สวัสดีค่ะ คุณ อนุเซน รินไซ,
ขอบพระคุณมากค่ะ ที่แวะเข้ามาทักทายและให้สติ
จริงด้วย เจอคนเมาอีกแล้ว ฮ่า ๆ ๆ
มัวเมาสิ่งที่ตนยึดติด จนหูตาบอด หน้ามืดตามัว
น่ากลัวมากจริง ๆ ด้วยค่ะ
จริง ๆ แล้ว ถ้าว่าการตามหลักการวิเคราะห์การเขียนจม.ของเอฟบีไอ
ผู้ที่ใช้นามแฝงว่า โยคี ห.ส. นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ตั้งใจเขียนด้วยสมาธิสูงมาก ดูจากการจัดบรรทัดที่เป็นระเบียบ การเลือกใช้คำ การทำตัว bold
แต่เกรงว่าสมาธิสูงเกินไปจนสติหายหมด
หน้ามืดตามัวจนความรู้ตัวทั่วพร้อมก็หายไปด้วย
เพราะประโยคแรกก็ "มุสา" ผิดศีลข้อที่ ๔ แล้วค่ะ
ประโยคแรกบอกว่า "ได้อ่านบทความแล้ว"
แต่เนื้อความที่โพสต์ตามลำดับมา
บ่งบอกว่า "ไม่ได้อ่านบทความนี้เลย"
เพราะว่า บทความนี้ บอกไว้โต้ง ๆ ตั้งแต่ย่อหน้าแรกแล้วว่า กีฬานี้ลึกซึ้งกว่าที่เห็นมาก เพราะต้องเป็นการฝึกไปเพื่อไม่ให้อยากเอาชนะ
ซึ่งเป็น concept ที่ดูเหมือนจะขัดกันกับการทำแต้ม แต่จริง ๆ แล้วทำได้ในทางปฏิบัติ เพราะเป็นการ "ป้องกันตัว" ในจังหวะสุดท้ายชนิดหนึ่ง ที่จะเอื้ออำนวยกับผู้ที่จะเลือกเป็นฝ่ายรับมากกว่ารุก อะไรทำนองนี้เป็นต้น ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยฝึก ก็คงไม่มีวันเข้าใจ
เป็นศิลปะในการเอาตัวรอดชนิดหนึ่งนั่นเอง ซึ่งมนุษย์ ผู้มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ต่างทำกันอย่างนี้มาตั้งแต่ที่ยุคหินกันแล้ว ผู้ที่ปฏิบัติธรรมไปนาน ๆ ก็จะรู้จักอาการของจิตตัวนี้ ตัวที่รักตัว กลัวตาย
ไม่เช่นนั้นพระพุทธเจ้าไม่ทรงตรัสไว้หรอกค่ะว่า
รักใด เสมอด้วย รักตนนั้น ไม่มี
นั่นเป็นธรรมชาติของจิตมนุษย์
แล้วคนที่ใช้ชื่อว่า โยคี ห.ส. นั้น ยังหลับหูหลับตา แอบอ้าง คำว่า "ทุกคน" ต่อไปอีกด้วย
ไม่ทราบว่า คำว่า "ทุกคน" ของคุณโยคีห.ส. นั้น มีกี่คน?
๑ คน ๒ คน หรือว่า ๓ คน?
คำว่าทุกคนเอามาจากตรงไหน? อ้างอิงจากที่ใด? มีนัยยะสำคัญทางสถิติหรือไม่?
เพราะอย่างน้อยก็ไม่มีแม้แต่สักคน ที่เข้ามาแสดงความเห็นในบันทึกนี้ก่อนคุณ รวมถึงอ.พิชัย ที่เป็นอ.ของศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่เองด้วย มีความเห็นเหมือนกับคุณ
อย่างนี้นับเป็นมุสาเป็นครั้งที่ ๒ หรือไม่?
ประการต่อไป คุณผู้ใช้ชื่อว่าเป็น โยคีห.ส. ใช้คำว่า "เป้าหมายของการฝึกซามูไร คือ การล่วงศีลข้อที่หนึ่ง คือการฆ่า"
แสดงว่า มุสา อีกเป็นครั้งที่ ๓
เพราะว่าไม่ได้ติดตามอ่านบันทึก แต่นึกจะเข้ามาวิจารณ์
บล๊อกนี้ ไม่ได้เขียนเรื่องการฝึก "ซามูไร" ค่ะ
ซามูไร นั้น เป็นชนชั้นปกครองของญี่ปุ่น ที่หมดไปเมื่อ ๔๐๐ ปีที่แล้ว
ไม่มีใครเหลือให้ฝึกนานแล้วล่ะค่ะ คุณโยคีห.ส.
เราคุยกันเรื่อง "วิชาดาบซามูไร" ค่ะ
โปรดฟังอีกครั้ง (เฉพาะคุณโยคี ห.ส.) เราคุยกันเรื่อง วิชาดาบซามูไรค่ะ
มีอะไรยังไงบ้าง กรุณาใช้ความเพียร ไปคลิกอ่านเอาเองนะคะ ก่อนที่จะวิจารณ์ แต่ทางที่ดี อย่าเสียเวลาเลยค่ะ กลับไปกำหนดความไม่สบายใจของคุณต่อไปเถอะค่ะ เพราะคุณคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของบันทึกนี้
วิชาดาบซามูไร ในปัจจุบัน ขนาดเด็ก ๕ ขวบ ยังเล่นได้ คุณโยคีห.ส. คิดว่า มันฆ่าใครได้หรือคะ?
ส่วนตัวคิดว่า เด็ก ๆ อนุบาลญี่ปุ่นที่ตัวเองสอนวิชาดาบซามูไรที่คุณบอกว่าเป็นอวิชชานี้อยู่ ยังมีสติ สมาธิ ความรู้ตัวทั่วพร้อม ตลอดจน EQ และ SQ มากกว่าคุณอีกน่ะค่ะ
เพราะนอกจากจะไม่เบียดเบียดผู้อื่นแล้ว เด็ก ๆ ยังเปิดรับคนต่างชาติหนึ่งเดียวที่แตกต่าง มีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูล และมีการเรียนการเล่นกันเป็นทีม ไม่เน้นเอาชนะระหว่างกัน
กลับมาที่คุณโยคีห.ส.ใหม่
ถ้าคุณได้อ่านบทความในบล๊อกนี้ที่ผ่าน ๆ มา ดังที่คุณได้แอบอ้างจริง คุณจะต้องผ่านตากับคำว่า มุชิน หรืออย่างน้อย ชื่อของบล๊อก ที่ได้อธิบายไว้ชัดเจนแล้วด้านข้าง คือ ใจที่ว่างเปล่านั้น ก็คือ สภาวะปลอดกิเลสต่าง ๆ มารบกวนนั้น เป็นสภาวะที่ผู้ฝึกวิชาดาบซามูไรและศิลปะป้องกันตัวโบราณอื่น ๆ ของญี่ปุ่นก็เข้าถึงได้ เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นเวลาเขาฝึกอยู่คนเดียว อย่างที่เขาเรียกว่า คาตะ บ้าง หรือฝึกประลองเป็นคู่บ้าง ในลักษณะดาบไม้ และอื่น ๆ
ไม่ทราบว่าคุณอ่านเจออย่างนี้จะอกแตกตายไปเลยหรือไม่? กำหนดเป็นไหมคะ?
ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไม่เป็นไร แต่กรุณาอย่าลบหลู่ เพราะวิชานี้มีครู เหมือนกับมวยไทย ฉะนั้น
ต่อให้ตัวเอง ซึ่งเป็นระดับเด็กหัดใหม่มาก ๆ เวลาฝึกอยู่กับอาจารย์สองคน ก็รู้ได้ว่า คุณภาพของการกำหนดสติไม่ว่าจะกายหรือใจจะชัดเจนคมชัดมาก กว่าอิริยาบถธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวัน
ส่วนเรื่องสมาธิก็ไม่ต้องพูดถึง
ตัว drive ที่ว่านี้ อาจมีได้หลายอย่าง แต่ไม่จำเป็นต้องขยายให้คุณรู้ เจ้าตัวรู้เอง กำหนดเอง
สภาวะที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เอง ถ้าได้ฝึกต่อไปนาน ๆ ผู้เขียนเชื่อว่า สามารถทำให้เกิดสภาวะมุชินได้ เป็นขณะ ๆ
เป็นการทำให้ประสาทสัมผัส อายตนะ ๖ ทั้งหมดเกิดการตื่นรู้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะมีสิ่งมาบีบคั้นให้เป็นเช่นนั้น
กล้าพูด เพราะทำแล้ว พิสูจน์แล้ว รู้ได้ด้วยตัวเอง ว่ามันเป็นการฝึกสติที่คมชัดเช่นนั้นจริง
ในหนังสือเล่มที่ยกมาข้างบน ที่คุณโยคี ห.ส. ผู้หน้ามืด ตามัว คงไม่ได้ทันได้เห็นนั้น มีพูดถึงครูฝึกวิชาดาบของโชกุนโตกุกาว่าคนที่ ๓ ว่า เขาสามารถเข้าถึงสภาวะที่สัมผัสได้แม้นกระทั่งรู้ว่าใครมีกระแสประสงค์ร้ายต่อเขา แม้นเพียงวูบเดียวในความคิด
เรื่องนั้นเกิดเมื่อ ลูกน้องที่ทำหน้าที่ถือดาบเดินตามหลัง เกิดนึกในใจเล่น ๆ ขณะยืนอยู่ข้างหลังว่า ถ้าเขาเกิดใช้ดาบโจมตีปรมาจารย์คนนี้จากข้างหลังล่ะ อาจารย์คนนี้จะรับมือได้ไหม
ปรมาจารย์คนนี้หันตัวมาขวับ แต่ก็ไม่เห็นใคร นอกจากลูกน้องตัวเองที่ทำหน้าที่ถือดาบ แล้วก็บอกว่า แปลกจริง เมื่อกี๊รู้สึกอย่างนี้ ๆ ๆ ๆ ลูกน้องเลยต้องรับสารภาพ
จริง ๆ มุชินมีอะไรอีกเยอะค่ะ แต่ขี้เกียจอธิบาย นั่นมันแค่ในหนังสือ เดี๋ยวจะไม่เชื่ออีก หาว่านิยาย
เจอเองก็มี กับอาจารย์ของเซนเซ ที่เคยแวะมาเมืองไทย แต่คิดว่าจะไม่เขียนในนี้ล้ว เพราะคิดคล้าย ๆ คุณอนุเซน รินไซว่า เหนื่อยกาย แล้วยังต้องมาเหนื่อยใจอีกทำไม?
สุดท้ายนี้ ที่คุณโยคี ห.ส. บอกว่า ให้ฝึกดาบซามูไรต่อไป ก็จะบอกว่า ฝึกอยู่แล้วน่ะค่ะ ไม่ต้องบอกก็ฝึก ฮ่า ๆ ๆ อยู่บ้านนี่ฝึกทุกวันเลยค่ะ ได้ทั้งออกกำลังกาย กำลังใจ ทั้งดาบเหล็ก ดาบไม้ ดาบผ้าอัดลม เดี๋ยวนี้มีทวนด้วย
แต่สำหรับคำปรามาสที่ว่า ยังไงก็ไม่ตัดภพ ตัดชาตินั้น จะขอรับไว้เป็นคำท้าก็แล้วกันนะคะ อย่างนี้ "ซามูไร" ชอบค่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ แหม...อย่างนี้ถูกกับจริตมาก รู้สึกคึกคัก ราวกับว่ามีการท้าประลอง
แต่...เอ...ไม่ได้หรอกค่ะ คุณโยคี ห.ส. คะ ซามูไร นั้น เป็นชนชั้นที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา กล้าหาญ ยุติธรรม กล้าเผชิญความจริง ไม่ขลาดเขลา
เวลาก่อนเขาจะดวลกันนั้น (สมัยที่ยังมีดวลกันจริง ๆ น่ะค่ะ) เขาจะต้องประกาศชื่อ นามสกุล ต้นสังกัด กันด้วยเสียงดังฟังชัด หน้าตรง ตัวตรง ด้วยความห้าวหาญเสียก่อน เพื่อให้อีกฝ่ายรู้แน่ชัดว่าจะต้องรบทัพจับศึกกับใคร
นอกจากป้องกันการสู้กันผิดคนแล้ว ยังจะเป็นการให้เกียรติกับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย และอะไรอื่น ๆ ด้านพิธีกรรม พิธีการ ที่ตามมาอีกมากมาย
คนที่ลอบกัด ปิดหน้าตามิดชิด ดักสังหารจากข้างทางนั้น เขาเรียกว่านินจา ค่ะ ไม่ใช่ซามูไร ในสมัยนั้น เขาเป็นที่เหยียดหยามกันในสังคมน่ะค่ะ ไม่ได้อยู่แม้นแต่ใน ๔ วรรณะของสังคมญี่ปุ่น คือต่ำกว่าบ่าวไพร่ รวมถึงพวกเอตะที่ทำอาชีพที่เขาเรียกว่าสกปรก คือ ถลกหนังสัตว์ ฯลฯ เพราะถือว่าพวกที่อาศัยแฝงกายเพื่อเอาความได้เปรียบทำร้ายคนนี้มีทั้งความขลาด ความเขลา และ ความไร้จรรยาบรรณน่ะค่ะ
ไปอ่านประว้ติศาสตร์สมัยโตกุกาว่าเอาเองก็แล้วกันนะคะ ขี้เกียจอธิบาย เดี๋ยวจะหาว่าอคติ
ว่าแล้วก็ต้องขอตัวก่อนล่ะค่ะ วันนี้มีเรียนคลาสพิเศษดาบไม้ กับทวนเสียด้วย จะตั้งใจฝึกเป็นพิเศษอยู่กับกายและใจของตัวเองอยู่ทุกขณะเพื่อตัดภพ ตัดชาติ ฮ่า ๆ ๆ โอว์...ช่างเป็นวันที่น่าตื่นเต้น น่า looking forward to เสียนี่กระไร
ขอบคุณคุณโยคี ห.ส. ที่เพิ่มรสชาติของการฝึกวิชาดาบซามูไรให้นะคะ
และทำให้คุณภาพการกำหนดเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้รู้จักจิตตัวเองเพิ่มว่า ตัวเป็นเป็นคนชอบการโดนท้า โดนปรามาส
เพราะจะทำให้มีแรง drive ที่จะทำให้ได้ดียิ่งกว่าที่โดนปรามาส
แหม...มาปรามาสว่าไม่เป็นการเป็นไปเพื่อการตัดภพ ตัดชาตินี้ จึงเข้าทางมาก
และต่อให้มันจะได้ผลมากน้อยอย่างไร ในวันนี้ ก็ไม่ใช่ประเด็นเสียด้วย
ประเด็นอยู่ที่ว่า เราได้ใช้ "ปัจจุบันขณะ" ในทุก ๆ ขณะ อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้วต่างหาก
Sugee! (เป็นแสลงภาษาญี่ปุ่นค่ะ ออกเสียงคล้าย ๆ ว่า สุ-เก้... แปลว่า เยี่ยมมมมมม)