สวัสดีค่ะ อาจารย์,

หนูมีปัญหาอีกแล้วค่ะ เพราะหนูรู้สึกว่าการ appreciate ภาพของหนูโดนอิทธิพลจากชื่อหัวข้อบทความของอาจารย์ก่อนที่จะเห็นภาพไปเสียแล้ว  จึงรู้สึกว่ามีผลต่อการมองภาพไปเลยน่ะค่ะ

เพราะพอพยายามตัดป้ายคำหลักในหัวตัวเองในเรื่องคำว่า "เหงา"  หรือ "รอคอยใครสักคน" ไปแล้ว  แล้วดูตามกระบวนการแรก  คือ spontaneous reaction นั้น  หนูไม่ได้รู้สึกว่าเจ้าหมามันเหงา หรือว่ามันคอยน่ะนะคะ  หนูรู้สึกว่ามันก็แค่เหม่อมองออกไปข้างนอกแค่นั้นเอง

ที่สำคัญ  มันไม่ได้เหงาหรอกค่ะ  คนที่มันไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่งอยู่ใกล้มันจะตาย  ก็ตากล้องนี่ไงคะ ฮิ ๆ

ต่อให้เป็นช่างอาชีพ  เจ้าของก็น่าจะอยู่ไม่ไกล หรือไม่ก็อยู่ในห้องนั้น  เพราะมันดู relaxed ดีมาก

ดูจากสภาพขนอะไรของมัน  ชีวิตมันน่าจะมีความสุขดีนะคะอาจารย์  อย่างน้อยก็คงได้กินอะไรที่ถูกสุขลักษณะ  และได้รับการอาบน้ำแปรงขนดูแลเอาใจใส่สม่ำเสมอ  เพราะขนเป็นมันเงางาม  หวีเสียเรียบเชียวก่อนมาถ่ายรูปนี่  ไม่มียุ่งเหยิง

จากสภาพกระจกที่ปิด  น่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้นไปแล้วถึงฤดูหนาวในประเทศหรือรัฐ หรือแว่นแคว้นในเขตที่อบอุ่นประเทศใดประเทศหนึ่ง 

เนื่องจากไม่มีฮีทเตอร์ที่อยู่ขอบหน้าต่างแบบที่เห็นในทวีปอเมริกาเหนือในยุคร่วมสมัย(เมื่อดูจากกระจกและผนังด้านนอกน่ะนะคะ) จึงน่าจะเป็นแบบฮีทเตอร์ติดผนังเป็นซี่ ๆ เหล็ก ๆ  จึงเดาว่าน่าจะเป็นยุโรปมากกว่าอเมริกา

ตัดญี่ปุ่นออกไปเพราะบ้านเรือนไม่เป็นทรงอย่างนี้  และไม่มีพื้นที่เยอะอย่างนี้  และฝุ่นไม่เยอะอย่างนี้ด้วยค่ะ ฮิ ๆ

เพราะฉะนั้น  ถ้าไม่ใช่ยุโรป ก็น่าจะเป็นออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์  ที่ได้อิทธิพลยุโรปมา

เจ้าหมาตัวนี้  ถ้าไม่เหม่อไปอย่างนั้น  ก็อาจจะมองไปที่สนามข้างนอกก็ได้ด้วยวิสัยที่อยากจะออกไปวิ่งเล่นเป็นธรรมดาของมัน  แสงทึม ๆ อย่างนี้หนูก็ไม่ชัวร์เสียด้วยว่ากี่โมง 

แต่ถ้าเป็นประเทศที่หนาวหน่อยหนูว่าสี่โมงเย็นแล้วล่ะมั้งคะอาจารย์เดี๋ยวก็มืดแล้ว   มันคงจะเซ็ง ๆ แล้วล่ะเนี่ยว่าตกลงวันนี้ฉันจะได้ออกไปวิ่งเล่นหรือเปล่า(หว่า)

เพราะเจ้านายเล่นถ่ายรูปฉันทั้งวันเลยนี่  ขนาดน้ำลายฉันหกบน window sills เป็นดวง ๆ ไปทั่วแล้วก็ยังปล่อยให้เลอะอยู่อย่างนั้น  เบื่อหนอ ๆ ๆ ๆ

สรุปว่าไม่เหงา และไม่รอคอยใครทั้งนั้นล่ะค่ะ  อยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอก(หนอ)

สวัสดีค่ะ,

ณัชร (สอบตกอีกแล้วหนอ)