ครั้งหนึ่งประมาณ 5 ปีที่แล้ว  ได้เจอเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองมีทุกข์แสนสาหัส  ในขณะนั้นต้องประสบปัญหาต่างๆมารุมเร้ามากมาย  ประกอบกับบ้านที่กำลังสร้างอยู่ก็ขาดรายได้ที่จะมาสานต่อ   จึงได้กลับมาอาศัยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่   วันๆก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง   เอาแต่นั่งร้องไห้   น้ำหนักลดลงไปประมาณ 10 กิโลกรัมได้เพราะตื่นขึ้นมาก็เอาแต่อาเจียน 


           
ช่วงที่อยู่คนเดียวรู้เลยว่า ทำไมคนเราเวลาเจอปัญหาถึงได้คิดสั้น    พอมองไปรอบๆเห็นสายตาของทุกคนในครอบครัวที่ดูจะทุกข์ไปไม่น้อยไปกว่า   ยิ่งทุกคนเข้ามาปลอบโยน   เราก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปกว่าเดิมอีก  

          อยู่มาวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้าน  มีโทรศัพท์จากคุณป้าบอกว่าให้หยิบกระทะที่บ้านพร้อมตะหลิวมาด้วย   เราก็รับโทรศัพท์แบบงงๆ วันนี้ป้าจะเปิดร้านอาหาร   คราวนี้ยิ่งงงใหญ่   ให้คนงานขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่ง   พอไปถึงท่านก็สอนให้หัดทำ ขนมเบื้องญวน ซึ่งเป็นอาหารประจำบ้านอยู่แล้ว  เนื่องจากสมัยก่อนคุณยายท่านทำขายอยู่หลังวัดใหญ่(วัดหลวงพ่อพุทธชินราช)  ส่วนคุณป้าอีกท่านก็โทรตามเพื่อนๆและลูกน้องเก่าให้มา            

          พอถึงกลางวันเราต้องทำขนมเบื้องกับคุณป้าเพียง 2 คน ในขณะที่เพื่อนๆคุณป้ามากันเต็มไปหมด   เกิดมาในชีวิตก็ไม่เคยค้าขาย  ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน  ป้าบอกว่าเราเรียนมาจนจบโทยากจะตาย   นี่แค่ทอดขนมเบื้องทำไม่ได้เชียวหรือ   จากกระทะแรกไม่ได้เรื่อง (แต่ก็ขายได้)   จนกระทั่งเย็นฝีมือเริ่มดีขึ้นต้องยืนอยู่หน้าเตาทั้งวัน  ได้ยินเสียงแซวว่า
คนรวยจะเล่นขายของกันเหรอ     ยิ่งทำให้เรามีแรงฮึดสู้   มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่กระทะว่าเราจะละเลงขนมเบื้องอย่างไรให้สวย    หมุนกระทะอย่างไรให้ขนมเบื้องกรอบทั่วถึงกัน    จนมารู้ตัวอีกทีว่า เอ๊ะ ! วันนี้เราไม่เห็นอาเจียนเลย   กลับถึงบ้านหัวถึงหมอนก็หลับทันที 


            สิ่งที่ได้จากวันนั้นก็คือ เวลาเรามีความทุกข์   แล้วมัวแต่นั่งจมอยู่กับความทุกข์  มีความอยากที่จะพ้นทุกข์  จึงตกเป็นทาสของความอยาก  รู้สึกกระวนกระวายอยากที่จะไปให้พ้นภาวะนี้  เป็นการบีบเค้นให้แก่ทุกข์มากขึ้น   แต่ถ้าเรามีสติรู้เท่าทันและมีสมาธิตั้งมั่นให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง  ไม่กล่าวโทษผู้อื่น   มีความคิดที่ดีมีเมตตา   ลุกขึ้นมาหาอะไรทำ    เบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องเดิมๆ  


           นอกจากสามารถคลายจากความทุกข์ได้แล้ว   เรายังสามารถหาทางออกให้กับตัวเองได้   คือ สามารถหารายได้มาจัดการกับบ้านที่กำลังสร้างและหนี้สินของเราได้    จากวันนั้น.......จึงเป็นที่มาของชื่อร้านบ้านขนมเบื้อง(หลังวัดใหญ่)ค่ะ