วันที่ 9 มกราคม 50 เป็นวันนัดพบ CKO ที่ ม.อ. มา "ชวนคิด ชวนดู เรียนรู้ KM" มากันรวม 44 คน ตามที่ได้นำเสนอด้วยภาพไว้แล้ว ที่นี่
เริ่มต้นด้วย การแนะนำตัวแบบให้รู้จักว่า เป็นใคร มาจากไหน..ฯลฯ และตามด้วย วีซีดี "การขับเคลื่อนเครือข่าย KM ประเทศไทย" ทุกคนประทับใจ วีซีดี ชุดนี้มากเพราะตอบได้ทั้ง What is KM? และเห็นตัวอย่าง How to พร้อมกันในทีเดียวคงเหลือแต่ "เชื่อ" และนำไปพิสูจน์โดยการ "ทำ" (จากใจ)เท่านั้นเอง 

 ".......จัดโต๊ะเป็นกลุ่มๆ โต๊ะ(กลุ่ม) ควรจะเล็กๆ ถ้าได้โต๊ะที่นั่งได้ 4 คนได้ก็จะดีมาก อุปกรณ์ประจำโต๊ะก็คือ สีชอร์ค สีเทียน สีเมจิ กระดาษปูโต๊ะ(ใช้กระดาษ Flipchart) ช่วยจัดบรรยากาศให้สบายๆ อย่าให้รู้สึกว่าเป็นห้องเรียน ในบาง session จะเก็บโต๊ะ แล้วนำเก้าอี้มาล้อมกันเป็นวงกลมช่วย set computer & LCD ไว้ให้ด้วย ใน Session แรก ผมจะฉาย VCD คงต้องเตรียมเสียงจาก Computer ออกลำโพงไว้ด้วยครับ"

ข้างต้นเป็นข้อความในอีเมลจากวิทยากรที่ส่งมาบอกเราล่วงหน้า
เช้านั้นโน๊ตบุ๊คตัดเสียงเข้าลำโพงไม่ได้ชุลมุลกันพอควร ธรรมดาแล้วดิฉั๊นและทีมจะไปจัดสถานที่อบรมก่อนการจัด...วันนั้นก็เช่นกัน สภาพห้องสมบูรณ์ มีอย่างเดียวที่ดิฉั๊นไม่ค่อยถูกใจ คือเวทีที่ยกระดับสูงกว่าพื้นห้องประมาณศอก.. ซึ่งในการจัดที่ต้องการความสบาย ๆ ไม่ควรมีความต่างระดับกันระหว่างวิทยากรและผู้ร่วมโครงการ....แต่วิทยากรท่านนี้...ไม่ชอบอยู่บนเวที..เพียงจัดหาไมค์ไร้สายไว้...ก็แก้จุดนั้นได้....ได้ยินน้องที่ดูแลโครงการถามผู้ดูแลห้อง"เสียงออกลำโพงได้มั๊ย" ผู้ดูแลห้องตอบว "ได้ครับ...ใช้เป็นห้องเรียนอยู่ทุกวัน"  หรือไม่ก็ใช้โน๊ตบุ๊คเอาไมล์จ่อเสียงก็เข้าลำโพงได้....ทุกคนกลับโดยไม่ฉุกคิดว่า....."ออกลำโพงได้แล้วทำไมต้องใช้ไมล์จ่อ...."  เช้าวันจัด....วิทยากรมาถึงก่อนเวลา...ตรงไปทดสอบวีซีดี ปรากฎว่า....เสียงตัดจากโน๊ตบุ๊คเข้าลำโพงใหญ่ไม่ได้....ต้องใช้ไมล์จ่อ.....ท่านอธิบายว่าต้องใช้ลำโพงจริงเสียงจึงมีพลังพอ.....เจ้าหน้าที่ควบคุมใช้ความพยายามในการทำให้เสียงออกลำโพง..ไม่สำเร็จ...มีการขั้นรายการ...เพื่อรอให้..ระบบเสียงสมบูรณ์....กว่าจะใช้การได้เหงื่อตกกันไปหลายคน......


ฉั๊นภาวนาในใจ....เจ้าพ่อเจ้าเขา..ช่วยลูกช้างด้วย....ผ่านช่วงนี้ไปได้....บรรยากาศดีตลอดวัน งานนี้เข้าไปตราตรึงไว้ในใจได้ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการ....(ดิฉันสังเกตจากช่วงทำ passion plan)
      นับเป็นความโชคดีที่วันนั้น....."วิทยากรไม่ยอม"ทำให้ดิฉั๊นได้เรียนรู้ "เรื่องที่ควรยอมไม่ควรยอม"ในคราวเดียวกัน การยืนยันว่าจะรอให้ระบบเสียงสมบูรณ์....ที่ว่าโชคดีคือ..เป็นประสบการณ์สอนให้ต้องสนใจบริหารความเสี่ยงและคุณภาพทุกกระบวนการ
    อีกอย่างเหตุการณ์นี้ทำให้ดิฉั๊นคิดได้ว่า....อยู่ในระบบราชการนานๆทำให้มองไม่เห็นการใช้ศักยภาพสูงสุดเรายอมรับเพียง.คุณภาพที่พอรับได้....ไม่ว่าจะเป็นของวัสดุอุปกรณ์.....รวมไปถึงศักยภาพของคนในองค์กร....วันนั้นหากดิฉั๊นไม่ติดการยอมรับเพียงคุณภาพที่พอรับได้..คงฉุกคิดได้ถึงสิ่งที่ดีที่สุดของระบบเสียงในห้องนี้ที่พึงทำได้...เสียดายวันนั้นทีมงานทั้งทีมมิได้อยู่ในเหตการณ์ที่สะท้อนคุณภาพทุกกระบวนการได้เป็นอย่างดี....คงต้องเก็บไปเล่ากัน....มาถึงตอนนี้ดิฉั๊นได้แต่ภาวนาว่า...เจ้าพระคุ้ณ....ขออย่าให้ความผิดพลาดครั้งนี้ส่งผลให้วิทยากร...ไม่รับงานของ ม.อ.อีกเล้ย...สาธุ.....