วันนั้น...ฉันดมยาสลบคนไข้คนนึงอยู่....ได้มีการพูดคุยถึงคนไข้รายถัดไป....ว่าเป็นคนแก่มากๆ...ที่คราวที่แล้วถูกงดผ่าตัดไปเนื่องจากเอะอะ..โวยวาย...จนพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เนื่องจากญาติไม่ได้อยู่เฝ้า

โอ้โฮ...ถ้าคราวที่แล้วถูกงดเพราะพูดคุยไม่รู้เรื่อง...ก็แปลว่าอาการคุณตาท่าจะรุนแรง ฉันหมายถึงอาการทางจิตที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แล้ว...และรักษาด้วยยาอยู่...แต่จะด้วยเหตุใดก็ตามที่ทำให้คุณตาไม่ได้ทานยาเมื่อจะเข้าทำผ่าตัด...ทำให้อาการกำเริบ...

ตอนนี้ทานยา...ดีแล้วพี่...คราวที่แล้วนี้....ญาติไม่มาเยี่ยมก็เลยโวยวาย

คราวนี้คุณตาถูกเซ็ทมาทำผ่าตัดกระดูกที่หักบริเวณต้นขา...จริงๆแล้วเราสามารถให้ยาชาเข้าไขสันหลังเพื่อให้ชาตั้งแต่ระดับเอวลงไปถึงเท้าได้และทำผ่าตัดได้สบายโดยไม่เจ็บ...แต่คุณตาคนนี้..จะทำได้ขนาดไหน.....ถ้าเดิมเคยเอะอะโวยวาย....

การวางแผนเริ่มเกิดขึ้น...มีการพูดคุยกัน …..

ถ้าทำผ่าตัดอยู่ดีๆ...เกิดโวยวายขึ้นมา...เอาไม่อยู่จะทำยังไง

คุณตาทานยามาแล้ว...คุมอยู่แล้วไม่เป็นหรอก...

ถ้าเกิดเครียดขึ้นมาล่ะ...”

"อือ...นั่นน่ะซี...  พวกเราพยายามคิดไว้หลายๆทางเพื่อวางแผนจัดการได้ทุกสถานการณ์ที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้น...เพื่อความปลอดภัยของคุณตาและการผ่าตัดที่ควรจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ดมยาสลบเลยนะ.."

"เอ้า...ดมก็ดม...  เราตกลงร่วมกัน....

ฉันวางแผนให้ญาติเข้ามาในห้องผ่าตัดด้วย....เพราะคราวที่แล้วโวยวายเนื่องจากญาติไม่ได้อยู่เฝ้า...คุณตาน่าจะอยากได้กำลังใจจากญาติ...คราวนี้ต้องไม่ทำเหมือนเดิม.....ชัวร์.....ฉันคิด และดำเนินการ

ญาติไม่รู้ไปไหนพี่  ….อ้าว..แล้วไง .... จะทำได้อย่างที่คิดไว้ไหมหนอ........

ได้ไงกัน...ไปตามญาติมาเถอะ....จะให้เข้ามาในห้องผ่าตัดด้วยกันเลย....เป็นเพื่อนคุณตา  ฉันบอกฉันอยากให้คุณตารู้สึกสบายใจและอบอุ่นใจจริงๆ

ไม่อยู่พี่...หน้าห้องผ่าตัดก็ไม่มี..

ออกประกาศเสียงตามสายเลยดีกว่า....เน๊อะ....คอยจนกว่าญาติจะมาแล้วเอาเข้าห้องผ่าตัดพร้อมๆกัน  ฉันพูดเสียงดังฟังชัด...เจตนาให้แพทย์ที่กำลังทำผ่าตัดรายนี้อยู่ได้ยินและเข้าใจ...ว่าอาจจะต้องคอยกันสักหน่อย...หากจำเป็น....ด้วยเกรงว่าถ้าคุณตามาแบบโดดเดี่ยวเช่นคราวที่แล้ว...เดี๋ยวโวยวายแน่ๆ....

ญาติมาแล้ว...

เอาเข้ามาเลยค่ะ

ฉันได้พบกับคุณตาแก่ๆคนนึง   ถูกเข็นเข้ามาในห้องผ่าตัดพร้อมกับบุตรสาว....เราพูดจาทักทายกันด้วยความสุภาพ....ฉันกล่าวทักทายคุณตาและลูกสาว...ชวนคุยเพื่อสร้างมิตรภาพและลดความกังวล...คุณตาน่ารักมากๆ...พูดจาดี....สุภาพ...พูดเพราะ...ดูอ่อนโยน... มีครับทุกครั้ง...เราพูดคุยกันรู้เรื่องดี....

พ่อ...นี่เราโชคดีจังเลยที่หนูได้เข้ามาในห้องนี้กับพ่อ...ปกติเขาไม่ได้ให้เข้ามานะเนี่ย.... ลูกสาวกล่าวด้วยความชื่นชม

ขอบคุณ...คุณหมอครับ  คุณตาพูดกับพวกเรา

ตอนนี้...คุณตากลัวไหม๊คะ  ฉันถาม

ไม่ครับ  คุณตาตอบ

เดี๋ยวหนูอยู่กับพ่อ  พอหลับหนูจะไปคอย.... ลูกสาวกำลังจะบอกรายละเอียด...ฉันเดาว่าเธอจะบอกว่าจะออกไปคอยข้างนอกตอนพ่อหลับ.....

เดี๋ยวจะให้คุณตาหลับค่ะและจะมีลูกสาวอยู่ด้วยใกล้ๆ...ข้างๆคุณตา.....พอคุณตาตื่นขึ้นมาที่ห้องพักฟื้น...คุณตาก็จะพบหน้าลูกสาวนั่งอยู่ด้วยข้างๆเหมือนเดิม...ตกลงไหมคะ.. ฉันชิงพูดตัดบทลูกสาวอย่างเสียมารยาทพร้อมกับขยิบตาให้ลูกสาวเป็นนัยๆ

ดีครับ..ดี...ตกลงครับ ....

ฉันไม่ได้โกหกคุณตา...เพียงแต่ฉันเล่าไม่หมด...ฉันคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่คุณตาจะต้องรู้ละเอียดว่าลูกสาวไปไหน....ขณะสลบ...ถ้าการรับรู้นั้นทำให้วิตกกังวล....ขอเพียงรู้ว่าตื่นขึ้นมาจะได้พบหน้าลูกสาวนั่งอยู่ข้างๆ...ก็น่าจะเพียงพอ...

ฉันอธิบายเพิ่มเติมให้ลูกสาวทราบในสิ่งที่ทำเพื่อความเข้าใจ... และพูดอธิบายเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของคุณตาให้เธอทราบ...เพราะเธอเสมือนคนไข้อีกคนนึงของเรา...เธอหันมาขอบคุณทีมงานเรา...ก่อนจะเดินออกไปจากห้องผ่าตัดภายหลังจากที่คุณตาสลบไปแล้ว....

การผ่าตัดดำเนินไปได้ด้วยดี...

คุณตาตื่น....ฟื้นจากยาสลบ....ไม่มีภาวะแทรกซ้อน...และได้พบหน้าลูกสาวสุดที่รัก...ในที่สุด...

เฮ้อ...สำเร็จๆ....