ปี 2512 ถึงปัจจุบัน มีการดำเนินการจากภาครัฐ จัดทำ หลักฐานเอกสาร ทะเบียนประวัติ และบัตรประจำตัวประชาชน สำหรับชาวกะเหรี่ยงในผืนป่าแก่งกระจาน ไม่ถึงร้อยละ 50 Ã เพราะเหตุใด สาเหตุเป็นเพราะวิถีของชาวกะเหรี่ยงเข้าไม่ถึงภาครัฐ หรือ สาเหตุความยากลำบากที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวตนของชาวกะเหรี่ยง ที่จำต้องให้ชาวกะเหรี่ยงเดินออกจากป่าเพื่อมาพิสูจน์ตน ทั้งที่ชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่บนผืนป่าแห่งนี้มากว่า 200 ปี ก่อนการประกาศอุนยานและก่อนจะมีกฎหมายสัญชาติเกิดขึ้นในประเทศไทย เพียงข้อเท็จจริงเบื้องต้นดังกล่าว อาจจะตอบคำถามได้ไม่เสร็จสรรพ ถ้าไม่มีกระบวนทำงานที่สอดคล้องกับวิถีของชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน <div>
<hr width="33%" size="1"><div id="ftn1">
à จากตัวเลขตามการรายงานผลจากส่วนราชการท้องถิ่นระดับจังหวัด 2 จังหวัด ระบุคนไร้สัญชาติที่มีชื่อในระบบฐานข้อมูลที่ยังต้องรอการพิจารณาแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติ เพียง 642 คน (ปี 2549) , จากระบบข้อมูลของศูนย์ศึกษาและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้าช่วยเหลือด้านปฏิบัติการระดับชุมชน และระดับอำเภอ และสำรวจโดยผู้นำทางธรรมชาติ ยังคงพบว่ามีกว่า 200 คนใน 2 ชุมชนที่ยังไร้รัฐ อีกทั้งมีหน่วยงานตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดสมเด็จพรเทพ เข้าสำรวจใน 3 ชุมชน พบถึง 258 ชีวิต ) <p style="background: #ffcc99; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สถารณ์ด้านสุขภาวะ ปัจจุบันของคนอยู่กับป่า บพผืนป่าแก่งกระจาน </p>
</span> <ul>
</ul>
กรณีศึกษาต้นแบบ จอบิ[1] ไม่มีนามสกุล กรณีศึกษาต้นแบบบนผืนป่าแก่งกระจาน ที่ทำให้หลายคนเชื่อมั่นอีกทางได้ว่า ยังมีความยุติธรรมลงเหลือในสังคมปัจจุบัน แต่กระนั้นก็จักต้องมีกระบวนการการช่วยเหลือ-และศึกษาจากหลายๆฝ่ายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน <div>
<hr width="33%" size="1"><div id="ftn1">
[1]ศึกษาจาก .. http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=60&d_id=60
วัตถุประสงค์ของโครงการ
<ol>
</ol> กลุ่มเป้าหมาย / เขตพื้นที่ดำเนินการตัวแทนจากชุมชนในพื้นที่ที่ประสบโรคไรรัฐ ไร้สัญชาติ 15 คนผู้ประสบโรคไร้รัฐ บนผืนป่าแก่งกระจาน ประกอบไปด้วย 8 ชุมชน 6 ตำบล 2 อำเภอ 2 จังหวัด จำนวนประมาณ 1,000 คนดังนี้ <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody><tr>
อำเภอแก่งกระจาน
ชุมชนบ้านโป่งลึก ชุมชนบ้านบางกรอยชุมชนบ้านป่าเด็งชุมชนบ้านห้วยสัตว์เล็กและห้วยสัตว์ใหญ่ชุมชนบ้านห้วยโสก</tr></tbody></table></span> </div> </div> </div> </div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>การดำเนินโครงการ / แบ่งเป็น 3 ภาค คือ </p>ภาคที่ 1 - ศึกษาร่วม- ศึกษาโรคไร้รัฐ จากข้อมูลภาคประชาชน ภาคราชการ และองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ดำเนินการ อันได้แก่ สำนักทะเบียนอำเภอแก่งกระจาน สำนักทะเบียนอำเภอหัวหินสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยผู้นำตามธรรมชาติในแต่ละชุมชนกรรมการระดับชุมชน / ประชาคม / ตำบลส่วนป้องกันชายแดน ตำรวจตระเวนชายแดน 142 / 145 <p style="background: silver; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">- รวบรวมสูตรสมุนไพรในการต้านโรคไร้รัฐจากภาควิชาการ และองค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงองค์กรภาคประชาชน เพื่อเสริมองค์ความรู้ทั้งระดับเจ้าของปัญหาและระดับเจ้าหน้าที่ที่แก้ไขปัญหา อันได้แก่</p>
(1) สูตรจากโครงการห้องเรียนกฎหมายสำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ โดย คุณชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง และ คุณบงกช นภาอัมพร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(2) สูตรจากห้องเรียนกฎหมายด้านสถานะบุคคล โดยสำนักกฎหมายธรรมสติ คุณสรินยา กิจประยูร และ คุณชุติ งามอุรุเลิศ ที่เน้นหลักกฎหมายเรื่องสถานะบุคคล และเทคนิคในการซักถามผู้ยื่นคำร้อง รวมถึงการตรวจสอบพยานหลักฐานในการพิสูจน์ตัวบุคคล </span></span> <p style="background: #ccffff; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาคที่ 2 - การทดลองยาต้านโรคและรักษาโรค</p><p style="background: #ccffff; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: #ccffff; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ห้องเรียนปรุงยาสมุนไพรเพื่อรักษาโรคไร้สัญชาติ แบ่งเป็น 2 ห้องเรียน คือ ห้องเรียนธรรมชาติ และ ห้องเรียนวิชาการ (เพื่อให้ผู้เป็นโรคสามารถเลือกที่จะเข้ารักษาได้ทั้ง 2 ห้อง สาเหตุเนื่องจากผู้ประสบโรคไร้รัฐ ไร้สัญชาติ มี 2 ลักษณะคือ โรคที่สามารถจับปากกาได้ (อ่านออกเขียนได้) และ โรคที่ไม่สามารถจับปากกาได้ (อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้) </p><p style="background: #ccffff; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="607" class="MsoTableGrid" style="width: 455.4pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
ชื่อห้องทดลอง
</tbody></table></span></span> </span> <p style="background: #33cccc; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาคที่ 3 - บรรจุยาสมุนไพรเพื่อเตรียมหว่านกล้า</p> - เป็นการนำเสนอห้องทดลองยา เพื่อเป็นการเผยแพร่แนวคิดของผู้ประสบโรค และเจ้าหน้าที่รักษาโรคต่อสาธารณะชน โดยการอัดแท่งตัวยาลงแคปสูล (ผลิตสื่อ) เพื่อเป็นตัวอย่างและติดตามผลต่อไปได้ จัดเวทีเพื่อนำเสนอ 2 ครั้ง คือ สรุปเนื้อหา / ติดตามประเด็นที่นำเสนอ จัดลงสื่อ – เผยแพร่ / 2 ภาษา ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ28 เดือน - ตั้งแต่ 29 กุมภาพันธ์ 2550 - <p style="background: #33cccc; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>
ประโยชน์ที่จะได้รับตามธรรมชาติ |
ตามกิจกรรม |
| 1. เพื่อการกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ | 1. ผู้ประสบโรคไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่เข้าห้องทดลองยาต้านโรค เกิดความเข้าใจในสิทธิตามกฎหมายและนโยบาย และสนับสนุนเกิดความมั่นใจในการใช้สิทธิ |
| 2. เพื่อรักษารอยแผลจากการถูกละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ | 2. ผู้ประสบโรคไร้รัฐ ไร้สัญชาติ มีความเข้าใจในกระบวนการและสามารถมีส่วนร่วมในการพิสูจน์สถานะบุคคลได้โดยการแสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานภายในชุมชนแบบวิถีทางธรรมชาติ |
| 3. เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันความเป็นพลเมือง | 3. ผู้ประสบโรคไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ได้รับยาป้องกันโรคไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่สามารถต่อต้านความไร้รัฐ ไร้สัญชาติได้อย่างยั่งยืน และเจ้าหน้าที่ภาคปฏิบัติสามารถรักษาโรค ไร้รัฐ ไร้สัญชาติได้อย่างมั่นใจและเป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย |
| 4. เพื่อเสริมพลังแห่งภูมิปัญญาในการต่อสู้โรคไร้รัฐ ไร้สัญชาติ | 4. ผู้ประสบความไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนความเป็นตัวตันกับเครือข่ายคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ในประเทศไทย |
แนวคิดในการดำเนินงาน “ ได้มีสัญชาติ...อะไรเนี่ย แล้วท้องอิ่มไหม คงรอไม่ไหวถ้าท้องไม่อิ่ม ไปก่อนนะ ไปหยอดข้าวไร่ก่อน ” เสียงจากผู้เฒ่าโป่งลึก
การดำเนินงานของศูนย์ศึกษาและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน จักต้องฟังเสียงสะท้อนของบุคคลและชุมชนในพื้นที่ทุกครั้งก่อนที่จะก้าวข้ามเพื่อดำเนินการส่งเสริมวิถีชุมชนให้สอดคล้องกับสภาวะสถานการณ์ปัจจุบัน <p style="background: #33cccc; margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></font>
อยากทราบความคิดเห็นจากทุกท่าน
1. ด้านแนวคิด
2. ด้านการทำงาน
3. ด้านความสำคัญของสภาพปัญหา
55555