เรื่องเล่าจากภาพถ่าย
          
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            คราวนี้ ลองดูภาพใหม่นะครับ</p><p>            ผมตั้งชื่อภาพนี้ว่า “วันที่เหงาและรอคอย

            เป็นภาพถ่ายเหมือนภาพแมวคราวก่อน เพื่อเป็นการฝึกการดูภาพและได้สาระจากภาพ

            ในงานศิลปะทุกรูปแบบ มีสิ่งที่สำคัญอยู่สองอย่าง คือ หนึ่งเนื้อหา
(Content) และสอง รูปแบบ (Form)

            เนื้อหาคือแก่นของสิ่งที่ศิลปินรู้สึกและนำมาถ่ายทอดให้เราๆได้รับรู้ต่อ โดยส่งผ่านมาทางรูปแบบ

            ซึ่งเป็นรูปแบบที่ศิลปินนั้นๆถนัด เช่นร้องเพลง บทกวี ประพันธ์เรื่อง งานจิตรกรรม ประติมากรรม หรือภาพถ่ายและงานภาพยนตร์

            การที่จะเข้าใจภาพเขียนหรือภาพถ่ายหรืองานศิลปกรรมนั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ในการดูภาพเป็นพอสมควร คือ

             หนึ่ง ดู ภาพนั้นตรงๆ แล้วเกิดความรับรู้ขึ้นมาทันที เช่นความรัก โศกเศร้า เหงา หรือสนุกตื่นเต้น ขบขัน สดชื่น หรืออาจเกิดความรู้สึกสยองขวัญ ขนลุก หดหู่ใจ
            
             สอง ดูแบบเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่ปรากฏในภาพ เพื่อเห็นสาระที่ศิลปินแฝงอยู่ในภาพนั้น
                        </p><p>             สาม ถามตนเองว่าสิ่งที่เราดูอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรูปคน สัตว์หรือสิ่งของ ศิลปินจงใจวาดขึ้นมานั้น มีรูปร่าง ลักษณะ สีสัน ท่าทาง อย่างไร จะสื่อความหมายอะไร             </p><p>            ตลอดจนดูว่า เส้น แสง สี น้ำหนักและจังหวะองค์ประกอบของภาพที่เห็นนั้น ศิลปินล้วนจงใจเขียนขึ้นเพื่อแสดงความรู้สึก อะไร              </p><p>            มื่อดูและรับรู้ได้แล้ว ให้ตรวจสอบว่าตรงกับที่เรารู้สึกในครั้งแรกที่ดูตามข้อหนึ่งนั้นไหม?               </p><p>            ถ้าตรง ขอแสดงความยินดีด้วย แสดงว่าคุณดูภาพเขียนเป็นแล้ว             </p><p>            แต่ถ้าไม่ตรง ไม่ต้องเสียใจเพราะความรู้สึกแรกในการรับรู้ของคุณ อาจยังไม่ใช่แนวการรับรู้แบบศิลปะก็ตาม แต่สามารถฝึกได้โดยดูภาพบ่อยๆ ตามวิธีการที่ผมบอกมาข้างต้น              </p><p>            เอาละผมจะลองแซมเปิ้ล โดยเล่าเรื่องในภาพนี้ให้เป็นตัวอย่าง คุณอาจจะเห็นด้วยกับผม คือซาบซึ้งไปกับเรื่องราวที่ผมเล่าแล้วอินไปด้วย หรือเห็นต่างออกไป ก็ไม่ผิดกติกาอันใด              </p><p>            เอาละนะ ผมจะเริ่มเล่าในสิ่งที่ผมเห็นแล้ว            </p><p>             คุณเคยเหงาไหมครับ?</p><p>
             ถ้าเคย…ภาพนี้คงแทนคำว่าเหงาหรือรอคอย ได้เป็นอย่างดี
             ลองดูภาพนี้ แล้วหลับตานึกภาพตามไปว่า</p>


             ทุกๆเช้า เจ้าหมาตัวนี้ตื่นขึ้นมาแต่เช้า แล้วกระวีกระวาดเข้าไปปลุกนายของมันถึงบนเตียง ซึ่งต้องใช้เวลาถึงพักใหญ่กว่าเจ้านายของมันจะรับรู้และยอมตื่น
             ในบางเช้าเจ้านายของมันเคยผลักหน้าของมัน ที่ยื่นไปเลียอย่างกระตือรือล้นออกไปอย่างแรง แต่ไม่มีวันเสียล่ะที่มันจะยอมแพ้
             ทั้งสองเท้า ทั้งอำนาจการเลียด้วยลิ้นอันหยาบหนา รวมทั้งเสียงครางงิ๊ดง๊าดในลำคอ เจ้านายของฉันต้องลืมตาตื่นขึ้นจนได้

             เมื่อเจ้านายยอมตื่นขึ้นมาแล้ว มันก็ยังวิ่งตามไปทุกๆที่ที่เจ้านายไป... ไปนั่งรออยู่หน้าห้องน้ำเพราะเป็นที่เดียวที่เจ้านายไม่อนุญาตให้มันเข้าไป เมื่อเจ้านายออกมาจากห้องน้ำมันก็เฝ้าตามต่อไปที่ตรงเจ้านายแต่งตัว หวีผม และหยิบข้าวของโดยมีมันติดตามไปทุกที่

              มีโอกาสเมื่อใด มันก็จะคอยสบตาและเลียในทุกส่วนที่จะสัมผัสได้

              บางวันที่เจ้านายอารมณ์ไม่ดี มันก็เคยถูกดุ เวลาเอาลิ้นเปียกๆไปเลียชายกางเกงของเจ้านายจนเปียกชุ่ม แต่หากวันใดที่เจ้านายอารมณ์ดี
              สิ่งที่มันได้รับคือน้ำหนักมืออันอบอุ่น มาตบที่หัวบ้างหรือที่ลำตัวบ้าง ซึ่งมันก็จะตอบสนองด้วยหางที่กระดิกไวขึ้นเป็นสองสามเท่าและเพิ่มอาการครางและเอาหัวเข้าไปดุนดันตามลำตัวเจ้านาย เป็นอาการที่เจ้านายมันค่อนว่าทำท่ากระดี้กระด้าเหมือนบ๋อยตอนได้ทิปสองร้อย

              เมื่อเจ้านายทำกิจเสร็จทุกอย่าง ก็จะมาบอกลามัน ด้วยการตบที่หัวแรงๆสองสามทีและผลักมันกลับเข้าห้องตรงหน้าประตูแล้วเดินลงไป
              มันก็จะรีบวิ่งกลับมา ตรงมาหน้าต่างริมห้องนอนที่สามารถมองเห็นเจ้านายของมันเดินออกจากอาคาร

              แล้วเดิน... เดิน... เดิน... จนลับสายตาของมันไป
              มันยังเฝ้ามองต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้านายของมันไปแล้วจริงๆ

              วันนั้นทั้งวันของมัน คือวันแห่งความเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยว...
เป็นวันแห่งการรอคอย

              มันวิ่งวนไปมาอยู่ในบ้าน เอาจมูกไปดมกลิ่นของนายที่อบอวลอยู่ตามส่วนต่างๆของบ้าน มันวิ่งเข้าวิ่งออกในห้องนอนที่มีกลิ่นของเจ้านายแรงกว่าห้องอื่นๆ แล้วทรุดตัวลงนอนบ้าง
              แล้วก็วิ่งไปกินอาหารสำเร็จรูปแบบเม็ดที่เจ้านายเตรียมไว้ให้ก่อนไป ตามด้วยเลียน้ำซักสี่ห้าแพล็บ แล้ววิ่งไปหยุดที่ริมหน้าต่างอีก

              เพียรมองอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้านายไปแล้วและยังไม่กลับมา

<p>
              มันเฝ้าทำเช่นนี้ เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ไม่มีใครนับ
              ทำไม? มันก็ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่า มันต้องทำอย่างนี้ทุกวัน</p>


              ช่วงบ่ายคล้อย สัญชาตญาณของมันบอกว่า ใกล้เวลาที่เจ้านายมันจะกลับมาแล้ว มันก็ไปนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าต่าง ตาจ้องมองเขม็งไปที่มุมตึกสุดถนน ที่ที่มันเห็นในตอนเช้าว่าเจ้านายของมันลับสายตาไปตรงนั้น

</span></span><p>
              มันเอาคางเกย วางลงที่ขอบหน้าต่าง    </p>
<p>              จนจมูกมันชนกับกรอบไม้ที่มีเพียงซี่ลูกกรงเหล็กขวางกั้นระหว่างมันกับเจ้านายของมัน               </p><p>              สายลมอ่อนๆ พัดผ่านเข้ามาบางครั้ง มันทำจมูกฟุดฟิดเพื่อแยกแยะกลิ่นเจ้านายออกจากสารพัดกลิ่นที่โชยมา               </p><p>              แต่…ยังไม่มีกลิ่นของเจ้านาย</p><p>
              บางครั้ง อากาศอบอ้าวในช่วงบ่าย ทำให้มันรู้สึกหนักหนังตาและเคลิ้มหลับไปบ้าง แต่ก็มีความรู้สึกภายในที่คอยปลุกให้มันลืมตาขึ้นมามองอยู่บ่อยครั้ง               </p>
<p>              จนกระทั่ง…              </p><p>              ความรู้สึกมันบอกว่า เจ้านายจะกลับมาแล้ว </p><p>              ความรู้สึกนั้นชัดขึ้นและแรงขึ้น ตาของมันเริ่มเปล่งประกายสดใส ขนทั้งตัวลุกชูชัน จนมันต้องสะบัดตัวสองสามครั้งด้วยความตื่นเต้น หางเริ่มเคลื่อนไหว กระดิกช้าๆ ตาของมันจ้องเขม็งแน่วแน่ไปที่ริมตึกตรงนั้น</p><p>
              จนกระทั่งกลิ่นตัวของเจ้านายลอยมาก่อน…มันผลุนผลันลุกขึ้นยืนเต็มตัว</p>


              หางของมันเพิ่มจังหวะในการกระดิกถี่ขึ้นเป็นอัตโนมัติ              

</span><p>              มันเฝ้ารอ จนภาพของเจ้านายของมัน ปรากฏแก่นัยน์ตาของมันอย่างชัดเจน!              </p><p>              มันเริ่มครางทำเสียงงิ๊ดง๊าดอีก ทั่วร่างสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงอยู่ในอกทำให้มันเริ่มวิ่งกลับไปกลับมา ระหว่างประตูห้องกับหน้าต่างด้วยความกระวนกระวายใจ              </p><p>              จนมีเสียงกริ๊กดังขึ้นที่ประตู                </p><p>             มันพร้อมที่จะกระโจนเข้าหานายของมันแล้ว               </p><p>             วันแห่งการรอคอย สิ้นสุดลง               </p><p>             พร้อมด้วยความสุขที่เกิดขึ้นมาทดแทนเต็มหัวใจของมัน
       
                        ……………………………………………………………….
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">              ……………………………………………………………….</p><p>              </p><p>              ผมหวังว่า คุณคงจะแต่งเรื่องใหม่ได้ดีกว่าผม              </p><p>              เชิญ ลองดูนะครับ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p>

   </p><p> </p>