าเลสิค และไม่ได้ซ้อมมาสองอาทิตย์ก่อนหน้า และต้องสู้ถึง ๓๐ ดาบต่อกันกับแชมป์เอเชีย  โดยไม่มีเครื่องป้องกันมือ เหมือนในระดับแข่งทั่วไป</p><p align="left">
แต่ก็เป็นอย่างที่เดาเอาไว้นั่นแหละว่าเซนเซจงใจโหด เพราะวันนี้เซนเซมีเลคเชอร์ปากเปล่าหลังเรียนจบอีกว่า นี่จะสอบขึ้นสายดำดั้ง แล้วนะ เพราะฉะนั้น จะออกอาวุธแต่ละครั้ง ต้องเล็งผลให้โดนเป้า ห้ามออกมั่ว</p>

เพราะฉันเล่นออกแบบหมัดแย็บเก็บคะแนนไงคะท่านผู้ชม และกะใช้ดาบกวนสายตาเซนเซก่อนตีด้วยซึ่งเซนเซห้ามใช้วิธีนี้ บอกว่าเป็นวิธีเด็ก ๆ ต้องให้เล่นแบบผู้ใหญ่อย่างเดียว

คือนิ่ง ๆ แต่ถ้าจะออกอาวุธเมื่อไหร่ต้องออกสุดแรงเกิดและต้องตีเข้าเป้าเสียงดังถล่มทลายให้พิการไปข้างนึงอะไรทำนองนั้น แบบให้คู่ต่อสู้ตายในดาบเดียว หรือแขนขาด ขาขาด ตาบอด อะไรเทือกนั้นในการฟาดไปทีเดียว

ทำให้นึกถึงว่าเคยอ่านเจอในหนังสือที่ค้น ๆทำวิทยานิพนธ์นี่แหละเป็นคำพูดเกี่ยวกับปรัชญาการใช้ดาบของญี่ปุ่น(ที่ต่างกับของจีน) ว่าหนึ่งดาบตัดขาดออกเป็นสองส่วนหรือสามส่วนนี่แหละ

ความหมายนัยยะที่ซ่อนไว้ก็คือการออกดาบแม้นเพียงครั้งเดียวก็ต้องให้ได้ประโยชน์ ไม่งั้นเสียพลังงาน ว่างั้นทีเดียวต้องให้ได้ตามจุดประสงค์ คือหยุดคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ ถ้าไม่ตาย ก็ต้องพิการไม่สามารถสู้กับเราได้ต่อไป นั่นคือสถานการณ์ในสนามรบสมัยก่อนน่ะนะ เดาเอาต้องไปค้นดูใหม่แล้ว เอ...อยู่เล่มไหนนะ รู้สึกจะเล่มของ มูเนโนริที่เป็นอาจารย์ดาบของโชกุนโตกุกาว่า คนที่สาม  เป็นหนึ่งในยอดฝีมือร่วมสมัยมูซาชิ ที่ไม่เคยได้ดวลกัน

Life-Giving Sword

</span><p align="center">ภาพหนังสือแปลคัมภีร์ดาบของมูเนโนริ ที่มา: http://www.koryubooks.com/store/lifegivingsword.html  </p><p align="left">
เซนเซอธิบายหลักการตรงนี้ว่าเขาสอนวิชาการใช้ดาบซามูไร คือ Batttou Jutsu 抜刀術 เป็นหลัก เพราะฉะนั้นเขาต้องการให้ฉันนำหลักการนั้นมาใช้ตรงนี้ด้วย นั่นก็คือ ทุกสิ่งเกี่ยวกับจิตใจขรึม ขลัง หนักแน่น จริงจัง มีปรัชญาแฝง ไม่ใช่อะไรเล่น ๆ ไร้สาระเย้ว ๆแบบศิลปะป้องกันตัวทั่วไปที่เป็นเรื่องของแพ้ชนะเพราะวันแรกที่เซนเซใส่หน้ากากมาประลองกับฉันนั้น ฉันบอกเซนเซทีหลังจบคลาสว่ามีอยู่ตอนนึงที่ฉันอยากทำอย่างในหนังซามูไรที่เซนเซให้ฉันยืมมาดู เรื่องไหนหนอ?     </p>

Last Samurai's Kenjutsu

</span><p align="center"></p><p align="center">ที่แน่ ๆ ไม่ใช่จากเรื่องนี้ </p><p>นั่นก็คือทิ้งดาบลงกับพื้น คุกเข่า แล้วก็บอกว่า ข้าขอยอมแพ้แล้ว อะไรประมาณนันเพราะตอนที่จรดดาบจะเริ่มต้นยกนั้น ฉันหาจุดเปิดที่จะโจมตีเซนเซไม่ได้เลย อะไรนั่นเป็นไปได้ไง เซนเซก็ยืนอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ แต่ไม่ว่าฉันจะพยายามมองตรงไหนเหมือนมันปิดไปหมด จนใจจริง ๆ </p><p> มันดูเป็นภาพที่หลอนมากเลยน่ะฉันจำความรู้สึกนั้นได้แม่นมากเลยถ้าใครไม่เคยดวลกับปรมาจารย์ดาบซามูไรที่สามารถทำสภาวะจิตใจระดับนี้ได้คงยากที่จะเข้าใจว่า เขาปิดจุดโจมตีของเขาด้วย “ใจ”ได้อย่างไร

ตอนหลังฉันถามว่าเซนเซทำยังไง เซนเซบอกว่า นั่นแหละ คือจิตใจที่ไม่ได้อยากจะเอาชนะ ฉันยกมือเกาหัวแกรก ๆ เลย คือฉันรู้ในหลักการน่ะนะแต่ว่ามันทำยังไงน่ะ </p><p>เพราะว่าให้ฉันไม่ไปสู้ก็ได้ เนื่องจากฉันไม่ได้เป็นคนที่ชอบสู้กับใครในชีวิตจริงอยู่แล้ว ฉันเป็นนักประนีประนอมแต่พอเข้าสังเวียน แล้วบอกให้ไม่อยากเอาชนะนี่น่ะนะ  งงน่ะ</p><p>แค่ให้ต้องทำใจให้ฮึกเหิมจะต้องเอาดาบไปตีหัวใครก็ยากจะตายอยู่แล้วแถมต้องไปตีหัวครูบาอาจารย์อีกสำหรับคนไทยนิสัย(ค่อนข้าง)สุภาพอย่างฉันแล้วทำลำบากมาก แต่พอจะฝึกให้กล้า ๆ หน่อยก็กลับบอกว่าให้ทำใจให้ไม่อยากชนะอีกแล้ว

ความจริงฉันก็เคยอ่านเรื่องนี้มานานแล้วในมูซาชิ และอื่น ๆ แต่ว่ามันทำไม่เป็นจริง ๆ เซนเซบอกว่า ฝึกสมาธิไปนาน ๆแล้วก็จะเป็นเอง เพราะเซนเซรู้ว่าฉันไปเข้าคอร์สวิปัสสนาบ่อยซึ่งมันก็เหมือนเซนนี่แหละ เซนเซเป็นคนไม่ค่อยสอนมากเป็นคำพูด แต่ชอบให้ลงมือทำแล้วเข้าใจเอง เป็นอะไรที่ เซ้น เซน </p><p>สรุปว่า ฉันก็ยังทำไม่เป็นอยู่ดี  แต่ฉันเดาเอาว่า  คำตอบอยู่ที่การเจริญสติ  ถ้าเรามีสติที่จดจ่อ ต่อเนื่อง เป็นปัจจุบัน เหมือนที่อาจารย์ฉันสอนที่เชียงใหม่  เมื่อนั้น กิเลสใด ๆ ก็เข้าแทรกไม่ได้  รวมทั้งตัวที่จะทำให้อยากชนะด้วย</p><p>
ทีนี้ กลับมาเรื่องซ้อมคู่กับเซนเซใหม่

เมื่อวานมันเป็นการเล่นแบบทั้งยก ซึ่งเหนื่อยมากกว่าจะครบยก ทั้ง ๆ ที่ถ้าเป็นดาบจริงถูกฟาดมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขนาดนั้น (ขนาดดาบผ้านะนั่นคิดเอาเองว่าการตีแรงขนาดช้ำห้อเลือดได้เป็นอาทิตย์ ๆ แล้วยังไม่หายนี่แรงขนาดไหน)ฉันคงตายไปแล้วทันที ไม่หัวแบะ ก็แขนขาด </p><p>แต่เนื่องจากมันไม่ตายทันทีไงมันตายแล้วเกิดใหม่อยู่นั่นแหละ เลยเข้าใจทุกข์ของการเวียนว่ายตายเกิดไปอีกแบบนะได้ยินเสียงตัวเองหอบหายใจแรงมากอยู่ในหน้ากากหมวกกันน็อคนั่นแหละ</p><p>เป็นเสียงที่น่ากลัวนะ เหมือนปฏิบัติธรรมเหมือนกันตอนนั่งสมาธิบางทีแล้วสมาธิยิ่งเกินบางทีจะได้ยินเสียงความเงียบเหมือนวิปัสสนูปกิเลสตัวปัสสธินะ คิดว่า เป็นความสงบ</p><p>แล้วในความสงบนั้นฉันก็ได้ยินเสียงของความเงียบนะ แต่เป็นเสียงที่อยู่ในความสงบอธิบายไม่ถูก ชอบด้วย ต้องกำหนดว่าชอบหนอ ๆ ไม่เที่ยงหนอ อะไรทำนองนี้เพราะบางทีติดสุข ติดกับความสงบไปมันจะไม่สามารถก้าวข้ามพ้นไปขั้นปัญญาได้สมาธิมันจะดึงไปดิ่งลึกเกิน

เรียนสมาธิเคลื่อนไหวแบบเซนมันก็เจ็บปวดอย่างนี้เองแต่ตอนเอานิ้วก้อยไปอวดเซนเซ ก็รีบบอกว่า ไม่เป็นไรนะ ชอบ เนื่องจากทำให้จำและเรียนรู้ เซนเซก็ดูจะยิ้ม ๆ ก็เลยสนองนโยบายเสียอ่วม</p><p>วันนี้ตอนสู้กับเซนเซจิตใจว้าวุ่นกว่าอาทิตย์ที่แล้ว ไม่สามารถตีเซนเซได้เกินหนนึงและไม่แรงด้วย อาทิตย์ที่แล้วยังโดนสองที โดนหน้ากากเซนเซหนึ่งที ดีใจแทบแย่ยังนึกว่าเซนเซยอมให้เลย คิดว่าน่าจะยอมให้ เพื่อเป็นกำลังใจและคงให้เด็กอนุบาลญี่ปุ่นที่เซนเซให้ฉันฝึกสอนอยู่กลัวฉัน

วันนี้ฉันสู้ด้วยใจที่ไม่ฮึกเหิมเท่าหนที่แล้วเพราะจิตใต้สำนึกมันคงกลัวเจ็บและเซนเซเล่นเอาเบาะมากั้นเป็นแนวเวทีเหมือนเวทีมวยแต่เล็กกว่ามากเพื่อไม่ให้ฉันเต้นฟุตเวิร์คหนีไปได้ไกลด้วยสงสัยกลัวฉันใช้ลูกเล่นแบบนักมวยไทยคือเอะอะก็ตีกรรเชียงหนีไว้ก่อน</p><p> หนีก็ไม่ได้ตีก็ไม่โดนเซนเซ แล้วเซนเซก็สืบเท้าต้อนฉันเข้ามุมอย่างเดียว จะเหลือเหรอตอนหลังเซนเซเห็นมือขวาที่ถือดาบฉันท่าทางจะแย่แล้วก็เลยออกคำสั่งว่า “Kamae o Kae Te!”  คือให้เปลี่ยนมือถือดาบเป็นมือซ้ายแทนคือสำนักฉันก็สืบมาจากมูซาชิเหมือนกันนั่นแหละคือเป็นดาบสองมือก็ได้

แต่ปรากฏว่า พอถือมือซ้าย ก็ใช่ว่าจะรอดมือซ้ายกลับโดนเต็ม ๆ กว่ามือขวา เจอเปรี้ยงมหากาฬของเซนเซดาบกระเด็นหลุดจากมือออกนอกเวทีไปเลยถ้ามีปี๊บก็คงขอยืมมาคลุมหัวเดินออกไปเก็บดาบแล้วล่ะ </p><p></p><p align="center">Left Hand Injury </p><p align="center">ภาพอาการบาดเจ็บมือซ้าย จากวันเดียวกัน (สอบสายดำ)</p><p>แต่เซนเซก็ดีนะ ไม่เข้ามาตีซ้ำทั้ง ๆ ที่กติกาการแข่งจริงให้เข้ามาตีซ้ำได้(!) ยังให้ฉันรีบเก็บดาบกลับมาก่อนแล้วค่อยสู้ต่อ ไม่งั้นมันจะดูเป็นฉากยากูซ่าซ้อมตัวประกันอ้วน ๆ จนเกินไปแล้วเดี๋ยวตัวประกันกระอักเลือดตายก่อนหนังจบไปเสียก่อน</p><p>ฉันกลับมาคิดที่บ้านทีหลังแล้ว  ฉันพบว่า ฉันมัวใช้เวลา “คิด” มากเกินไปนั่นเอง แทนที่จะเป็นการสู้แบบใช้ awareness หรือ mushin ล้วน ๆ  นั่นก็คือ การเจริญสติ รับรู้ทุกสิ่ง ตามความเป็นจริง</p><p>เหมือนการปฏิบัติธรรมไม่มีผิด  ฉันปล่อยให้ใจฉันมีนิวรณ์รบกวนเกินไป  การรับรู้ของฉันเลยแย่มาก  ไม่เห็นทิศทางดาบของเซนเซที่จะฟาดลงหัวฉัน  หรือว่าลงมือฉันจนดาบกระเด็นไปเป็นโยชน์เลย</p><p>ที่สำคัญที่สุด  ประเด็นก็คือ  ฉันไม่อยู่กับ “ปัจจุบัน” นั่นเอง มัวแต่ไป “คิด” ถึงอาทิตย์ที่แล้ว  การที่ “คิด” นี่น่ะ  ทำให้เกิดความ “กลัวเจ็บ” ไปบ้าง ตามจิตใต้สำนึก  หรือไม่ก็มัวแต่ไปคอยคิดว่า เอ๊….อาทิตย์ที่แล้วฉันทำท่าไหนเนี่ย ถึงตีถูกเซนเซ</p><p>พลาดอย่างโง่ ๆ จริง ๆ เชียว  แต่อะนะ  ฉันยกโทษให้ตัวเองอีกสักหน  เพราะว่าฉันมันคนขี้กลัว ขี้ตกใจอย่างร้ายกาจ  และถ้าใครเคยได้เผชิญหน้า จอมยุทธซามูไรหน้านิ่ง สายตาเย็นเยียบ สามารถสยบคนได้เพียงตาที่ “จิก” มาราวกับเหล็กอันคมกล้าได้นั้น  ก็เชิญเถอะ  ภาษาของเด็กขี้กลัวอย่างฉัน  ต้องบอกว่า  แค่สบตาเซนเซผ่านหมวกกันกระแทกในเวทีประลอง ฉันก็ฉี่จะราดอยู่แล้วด้วยความกลัว  </p><p></p><p align="center">Sensei </p><p align="center">เซนเซของฉัน ภาพ โดย นิตยสาร GM</p><p align="left">นอกจากนี้ก็มีช่วงที่อีนุงตุงนังที่เซนเซให้ฉันฝึกทำทุกอย่างทั้งถือดาบเป็นคู่ซ้อมกับเด็ก ๆและออกคำสั่งไปด้วย โห…ยังกับจะจำได้หมดน่ะ เซนเซไม่ช่วยด้วยแต่ให้ฉันถือโพยที่สั่งพิมพ์ไปจากบ้านอ่านได้ </p><p>เซนเซส่งมาให้เป็นตัวฮิรากานะน่ะแต่อ่านไปผิดไปอยู่นั่นน่ะ คือไม่มั่นใจเรื่องสำเนียงน่ะหนึ่งแต่ตัวฮิรากานะจะทำให้ฉันงงมากกว่าคันจิ เพราะมันเหมือนเป็นโฟเนติกส์สู้ส่งคันจิมาเลยดีกว่าเซนเซ (แน่ะ ทำซ่าอีกแล้ว) </p><p>Japan Cultural Fair</p><p align="center">ภาพจากวันงานวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย เดือน พ.ย. ปี ๒๕๔๘ ฉันยังสายน้ำตาลอยู่ และน้องหมีคุมะอ้วนยืนอยู่ท้ายแถวสุด ปีนี้น้องหมีได้สายเหลืองแล้ว</p><p></p><p>ฉันหลง ๆ ลืม ๆ กับคำสั่งภาษาญี่ปุ่นในการออกดาบในท่าต่าง ๆ จนน้องหมี(เขาชื่อ คุมะ แปลว่าหมี) ตัวอ้วนแน่น ตากลมโต สูงแค่เอวฉัน ที่ซ้อมคู่กับฉันในแถว ถอนหายใจเฮือกเบา ๆ แอบเหลือบตามองขึ้นมาแล้วคอยกระซิบบอกบทฉันเป็นระยะ ๆ น่ารักมาก</p><p>ดีที่เซนเซจับเขาคู่กับฉัน เพราะเขาเก่งกว่าคนอื่น และเรียนมานานแล้วถ้าฉันออกคำสั่งผิด เขาก็จะทำตาโตแล้วสั่นหัวดิ๊ก ๆ ถ้าฉันพูดถูกแล้วเขาก็จะพยักหน้าหงึก ๆ เป็นภาพที่ดูไม่จืดเลย นักศึกษาปริญญาเอกต้องให้เด็กอนุบาล ๕ขวบสอนบอกว่าต้องพูดยังไงถึงจะถูกเป็นการลดอัตตาตัวตนที่ดีมาก

แต่ลองทำดูบ้างไหมล่ะมือนึงถือกระดาษเป็นปึ๊งที่เย็บแม็กมาแล้วหลุดออกจากกันมือนึงถือดาบแล้วต้องคอยตีไปด้วย ตาก็คอยมองว่าเด็กคนอื่นพร้อมหรือยังแล้วคอยออกเสียงภาษาญี่ปุ่นที่เพิ่งเรียนมาได้ไม่ถึงสองปีดีในคอร์สภาคค่ำให้ถูกตอนแล้วต้องคอยมองน้องหมีคุมะไปด้วย ว่าเขาตีถูกไหม หรือฉันตีพลาดไปถูกหัวเขาหรือเปล่าแทนที่จะต้องเป็นการตีดาบเขาที่ยกขึ้นมาเป็นเป้าให้</p><p>มีตอนนึงโพยหลุดจากมือกระจาย น้องคุมะก็วิ่งไปเก็บมาให้อีก โอ๊ย วุ่นวายไปหมด sumimasen!”  (ขอโทษทีจ้ะ) ฉันต้องบอกน้องหมีอ้วนเขา

สรุปว่าวันนี้ตอนเรียนดาบซามูไรเดี่ยว ๆกับเซนเซทุกอย่างก็สงบเรียบร้อยดี ดูเคร่งขรึมในชุดซามูไร เสื้อขาวกางเกงฮากามะสีกรมท่าดำ คาดดาบที่เอวข้างซ้ายแต่พอเปลี่ยนชุดมาเล่นกับเด็ก ๆ เท่านั้นไหนจะโดนเซนเซซ้อม ไหนจะต้องวิ่งซ้อมกับเด็กปุเลง ๆดูแล้วเหมือนอยู่กันคนละโลกเลย แต่ก็นั่นแหละนะ ชีวิตคือการเรียนรู้ไม่ใช่หรือ? </p><p align="center">My Class
 พี่หมีกับน้องหมีและนักเรียนตัวจิ๋วคนอื่น ๆ</p>