GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บทแปลโคลงโลกนิติ ฝีมือ มรว. เสนีย์ ปราโมช

บทแปลโคลงชั้นครู

 

 

                         พระสมุทรสุดลึกล้น       คณนา

                  สายดิ่งทิ้งทอดมา                 หยั่งได้

                  เขาสูงอาจวัดวา                    กำหนด

                  จิตมนุษย์นี้ไซร์                    ยากแท้หยั่งถึง

                                                               โคลงโลกนิติ

 

       Fathoms deep though the seas    may be,

       Measurable are the seas              in depth.

       Scaled can mountain be               in height.

       Immeasurable is the depth,           this heart of man.

                                                             มรว. เสนีย์ ปราโมช

 

ที่มา : หนังสือ Interpretative Translations of Thai Poets by M.R. Seni Pramoj, หน้า 11

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ภาษาโคลงโลกนิติ
หมายเลขบันทึก: 73498
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 63
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (63)

ชอบมากครับ

 

สวัสดีครับ อ. สุรศักดิ์

         ด้วยความยินดีครับ ยังมีอีกนะครับ ถ้าสนใจจะนำมา post ลงไปเรื่อยๆ ครับ

 ผมลองอ่านแล้วชื่นชอบมากทีเดียวครับ เลยเกิดไอเดียลองแปลดูบ้าง แต่คงไม่อาจเอื้อมเทียบชั้นกับท่านบรมครูหรอกนะครับ

กบเกิดในสระใต้     บัวบาน
ฤาห่อนรู้รสมาลย์     หนึ่งน้อย
ภุมรินอยู่ไกลสถาน    นับโยชน์ ก็ดี
บินโบกมาค้อยค้อย     เกลือกเคล้าเสาวคนธ์

 

 Frogs lived beneath  pool     lotus  were grew    

Never taste sweet flow           just   once

Butterfly's long a flew              find  out

Slow down take pollens         tasting sweet grains

 

อ่านแต่เพียงรสกลอน อย่าถือแกรมม่าผมเลยนะครับ

 

เพียงบทกลอนนำพาอารมณ์เคลื่อน

เพลงคอยเตือนดวงใจให้หวั่นไหว

เพียงแต่จิตรักอักษรกลอนพาไป

เพียงเขียนได้คล้ายคลาพายินดี

     ชื่นชอบบทกลอน แต่ไม่เก่งนักครับ โปรดอภัยหากไม่เข้าตามตำรา

ว้าว! ขอปรบมือให้ดังๆ ครับ :-)

        เพิ่งทราบว่า คุณนักลงทุนเงินน้อย นี่แต่งกลอนไป ขายยาไป ลงทุนไป ฯลฯ ได้ด้วย (แซว)

        นับถือๆ ครับ

P

เพิ่งเข้ามาเห็น...

ขออนุญาตลอกมาบ้าง...

หิงห้อยฤาจักสู้            ราศี

บังบดอุทัยกวี              เจิดจ้า

ใต้ฟ้าร่มบารมี             เป็นสุข

หากอาจเอื้อมถึงฟ้า    มอดม้อย  อาสัญ

HING HOI RU JAG SU            RA SE

BANG BOD UTHAI GWE       JEUD JA

TAI FA ROM BARAME           PEN SUK

HAG AJ UAM THUNG FA      MOD MUE ASUN

To Fire-fly, its own               little light .

To the Sun, its might           and glory.

Mundane do I sight             heavenly poete,

Only to dim my dignity       in a flight forlorn ?

จาก ประชุมเก็บตก ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช หน้า ๕๓-๕๔

เจริญพร

กราบนมัสการ หลวงพี่พระมหาชัยวุธ

        ขอบคุณมากครับ สำหรับโคลง 'หิ่งห้อย...' ของท่านอาจารย์ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช

        ขอเพิ่มประวัติไว้เล็กน้อยว่า โคลงนี้เกิดจากการที่ United Poets Laureate International ได้เชิญอาจารย์ ม.ร.ว. เสนีย์ เป็นสมาชิก โดยแต่งเป็นโคลงภาษาอังกฤษ มีความยาว 7 บท (ผมจะหาโอกาสนำมาบันทึกไว้ หากมีผู้สนใจ)

       ทั้งนี้ อาจารย์ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้ตอบเป็นจดหมายไว้ดังนี้

.....................................................................................

                                                   Mansion 6, Rajdhamnern Avenue,

                                                   Bangkok, Tel. 20554

 

                                            Bangkok, June 27, 1966.


Mr. President,

           I am touched and charmed by the manner in which you have caught on to the beauty of the Klong.  The result by one who is unaccustomed is truly remarkable, obliging me, as you see, to reply in prosaic prose.

          It is indeed an honour to me and most kind of you to invite me to join the Society of Poets Laureate.  However, as I understand that honour to be one of public acclaim and national appointment, I must decline for the following reason.

           หิงห้อยฤาจักสู้            ราศี

           บังบดอุทัยกวี              เจิดจ้า

          ใต้ฟ้าร่มบารมี             เป็นสุข

          หากอาจเอื้อมถึงฟ้า    มอดม้วยอาสัญ

HING+  HOI'  RU  JAG. SU'            RA  SE+

BANG  BOD.  UTHAI  GWE          JEUD. JA'

TI'   FA"  ROM'  BARAME           PEN SUK.

HAG.  AJ.  UAM THUNG+  FA"      MOD' MUE" A SUN+

To Firefly, its own                little light .

To the Sun, its might          and glory.

Mundane, do I sight            heavenly poete,

Only to dim my dignity       in a flight forlorn ?

                                                        Your sincerely,

                                                             Seni Pramoj

                                                  (M.R. Seni Pramoj)

.................................................................................

ที่มา : หนังสือ Interpretative Translations of Thai Poets by M.R. Seni Pramoj, หน้า 63

ช่วยบอกข้อความที่อยู่ในโคลงโลกนิติบทที่๕๑หน่อยค่ะ   และอยากทราบด้วยว่าแปลว่าอะไรและสอนเรื่องอะไรในโคลงบทที่๕๑ค่ะ  ขอบพระคุณค่ะ

อยากทราบโคลงโลกนิติบทที่  32  ค่ะ

สวัสดีครับ คุณวุ้น & คุณแนน

            ได้ลองไปค้นคว้ามาตอบให้แล้วครับ ที่นี่

 

ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาแปลให้  ดีใจมากเลยค่ะท  เพราะจะหาข้อความนี้ไปทำงานค่ะ   ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีครับ วุ้น

          ต้องขอบคุณอาจารย์เผ่าพงษ์ สมนิล ครับ ที่ท่านได้อุตส่าห์ถอดความหมายออกมาอย่างละเอียด

ผมเพียงแต่นำข้อมูลจากหนังสือของท่านมาอ้างอิงครับ

ช่วยแปลโคลงโลกนิติบทที่24 27 36 38 ให้หน่อยค่ะ   หนูเอาไปให้เพื่อนค่ะ  ช่วยเพื่อนหนูด้วยนะค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  ๒๗ มิตรพาลอย่าคบให้      สนิทนัก

พาลใช้มิตรอย่ามัก              กล่าวใกล้

ครั้นคราวเคียดคมชัก           เอาโทษ ใส่นา

รู้เหตุสิ่งใดไซร้                     ส่อสิ้นกลางสนาม

ความหมาย    โคลงโลกนิติบทนี้มีความหมายว่า ให้รู้จักคบเพื่อน ถ้ามีเพื่อนที่ไม่ดีก็ควรอย่าคบให้มาก เช่น เพื่อนที่ชอบ ใส่ร้ายเรา โยนความผิดให้เรา เพื่อนที่เห็นแก่ตัว ก็ไม่ควรคบอาจจะคบได้แต่อย่าคบในฐานะเพื่อนที่สนิทสนม

สรุป       โคลงโลกนิติบทนี้สอนเรื่อง การเลือกคบเพื่อน

 แปลว่าอย่างนีหรือเปล่าคะ  ไม่ค่อยแน่ใจเลย

  อยากทราบโคลงโลกนิติบทที่ 31 ค่ะช่วยหาและช่วยแปลให้หน่อยนะค๊ะ

โคลงโลกนิติบทที่51 สอนให้คนรู้จักมีความพยายามใช่ไหมครับ  ช่วยตอบทีครับ

 

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ

          ขอตอบน้อง 'เด็กตาดำๆ คนหนึ่ง' เพราะมีน้ำใจช่วยพิมพ์โคลงต้นเรื่องมาให้ และ ที่สำคัญคือ แสดงความพยายามในการถอดความหมายด้วยตนเอง  ครับ

-------------------------------------------------------------------

จาก 13. เด็กตาดำๆ คนหนึ่ง 

๒๗ มิตรพาลอย่าคบให้      สนิทนัก

พาลใช้มิตรอย่ามัก              กล่าวใกล้

ครั้นคราวเคียดคมชัก           เอาโทษ ใส่นา

รู้เหตุสิ่งใดไซร้                     ส่อสิ้นกลางสนาม

ความหมาย    โคลงโลกนิติบทนี้มีความหมายว่า ให้รู้จักคบเพื่อน ถ้ามีเพื่อนที่ไม่ดีก็ควรอย่าคบให้มาก เช่น เพื่อนที่ชอบ ใส่ร้ายเรา โยนความผิดให้เรา เพื่อนที่เห็นแก่ตัว ก็ไม่ควรคบอาจจะคบได้แต่อย่าคบในฐานะเพื่อนที่สนิทสนม

สรุป       โคลงโลกนิติบทนี้สอนเรื่อง การเลือกคบเพื่อน

 แปลว่าอย่างนีหรือเปล่าคะ  ไม่ค่อยแน่ใจเลย

--------------------------------------------------------------------

ตอบ : น้องแปลได้ดีแล้วครับ อ่านง่าย และเข้าใจได้ทันที ^__^

สำหรับอาจารย์เผ่าพงษ์ สมนิล ท่านถอดความไว้อย่างนี้นะครับ :

          เพื่อนที่เป็นคนเลว คนโง่ อย่าได้วางใจที่จะคบให้สนิทสนมนัก เพราะเพื่อนชนิดนี้เก็บความลับของเราไม่อยู่ ยามเมื่อเขาโกรธเราขึ้นมา ก็มักจะนำความลับของเราออกมาขยายจนหมดสิ้น

-------------------------------------------------------------------

อาจารย์ค่ะ   ช่วยบอกโคลงโลกนิติบทที่45  และ 46  ให้หนู่หน่อยได้ไหมค่ะ  เดี๋ยวหนูแปลเอง  สรุปเองก็ได้ค่ะ  แค่ช่วยหนุหน่อยอ่ะค่ะ  หนูได้ทำสองบทอ่ะค่ะ   ช่วยหนูหน่อยนะค่ะ  ขอบพระคุณมากมากค่ะ

อาจาร์ค่ะ  ช่วยบอกหนูด้วยนะค่ะ  บทที่45ค่ะ  แปลให้ด้วยนะค่ะ  เดี๋ยวหนูสรุปเองนะค่ะ  เพื่อนหนูมันบอกให้หนูมาคุยกับอาจารย์อ่ะค่ะ  เพื่อนหนุมันบอกว่ามันมาถามอาจารย์อาจารย์ตอบด้วย  หนูเลยลองมาถามดุอ่ะค่ะ  ช่วยตอบหนูด่วนเลยนะค่ะ  ขอบพระคุณมากมากค่ะ อาจารย์  ขอด่วนเลยนะค่ะ  ขอบพระคุณค่ะ

ขอบคุง ด.ร มากๆๆๆนะคะ 

 

ขอบคุณมากมาย

 

ไว้ว่างๆจาเข้ามาคอมเม้นให้อีกนะคะ

จะให้ช่วยเเปลโคลงโลกนิติบทนี้ให้หน่อยอ่ะค่ะลองเเปลเองเเล้วมันเเปลไม่ได้อ่ะค่ะเลยขอให้อาจารย์หน่อยนะค่ะ

กะละออมเพ็บเพียงน้ำ   ฤาติง

โอ่งอ่างพร่องชลสิง  เฟื่องหม้อ

ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง   เยียใหญ่

คนโฉดรู้น้อยก้อ  พลอดนั้นประมาณ

ขอบคุณอาจารย์ไว้ล่วงหน้าเลยนะค่ะ

แม้นมีความรู้ดั่ง               สัพพัญญู

ผิบ่มีคนชู                                 ห่อนขึ้น

หัวแหวนค่าเมืองตรู                 ตาโลก

ทองบ่รองรับพื้น                      ห่อนแก้วมีศรี

ความหมายบทที่ 362 ที่ว่า

อย่าหมิ่นของเล็กนั้น สี่สถาน

เล็กพริกพระกุมาร จีดจ้อย

งูเล็กเท่าสายพาน พิษยิ่ง

ไฟเล็กเท่าหิ่งห้อย อย่าได้ดูแคลน

ต้องแปลว่าไม่ควรดูหมิ่นของที่มีขนาดเล็กเช่นพริก งู แล้วก็ไฟใช่หรือปล่าวครับถ้าผมแปลไม่ถูกช่วยแนะนำด้วยนะครับ

อาจารย์ช่วยแปลโคลงโลกนิติ บทที่ 64 และ 65 ให้หน่อยนะคะ  เพราะมีน้อง ๆ นักเรียนมาถาม แต่หนูเกรงว่าจะแปลได้ไม่ถูกต้อง...ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

     วันที่ซาวหกนั้น               เสด็จไป

ทรงเปิดโรงเรียนไทย          ฤกษ์เช้า

บุญวาทย์วิทยาลัย               ขนานชื่อ ประทานนอ

เป็นเกียรติยศแด่เจ้า             ปกแคว้นลำปาง

                            ลิลิตพายัพ

               พระราชนิพนธืในรัชกาลที่ ๖

           พระนามแฝง หนานแก้วเมืองบูรณ์

บทแปลโคลงโลกนิติ ฝีมือ มรว. เสนีย์ ปราโมช
บทแปลโคลงชั้นครู

 

 

                         พระสมุทรสุดลึกล้น       คณนา

                  สายดิ่งทิ้งทอดมา                 หยั่งได้

                  เขาสูงอาจวัดวา                    กำหนด

                  จิตมนุษย์นี้ไซร์                    ยากแท้หยั่งถึง

                                                               โคลงโลกนิติ

 

       Fathoms deep though the seas    may be,

       Measurable are the seas              in depth.

       Scaled can mountain be               in height.

       Immeasurable is the depth,           this heart of man.

                                                             มรว. เสนีย์ ปราโมช

 

ที่มา : หนังสือ Interpretative Translations of Thai Poets by M.R. Seni Pramoj, หน้า 11

สร้าง: ศ. 19 ม.ค. 2550 @ 17:41   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:51   ขนาด: 3024 ไบต์
ความคิดเห็น
P

ชอบมากครับ

 

P
2. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 08:51
177801 [ลบ]

สวัสดีครับ อ. สุรศักดิ์

         ด้วยความยินดีครับ ยังมีอีกนะครับ ถ้าสนใจจะนำมา post ลงไปเรื่อยๆ ครับ

P
3. นักลงทุนเงินน้อย
เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 11:24
177986 [ลบ]

 ผมลองอ่านแล้วชื่นชอบมากทีเดียวครับ เลยเกิดไอเดียลองแปลดูบ้าง แต่คงไม่อาจเอื้อมเทียบชั้นกับท่านบรมครูหรอกนะครับ

กบเกิดในสระใต้     บัวบาน
ฤาห่อนรู้รสมาลย์     หนึ่งน้อย
ภุมรินอยู่ไกลสถาน    นับโยชน์ ก็ดี
บินโบกมาค้อยค้อย     เกลือกเคล้าเสาวคนธ์

 

 Frogs lived beneath  pool     lotus  were grew    

Never taste sweet flow           just   once

Butterfly's long a flew              find  out

Slow down take pollens         tasting sweet grains

 

อ่านแต่เพียงรสกลอน อย่าถือแกรมม่าผมเลยนะครับ

 

เพียงบทกลอนนำพาอารมณ์เคลื่อน

เพลงคอยเตือนดวงใจให้หวั่นไหว

เพียงแต่จิตรักอักษรกลอนพาไป

เพียงเขียนได้คล้ายคลาพายินดี

     ชื่นชอบบทกลอน แต่ไม่เก่งนักครับ โปรดอภัยหากไม่เข้าตามตำรา

P
4. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 16:49
178374 [ลบ]

ว้าว! ขอปรบมือให้ดังๆ ครับ :-)

        เพิ่งทราบว่า คุณนักลงทุนเงินน้อย นี่แต่งกลอนไป ขายยาไป ลงทุนไป ฯลฯ ได้ด้วย (แซว)

        นับถือๆ ครับ

P
5. BM.chaiwut
เมื่อ อา. 15 เม.ย. 2550 @ 19:47
225586 [ลบ]

P

เพิ่งเข้ามาเห็น...

ขออนุญาตลอกมาบ้าง...

หิงห้อยฤาจักสู้            ราศี

บังบดอุทัยกวี              เจิดจ้า

ใต้ฟ้าร่มบารมี             เป็นสุข

หากอาจเอื้อมถึงฟ้า    มอดม้อย  อาสัญ

HING HOI RU JAG SU            RA SE

BANG BOD UTHAI GWE       JEUD JA

TAI FA ROM BARAME           PEN SUK

HAG AJ UAM THUNG FA      MOD MUE ASUN

To Fire-fly, its own               little light .

To the Sun, its might           and glory.

Mundane do I sight             heavenly poete,

Only to dim my dignity       in a flight forlorn ?

จาก ประชุมเก็บตก ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช หน้า ๕๓-๕๔

เจริญพร

P
6. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ พ. 18 เม.ย. 2550 @ 09:36
228896 [ลบ]

กราบนมัสการ หลวงพี่พระมหาชัยวุธ

        ขอบคุณมากครับ สำหรับโคลง 'หิ่งห้อย...' ของท่านอาจารย์ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช

        ขอเพิ่มประวัติไว้เล็กน้อยว่า โคลงนี้เกิดจากการที่ United Poets Laureate International ได้เชิญอาจารย์ ม.ร.ว. เสนีย์ เป็นสมาชิก โดยแต่งเป็นโคลงภาษาอังกฤษ มีความยาว 7 บท (ผมจะหาโอกาสนำมาบันทึกไว้ หากมีผู้สนใจ)

       ทั้งนี้ อาจารย์ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้ตอบเป็นจดหมายไว้ดังนี้

.....................................................................................

                                                   Mansion 6, Rajdhamnern Avenue,

                                                   Bangkok, Tel. 20554

 

                                            Bangkok, June 27, 1966.


Mr. President,

           I am touched and charmed by the manner in which you have caught on to the beauty of the Klong.  The result by one who is unaccustomed is truly remarkable, obliging me, as you see, to reply in prosaic prose.

          It is indeed an honour to me and most kind of you to invite me to join the Society of Poets Laureate.  However, as I understand that honour to be one of public acclaim and national appointment, I must decline for the following reason.

           หิงห้อยฤาจักสู้            ราศี

           บังบดอุทัยกวี              เจิดจ้า

          ใต้ฟ้าร่มบารมี             เป็นสุข

          หากอาจเอื้อมถึงฟ้า    มอดม้วยอาสัญ

HING+  HOI'  RU  JAG. SU'            RA  SE+

BANG  BOD.  UTHAI  GWE          JEUD. JA'

TI'   FA"  ROM'  BARAME           PEN SUK.

HAG.  AJ.  UAM THUNG+  FA"      MOD' MUE" A SUN+

To Firefly, its own                little light .

To the Sun, its might          and glory.

Mundane, do I sight            heavenly poete,

Only to dim my dignity       in a flight forlorn ?

                                                        Your sincerely,

                                                             Seni Pramoj

                                                  (M.R. Seni Pramoj)

.................................................................................

ที่มา : หนังสือ Interpretative Translations of Thai Poets by M.R. Seni Pramoj, หน้า 63

ไม่มีรูป
7. วุ้น
เมื่อ พฤ. 01 พ.ย. 2550 @ 18:23
442852 [ลบ]

ช่วยบอกข้อความที่อยู่ในโคลงโลกนิติบทที่๕๑หน่อยค่ะ   และอยากทราบด้วยว่าแปลว่าอะไรและสอนเรื่องอะไรในโคลงบทที่๕๑ค่ะ  ขอบพระคุณค่ะ

ไม่มีรูป
8. แนน
เมื่อ พฤ. 01 พ.ย. 2550 @ 18:53
442891 [ลบ]

อยากทราบโคลงโลกนิติบทที่  32  ค่ะ

P
9. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ ศ. 02 พ.ย. 2550 @ 08:49
443348 [ลบ]

สวัสดีครับ คุณวุ้น & คุณแนน

            ได้ลองไปค้นคว้ามาตอบให้แล้วครับ ที่นี่

ไม่มีรูป
10. วุ้นคนเดิม
เมื่อ อา. 04 พ.ย. 2550 @ 20:35
446333 [ลบ]

ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาแปลให้  ดีใจมากเลยค่ะท  เพราะจะหาข้อความนี้ไปทำงานค่ะ   ขอบคุณมากค่ะ

P
11. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ จ. 05 พ.ย. 2550 @ 08:56
446689 [ลบ]

สวัสดีครับ วุ้น

          ต้องขอบคุณอาจารย์เผ่าพงษ์ สมนิล ครับ ที่ท่านได้อุตส่าห์ถอดความหมายออกมาอย่างละเอียด

ผมเพียงแต่นำข้อมูลจากหนังสือของท่านมาอ้างอิงครับ

ไม่มีรูป
12. วุ้นคนเดิม
เมื่อ จ. 05 พ.ย. 2550 @ 13:36
446902 [ลบ]

ช่วยแปลโคลงโลกนิติบทที่24 27 36 38 ให้หน่อยค่ะ   หนูเอาไปให้เพื่อนค่ะ  ช่วยเพื่อนหนูด้วยนะค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ไม่มีรูป
13. เด็กตาดำๆคนหนึ่ง
เมื่อ จ. 05 พ.ย. 2550 @ 17:33
447119 [ลบ]

  ๒๗ มิตรพาลอย่าคบให้      สนิทนัก

พาลใช้มิตรอย่ามัก              กล่าวใกล้

ครั้นคราวเคียดคมชัก           เอาโทษ ใส่นา

รู้เหตุสิ่งใดไซร้                     ส่อสิ้นกลางสนาม

ความหมาย    โคลงโลกนิติบทนี้มีความหมายว่า ให้รู้จักคบเพื่อน ถ้ามีเพื่อนที่ไม่ดีก็ควรอย่าคบให้มาก เช่น เพื่อนที่ชอบ ใส่ร้ายเรา โยนความผิดให้เรา เพื่อนที่เห็นแก่ตัว ก็ไม่ควรคบอาจจะคบได้แต่อย่าคบในฐานะเพื่อนที่สนิทสนม

สรุป       โคลงโลกนิติบทนี้สอนเรื่อง การเลือกคบเพื่อน

 แปลว่าอย่างนีหรือเปล่าคะ  ไม่ค่อยแน่ใจเลย

ไม่มีรูป
14. น้ำรุ้ง
เมื่อ จ. 05 พ.ย. 2550 @ 19:51
447262 [ลบ]

  อยากทราบโคลงโลกนิติบทที่ 31 ค่ะช่วยหาและช่วยแปลให้หน่อยนะค๊ะ
ไม่มีรูป
15. บัน ครับ
เมื่อ จ. 05 พ.ย. 2550 @ 21:33
447460 [ลบ]

โคลงโลกนิติบทที่51 สอนให้คนรู้จักมีความพยายามใช่ไหมครับ  ช่วยตอบทีครับ

 

ขอบคุณครับ

P
16. ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 08:28
447784 [ลบ]

สวัสดีครับ

          ขอตอบน้อง 'เด็กตาดำๆ คนหนึ่ง' เพราะมีน้ำใจช่วยพิมพ์โคลงต้นเรื่องมาให้ และ ที่สำคัญคือ แสดงความพยายามในการถอดความหมายด้วยตนเอง  ครับ

-------------------------------------------------------------------

จาก 13. เด็กตาดำๆ คนหนึ่ง 

๒๗ มิตรพาลอย่าคบให้      สนิทนัก

พาลใช้มิตรอย่ามัก              กล่าวใกล้

ครั้นคราวเคียดคมชัก           เอาโทษ ใส่นา

รู้เหตุสิ่งใดไซร้                     ส่อสิ้นกลางสนาม

ความหมาย    โคลงโลกนิติบทนี้มีความหมายว่า ให้รู้จักคบเพื่อน ถ้ามีเพื่อนที่ไม่ดีก็ควรอย่าคบให้มาก เช่น เพื่อนที่ชอบ ใส่ร้ายเรา โยนความผิดให้เรา เพื่อนที่เห็นแก่ตัว ก็ไม่ควรคบอาจจะคบได้แต่อย่าคบในฐานะเพื่อนที่สนิทสนม

สรุป       โคลงโลกนิติบทนี้สอนเรื่อง การเลือกคบเพื่อน

 แปลว่าอย่างนีหรือเปล่าคะ  ไม่ค่อยแน่ใจเลย

--------------------------------------------------------------------

ตอบ : น้องแปลได้ดีแล้วครับ อ่านง่าย และเข้าใจได้ทันที ^__^

สำหรับอาจารย์เผ่าพงษ์ สมนิล ท่านถอดความไว้อย่างนี้นะครับ :

          เพื่อนที่เป็นคนเลว คนโง่ อย่าได้วางใจที่จะคบให้สนิทสนมนัก เพราะเพื่อนชนิดนี้เก็บความลับของเราไม่อยู่ ยามเมื่อเขาโกรธเราขึ้นมา ก็มักจะนำความลับของเราออกมาขยายจนหมดสิ้น

-------------------------------------------------------------------

ไม่มีรูป
17. ปุ๊บปั๊บค่ะ
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 17:13
448192 [ลบ]

อาจารย์ค่ะ   ช่วยบอกโคลงโลกนิติบทที่45  และ 46  ให้หนู่หน่อยได้ไหมค่ะ  เดี๋ยวหนูแปลเอง  สรุปเองก็ได้ค่ะ  แค่ช่วยหนุหน่อยอ่ะค่ะ  หนูได้ทำสองบทอ่ะค่ะ   ช่วยหนูหน่อยนะค่ะ  ขอบพระคุณมากมากค่ะ

ไม่มีรูป
18. ปุ๊บปั๊บค่ะ
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 17:27
448201 [ลบ]

อาจาร์ค่ะ  ช่วยบอกหนูด้วยนะค่ะ  บทที่45ค่ะ  แปลให้ด้วยนะค่ะ  เดี๋ยวหนูสรุปเองนะค่ะ  เพื่อนหนูมันบอกให้หนูมาคุยกับอาจารย์อ่ะค่ะ  เพื่อนหนุมันบอกว่ามันมาถามอาจารย์อาจารย์ตอบด้วย  หนูเลยลองมาถามดุอ่ะค่ะ  ช่วยตอบหนูด่วนเลยนะค่ะ  ขอบพระคุณมากมากค่ะ อาจารย์  ขอด่วนเลยนะค่ะ  ขอบพระคุณค่ะ
ไม่มีรูป
19. เด็กตาดำๆคนเดิมนี่หล่ะค่ะ
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 18:01
448234 [ลบ]

ขอบคุง ด.ร มากๆๆๆนะคะ 

 

ขอบคุณมากมาย

 

ไว้ว่างๆจาเข้ามาคอมเม้นให้อีกนะคะ

ไม่มีรูป
20. ตี่
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 18:33
448251 [ลบ]

จะให้ช่วยเเปลโคลงโลกนิติบทนี้ให้หน่อยอ่ะค่ะลองเเปลเองเเล้วมันเเปลไม่ได้อ่ะค่ะเลยขอให้อาจารย์หน่อยนะค่ะ

กะละออมเพ็บเพียงน้ำ   ฤาติง

โอ่งอ่างพร่องชลสิง  เฟื่องหม้อ

ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง   เยียใหญ่

คนโฉดรู้น้อยก้อ  พลอดนั้นประมาณ

ขอบคุณอาจารย์ไว้ล่วงหน้าเลยนะค่ะ

ไม่มีรูป
21. นิภาพร พันธ์ชู
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 20:24
448336 [ลบ]

แม้นมีความรู้ดั่ง               สัพพัญญู

ผิบ่มีคนชู                                 ห่อนขึ้น

หัวแหวนค่าเมืองตรู                 ตาโลก

ทองบ่รองรับพื้น                      ห่อนแก้วมีศรี
ไม่มีรูป
22. เด็กน้อย
เมื่อ อา. 11 พ.ย. 2550 @ 18:40
453511 [ลบ]

ความหมายบทที่ 362 ที่ว่า

อย่าหมิ่นของเล็กนั้น สี่สถาน

เล็กพริกพระกุมาร จีดจ้อย

งูเล็กเท่าสายพาน พิษยิ่ง

ไฟเล็กเท่าหิ่งห้อย อย่าได้ดูแคลน

ต้องแปลว่าไม่ควรดูหมิ่นของที่มีขนาดเล็กเช่นพริก งู แล้วก็ไฟใช่หรือปล่าวครับถ้าผมแปลไม่ถูกช่วยแนะนำด้วยนะครับ

ไม่มีรูป
23. Neeyaa
เมื่อ จ. 12 พ.ย. 2550 @ 16:28
454513 [ลบ]

อาจารย์ช่วยแปลโคลงโลกนิติ บทที่ 64 และ 65 ให้หน่อยนะคะ  เพราะมีน้อง ๆ นักเรียนมาถาม แต่หนูเกรงว่าจะแปลได้ไม่ถูกต้อง...ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

ไม่มีรูป
24. แรพพลอย
เมื่อ อา. 18 พ.ย. 2550 @ 16:26
461214 [ลบ]

     วันที่ซาวหกนั้น               เสด็จไป

ทรงเปิดโรงเรียนไทย          ฤกษ์เช้า

บุญวาทย์วิทยาลัย               ขนานชื่อ ประทานนอ

เป็นเกียรติยศแด่เจ้า             ปกแคว้นลำปาง

                            ลิลิตพายัพ

               พระราชนิพนธืในรัชกาลที่ ๖

           พระนามแฝง หนานแก้วเมืองบูรณ์

ไม่มีรูป
กดที่นี่เพื่อเพิ่มความคิดเห็น
(หน้าต่างใหม่สำหรับให้ความคิดเห็นจะถูกเปิดขึ้น)
ประวัติ
P

ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
มีต่อ »

อีเมลติดต่อ

คำสำคัญ: วิทยาศาสตร์  นักเขียน  นักวิทยาศาสตร์  คนชอบเขียน
เกี่ยวกับบล็อกนี้
กุมภาพันธ์ 2550
กุมภาพันธ์ 2550 มกราคม 2550
    
   

บันทึกข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจ ;-P

รู้หลบพบเศิกเสี้ยน  กลัวไกล

เป็นปีกป้องกันภัย    ผ่อนช้า

รู้หลีกเล็ดลอดไป    สุดเนตร

เป็นหางไกลกล่างกล้า   ต่อด้วยดัสกร

อจ.ช่วยแปลให้หน่อยนะครับ

 สุภาษิตใช่ รู้หลบเป็นหลีก รู้หลีกเป็นหางรึเปล่าครับ

ช่วยแนะนำด้วยครับ 

ภูเขาทั้งแท่งล้วน

ศิลา
ลมพยุพัดพาบ่ขึ้น
สรรเสริญแลนินทาคนกล่าว
ใจปราชญ์ฤาเฟื่องพื้นห่อนได้จินต์จล ฯ

ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น นักเรียน

ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า

คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต

กลอุทกในตระกร้า เปี่ยมล้นฤามี ฯ

แปลว่าอะไร

แปลความหมายให้หน่อยนะคะ

พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้

เขาสูงอาจวัดวา กำหนด

จิตมนุษย์นี้ไซร์ ยากแท้หยั่งถึง

อาจารย์ ค่ะ ช่วย เรียบ เรียง บท โคลง โลก นิ ติ บท นี้ ให้ เป็ก ร้อย แก้ว ได้ ไหม ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

<<(!!อาจารย์ ที่ รร.ให้ เอา 10 บรรทัด อ่า ค่ะ แต่ ไม่ ถึง ไม่ เป็นไร ค่ะ!!)>>

ขอ ขอบ คุณ อีก ครั้ง นะ ค่ะ

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

ฝาก ข้อ ความ ด่าน บน ด้วย นะ ค่ะ ความ จริง ต้อง ส่ง พรุ่ง นี้ (22/07/51)

ขอบ คุณ ค่ะ

<<ฝาก ด้วย นะค อาจารย์>>

สวัสดีครับ

        ไม่รับทำการบ้านให้ครับ (ใจร้าย?)

        แต่จะชี้แนะให้สั้นๆ เพื่อไปคิดต่อและขยายผลได้เอง (ใจดี!)

       "มหาสมุทรนั้นแม้จะลึกมากเพียงใด แต่ก็ยังสามารถวัดความลึกได้

        ภูเขาแม้จะสูงเพียงใด แต่ก็ยังสามารถวัดความสูงได้

        แต่จิตใจคนนี่สิ ที่ยากนักจะหยั่งรู้...."

 

อยากได้คำแปลโคลงโลกนิติอ่ะ

ไม้ล้มควรค่ามได้ โดยหมาย

คนล้มจักข้ามกราย ห่อนได้

คนชอบชอบห่อนหาย ชอบกลับ สนองนา

ทำผิดผิดจักให้ โทษแท้ ถึงตน

ขอบคุณมากครับ คุณนัด

         เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้พอดี

                  จะระวังตัวไม่ไปเหยียบใครเข้า (หรือล้มให้ถูกใครเหยียบ) ครับ ;-)

จำสารสับปลอกเกี้ยว ตีนสาร

จำนาคมนตร์โอฬาร ผูกแท้

จำคนเพื่อใจหวาน ต่างปลอก

จำโลกนี้นั่นแล้ แต่ด้วยไมตรี ฯ

"ใครทราบคำแปลช่วยบอกหน่อยนะ" ขอบคุณ

สวัสดีครับพี่ชิว และสวัสดีครับน้องเต้ย ขออนุญาต พี่ชิวแปลโคลงใหเน้องเต้ยนะครับ

จำสารสับปลอกเกี้ยว ตีนสาร
จำนาคมนตร์โอฬาร ผูกแท้
จำคนเพื่อใจหวาน ต่างปลอก
จำโลกนี้นั่นแล้ แต่ด้วยไมตรี ฯ

-(จอง)จำ(กักขัง) ช้างสาร  ได้ด้วยการใส่ปลอก เกี่ยวไว้ที่ตีนช้างสาร นั้น
-จองจำ พญานาค ด้วย (เชือก) ที่ลงเวทย์มนต์(อันใหญ่/มีอำนาจ)
-จองจำคน ด้วยการพูดจา หวานหู เสมือนจองจำ(ล่าม) ไว้ด้วย ปลอก(คอ/ปลอกตีน)
-จองจำ(สัตว์ทั้งหลาย)ในโลกนี้ (ชนะใคนคนทั้งโลก) นี้ก็ด้วย มิตรภาพ/ไมตรีภาวะ เท่านั้นหนา  

สวัสดีครับ น้องกวิน - ชายผู้หลงรักสาวอักษร ;-)

      ขอบคุณมากเลยครับ เดี๋ยวคอยดูนะ เด็กๆ จะไปห้อมล้อมครูกวิน-ครูกวี ให้ช่วยแปลโคลงโลกนิติกันใหญ่ ^__^

สวัสดีครับพี่ชิว ลืมดูย้อนหลังว่ามีเด็กๆ มาขอให้แปลโคลงให้เยอะจริงๆ นะครับ ดูจากหน้านี้มีคนเข้าชมถึง 8637 กว่า ครั้ง เลยนะครับ อ่านย้อนหลังไป แล้วมีเด็กๆ หลั่งไหลมาให้แปลโคลงให้เยอะจริงๆ แต่ช่วยแปลแบบนี้เด็กจะไม่ได้ ใช้ความพยายามในการค้นคว้าเอง นะครับ พี่ชิวทำถูกแล้วที่ไม่แปลให้ทั้งหมด แต่ช่วยชี้แนะให้เป็นแนวทาง :)ถ้าบทไหนที่ผมพอจะทราบก็จะมา ช่วยพี่ชิว ติวการบ้านให้เด็กน้อย อีกนะครับ

สวัสดีครับ กวิน

      ใช้แล้วครับ เด็กๆ ทำการบ้านส่งคุณคู เอ้ย! คุณครู

      ก็เลยมาหาที่ปรึกษาทางวิชาการผ่าน Internet ;-)

อย่างนี้ต้องบอกเด็กน้อยว่า ต้องแต่งบทไหว้ ครูกู (ครูกูเกิร์ล) แล้วนะขอรับกระพ้ม 

น้องกวิน

          ครูกู นี่ชอบจัง แต่ครูกูเกิล กับ ครูกูเกิร์ล น่าจะต่างกันนะครับ...แซวๆๆๆ

          กูเกิร์ล (Goo Girl) = Girl ของกู (อิอิ)

ขอบคุณครับพี่กวินเต้ยมีรายงานส่งแล้วครับขอบคุณครับ

ขอบคุณมากๆไม่ได้พี่แย่เลยนะเนี๊ย

จากเด็กโพธิสาร

ม.1/5

น้องเต้ย

     แวะไปขอบคุณคุณกวินได้ที่นี่ครับ : กวิน

ในบทที่ว่า รักอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว

เ สมออยู่ในหอเดียว ร่วมห้อง เนี่ย...

ตรงกับสำนวนไทยอะไรหรือครับ...ช่วยบอกทีคับ...ด่วนสุดๆๆๆ

คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา

คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง

คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ

คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร๚

ตรงกับสำนวน สุภาษิตอะไรหรือคับ...

สวัสดีครับพี่ชิว พี่ชิวคงกำลังปั่นบทความส่งสำนักพิมพ์/หนังสือพพิมพ์อยู่นะครับ เดี๋ยวผม ช่วย ติวการบ้านให้น้องๆ นะครับ อิๆ ชอบอยู่แล้วเรื่องแปลๆ ความแบบ จริงเจ็ดเท็จสามเนี่ยนะครับ โลกนิติคำโคลงบทที่ว่า

รักกันอยู่ขอบฟ้า          เขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียว    ร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียว         ตาต่อ กันนา
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง   ป่าไม้มาบัง

 


คำแปล

-สามีภรรยาที่รักและซื่อสัตย์ต่อกันแม้จะอยู่ไกลกันจนสุดหล้าฟ้าเขียว (ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยๆ)
-ทั้งสองก็ยังมีความรู้สึกว่า ยังคงได้อยู่ใกล้กัน อยู่ยังห้องหอเดียวกัน
-แต่ถ้าสามีภรรยาไม่มีความรักและความซื่อสัตย์ต่อกัน (เช่น สามีเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ แล้วเกิดไปมีผู้หญิงคนใหม่) ภรรยาเกิดความชิงชังจึงขอหย่า(แต่เพราะสงสารลูก) จึงจำต้องอยู่ด้วยกัน แม้นจะอาศัยอยู่ในบ้าน ในห้องหอเดียวกัน แต่ แม้นแต่หน้ายังไม่อยากที่จะมองกัน ไม่อยากที่จะสบตากัน (ตาต่อตา...)
-ทั้งที่ทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยกันภายในห้องหอเดียวกันแท้ๆ แต่ทั้งสองกลับมองไม่เห็นหัวซึ่งกันและกัน เสมือนกับมีต้นไม้มาบดบังมิให้เขาทั้งสอง เห็น(หัว)ซึ่งกันและกัน  และเหมือนอยู่คนละฟากฟ้า ด้วยประการฉะนี้ (แปลแบบให้เห็นภาพเหมือนในละคร)

สำนวน/สุภาษิต

1.สุดหล้าฟ้าเขียว (the ends of the earth)
2.ใกล้เกลือกินด่าง (มองข้ามหรือไม่รู้ค่าของดีที่อยู่ใกล้ตัวซึ่งเป็นประโยชน์แก่ตน)
3.เส้นผมบังภูเขา (ขนาดเส้นผมยังบังภูเขาได้ แล้วต้นไม้ทั้งต้นมิบังได้ทั้งทวีปเลยหรือ?)


คุณแม่หนาหนักเพี้ยง  พสุธา
คุณบิดรดุจอา-          กาศกว้าง
คุณพี่พ่างศิขรา          เมรุมาศ
คุณพระอาจารย์อ้าง    อาจสู้สาคร๚


พระคุณของแม่ มีน้ำหนักเหมือน แผ่นดิน
พระคุณของพ่อ กว้างใหญ่เหมือน ท้องฟ้า
พระคุณของ(สูงส่ง)เหมือนภูเขา (เมรุมาศ=เมรุ+มาศ=ภูเขาทอง)
พระคุณของครูอาจารย์(เย็นฉ่ำ)เหมือนห้วงน้ำ

ตรงกับสำนวน สุภาษิตอะไรหรือคับ   ลองช่วยๆ กันคิดหน่อยนะครับ ตอนนี้ อาจจะตรงกับสถาภาษิตที่ว่า พฺรหฺมาติ มาตาปิตาโร  มารดาบิดาเป็นพรหมของลูก

ความรู้ดูยิ่งลำ สินทรัพย์

คิดค่าควรเมืองนับ ยิ่งไซร้

เพราะเหตุจักอยู่กับ กายอาต-มานา

โจรจักเบียนบ่ได้ เร่งรู้เรียนเอา

แปลให้หน่อยน่ะค่ะ แล้วตรงกับสำนวนอะไร ส่งพรุ่งนี้ค่ะ

ของน้ำแปลได้หรือยังค่ะ น้ำรีบค่ะ

สวัสดีครับ

       คุณน้ำสอบถามไปที่ อาจารย์ กวิน โดยตรงเลยดีไหมครับ

สอบถามที่ไหนหรือค่ะ

ตอนนี้รีบมากเพราะพรุ่งนี้ต้องเอาบทที่แปลมาให้อาจารย์ดู

ช่วยแปลมาด้วยน่ะค่ะ

สวัสดีครับ คลิกเข้าไปที่นี่ครับ กวิน มองมุมซ้ายบนที่มีภาพ จะมีคำว่า e-mail ติดต่อ เขียน e-mail ไปถามเลยครับ

น้ำไม่มีอีเมล์จะทำอย่างไรดีค่ะ

แล้วต้องใส่ให้ครบทุกช่องหรือเปล่าค่ะ

สวัสดีครับพี่ชิว +น้องน้ำ

ความรู้ดูยิ่งล้ำ         สินทรัพย์
คิดค่าควรเมืองนับ   ยิ่งไซร้
เพราะเหตุจักอยู่กับ  กายอาต-มานา
โจรจักเบียนบ่ได้     เร่งรู้เรียนเอา

ความรู้มีค่ามากกว่าทรัพย์
เป็นของ ควรเมือง (ของคู่บ้านคู่เมือง)
ด้วยเหตุผล เพราะว่า ความรู้ย่อมอยู่คู่กับ กาย/สมอง ของผู้มีความรู้ นั้น (อาตมะ/อาตมา/อาตมัน=ตน/กู)
โจรเบียดเบียน เพื่อปล้นทรัพย์สินไปจากเราได้ แต่โจรย่อมไม่สามารถเบียดเบียนเพื่อปล้นวิชาความรู้ไปจากเราได้ ฉะนั้นจง เร่งที่จะเรียนรู้ขวนขวายแปลโคลงโลกนิตินี้เพื่อหาความรู้ใส่ตน ด้วยตนเองเถิด เพราะเมื่อมีความรู้ด้วยตนเองแล้วก็จะสามารถนำไปหาทรัพย์สินได้ ฉะนั้นความรู้จึงเป็น มูลเหตุ แห่งการมีทรัพย์ ความรู้จึงมีค่ามากกว่าทรัพย์ โจรปล้นทรัพย์ได้ แต่ปล้นความรู้ ได้ยาก

ขอบคุณ น้องกวี-กวิน ที่มาช่วยน้องๆ ครับ

สวัสดีพี่ชิว+น้องน้ำ อีกรอบครับ เมื่อกี้ไปนั่งนึกๆ ดูไหนๆ ก็จะช่วยแล้วก็ช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดเดี่ยว จะกลายเป็นแบบนาย Kevin Carterที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าวันนั้นเขาทำเพียงไล่นกแร้งไป แต่ไม่ช่วยพาเด็กหญิงคนนี้ไปส่งยังศูนย์ช่วยเหลือที่อยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร @  207685

โคลงบท

ความรู้ดูยิ่งล้ำ         สินทรัพย์
คิดค่าควรเมืองนับ   ยิ่งไซร้
เพราะเหตุจักอยู่กับ  กายอาต-มานา
โจรจักเบียนบ่ได้     เร่งรู้เรียนเอา

ตรงกับสำนวน โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่เท่ากับไฟไหม้ครั้งเดียว. เพราะว่า โจรปล้นบ้าน ก็ยังเหลือบ้านเอาไว้ให้ได้อยู่อาศัย โจรย่อมปล้นเอาไปแต่ทรัพย์สินอันมีค่า ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ที่ด้อยค่า หรือมีน้ำหนักมากๆ โจรย่อมไม่นำติดตัวไปด้วย และต่อให้ถูกปล้นบ้านถึง 10 ครั้ง 10 คราว ก็ยังเหลือ บ้านและยังเหลือทรัพย์สินเช่น ถ้วยชามรามไห(ม) เอาไว้ได้ใช้สอย แต่ทว่า หากเกิดไฟไหม้บ้าน ย่อม เดือดร้อนมากกว่าการถูกโจรปล้น 10 ครั้ง ด้วยเพราะ บ้านและทรัพย์สินภายในบ้านย่อมถูกมอดไหม้ลงไปด้วย อย่างไรก็ดี วิชาความรู้ที่อยู่กับตน ย่อมไม่ถูกไฟไหม้ไปด้วย ถึงแม้นจะถูกโจรปล้น ก็ดี ไฟไฟไหม้ก็ดี แต่หากเรามีความรู้คู่ตัวแล้วล่ะก็ ในไม่ช้าเราย่อมใช้ ปัญญาและความรู้นั้น หาทรัพย์สิน เพื่อสร้างบ้านสร้างเรือน ซื้อถ้วยชามรามไห(ม) ขึ้นมาใหม่ได้  

ทำไมไม่แปลให้หมดละค๊ะเขาทำการบ้านไม่เสร็จนะ

พี่คะช่วย ถอดโคลงโลกนิติบทที่ 8 หน่อยคะ่

มีอังกฤษบทที่27ด้วย

 

ช่วยถอทโคลงโลกนิติของบทที่๒๕๐ให้หน่อยค่ะ