<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ระบบการเรียนแบบโครงงาน เป็นการจัดการเรียนรู้แบบธรรมชาติ และมีลักษณะคล้ายคลึงกับ KM ธรรมชาติ ในแทบทุกมุมของการจัดการ เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ที่อาจสามารถทำให้ผู้เรียนที่มี “พหุปัญญา” ด้านอื่นๆ ที่มีระดับ “การเรียนรู้ต่ำ” แต่มีทักษะการเรียนรู้ด้านหรือแบบอื่นๆ ที่สามารถนำมาเป็นจุดตั้งต้น ในกระบวนการเรียนรู้ และสามารถนำเข้าสู่หลักการเรียนรู้ อย่างเป็นขั้นตอน แบบอริยสัจสี่ ในลักษณะการเรียนจนเป็นที่มาของของการคิดค้นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ในระดับโลก สาขาต่างๆ ที่เริ่มต้นจากปัญหาที่พบในด้านต่างๆ ค่อยๆแก้ทีละเปลาะ ทีละเรื่อง แบบคิดจากเล็กไปใหญ่ จนสามารถแก้ไขปัญหา สรุปแนวคิดมาเป็นทฤษฎีด้านต่างๆ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และเท่าที่ผมเรียนรู้มา ไม่มีใครเลยที่ตั้งทฤษฎีไว้ก่อนแล้วไปหาเหตุผลสนับสนุนทีหลัง อย่างที่ทำกันในระบบการเรียนการสอนในปัจจุบัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วทำไมเราจึงทำเช่นนี้ และยังอ้างว่าเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ เสียอีก</p> การทำเช่นนั้นน่าจะสนับสนุนการท่องจำเสียมากกว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นสำคัญ ก็คือ เราต้องการสร้างกระบวนการสอนที่สามารถช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของกลุ่มนักเรียนทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความสามารถในการเรียนรู้ไม่พอเพียงครบถ้วน อันประกอบด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.0pt" class="MsoNormal">· ผู้เรียนที่ได้รับการปลูกฝังความคิดว่า การเรียน คือการท่องจำ (Memory based) จนกลายเป็นนักท่องตำราไปสอบ ท่องพจนานุกรมเป็นเล่มๆ แต่ไม่ค่อยเข้าใจ จึงไม่เรียนรู้ ใช้ชีวิตเหมือนความจำในคอมพิวเตอร์ แค่พลิกคำถามนิดเดียวก็ตอบไม่ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.0pt" class="MsoNormal">· ผู้เรียนที่ระบบสมองที่ต้องเริ่มคิดจากปัญหา สาเหตุ แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา ไปหาวิธีแก้ปัญหา ( Problem based Learning) จึงจะเรียนอย่างเข้าใจ และเรียนรู้ได้จริงๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.0pt" class="MsoNormal">· ผู้เรียนที่ต้องพัฒนาทักษะ แบบทำเอง เห็นเอง จึงจะเรียนรู้ (โดยมีฐานการคิดของระบบการเรียนมาจาก Tacit knowledge เป็นหลัก) ที่ต้องซึ้ง และเกิดศรัทธา จึงจะเริ่มเรียนรู้ แค่ฟัง หรือเห็นภาพ ไม่สามารถทำให้เกิดความประทับใจหรือฝังใจ (Impression) พอเรียนรู้ได้</p> · ผู้เรียนที่มีปัญหาเชิงผสมผสาน ของทั้งสามแบบข้างต้น ดังนั้น ถ้าเป็นการเรียนแบบผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง เห็นของจริงก็จะทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้ก้าวข้ามพ้น “กำแพง” ที่ขัดขวางการเรียนรู้ของเขาได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สิ่งที่มีอยู่ในระบบสังคมไทยที่จะตอบสนองเขาได้ก็คือ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่เป็นของตนเอง ที่หลายคนไม่ทราบ หรือ ไม่สนใจ จนทำให้เสียโอกาสของการใช้ภูมิปัญญาเหล่านี้ในการเรียนรู้ ที่สะท้อนถึง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· แนวคิดเชิงวิเคราะห์ปัญหา (Problem based)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· แนวคิดเชิงการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา (Cause-effect relationships)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· แนวคิดเชิงการค้นหาทางเลือกในการแก้ปัญหา (Technology development)</p> · แนวคิดในการตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหา (Development options) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลักการทั้งสี่ข้อที่ขยายมาจาก อริสัจสี่นี้ จะสามารถนำภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่มีคนทำอยู่จริง มาอธิบายทั้งทางหลักทางวิทยาศาสตร์ หรือ ทฤษฎีต่างๆ ที่มีชีวิตจริง</p> และ เชื่อมโยงเข้ากับสาระการเรียนรู้ทั้งแปด วิชาต่างๆที่เรียน และ การพัฒนาผู้เรียนได้เป็นอย่างดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ต้องเป็นการทำงานประสานกันระหว่าง ผู้รู้ซึ้งในภูมิปัญญา แลผู้รู้ซึ้งในเชิงวิชาการ จึงจะสามารถเชื่อมโยง ชุดความรู้ต่างๆเข้าหากัน จนทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้จริง และเป็นการใช้ทั้ง ครูคน ครูธรรมชาติ และครูเครื่องได้อย่างครบถ้วน แบบผสมผสานกัน คลุกเคล้ากลับไปกลับมาตามจังหวะที่ควรจะเป็น จึงจะทำให้กำแพงแห่งการรับรู้ ทะลายลงกลายเป็นการเรียนรู้ในที่สุด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ การอธิบายและใช้กระบวนการพัฒนาภูมิปัญญา เพื่อสนับสนุนการเรียนนั้น ยังต้องเน้นตามความสนใจ และการเรียนรู้ของเด็กก่อนการนำเข้าสู่สาระวิชา ที่ต้องทั้งวางแผนการสนับสนุนการเรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ทั้งประเด็นความสนใจ ความถนัด และความสามารถในการเรียนรู้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความคุ้นเคย และพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ขอให้โชคดีครับ
แนวทางการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าสู่ระบบการเรียนแบบโครงงาน
เป็นการเรียนแบบผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง เห็นของจริงก็จะทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้ก้าวข้ามพ้น “กำแพง” ที่ขัดขวางการเรียนรู้ของเขาได้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ศักราช · 22 ม.ค. 2550
ดอกแก้ว · 22 ม.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 22 ม.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 22 ม.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 22 ม.ค. 2550
ด้วยความเคารพ
อุทัย อันพิมพ์
เรียน...ท่านผู้อาวุโส
ด้วยความเคารพ
ครูราญเมืองคอน คนนอกระบบ
ขอบคุณครับคุณขจิต ท่านขุนพลเม็กดำ ครูราญ และคุณอุทัย ผมรู้สึกว่าได้ประเด็นเพิ่มเติมทุกครั้งที่ท่านแสดงความเห็น โดยเฉพาะคุณอุทัย เพิ่งเห็น “คม” ชัดๆวันนี้เอง ขอให้แสดงบ่อยๆนะครับ