GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ยาวิเศษชูกำลังที่ไม่ต้องขึ้นไปเสาะหาถึงเขาเทียนซัน

 

เคยไหมคะ ที่งานแต่ละวันมันแสนยุ่งแสนเหนื่อยจนเราอยากจะลงไปกองอยู่กับพื้น แต่เพราะเหตุการณ์เล็กๆหรือคำพูดสั้นๆบางคำ ก็ทำให้พลังที่ใกล้เหือดแห้งไปทั้งหมดของเรา มันฟื้นกลับมาอย่างมากมาย เหมือนได้กินยาวิเศษชูกำลังยังไงยังงั้น

 

ช่วงนี้..นับตั้งแต่ก่อนปีใหม่มาแล้ว วอร์ดจะยุ่งแทบไม่เว้นแต่ละวันแต่ละเวรเลย  คำว่างานยุ่งนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องมีคนไข้วิกฤตหรอก แค่คนไข้ที่อาการ stable แต่ยังมี treatment ต้องทำมากมาย  ด้วยการพยาบาลที่ต้องมีคุณภาพ  จึงมีกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำ  และเนื่องด้วยความเป็นห้องพิเศษ  อัตรากำลังคนทำงานจึงมีน้อย  

พยาบาล 1 คน ดูแลผู้ป่วยอย่าง total หมายถึงรวมทุกอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งวางแผนการพยาบาล ให้การดูแลรักษาพยาบาล ทำแผลฉีดยา ดูแลความสุขสบาย สอนสุขศึกษา ให้คำปรึกษาทั้งผู้ป่วยและญาติ ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างสารพัดที่เขามี ช่วยติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องซึ่งผู้ป่วยต้องไปใช้บริการ   ดูแลผู้ป่วยอย่างองค์รวมกายจิต สังคม วิญญาณ ทั้งการดูแลต้องควบคู่ไปการการป้องกันความเสี่ยงและฟื้นฟูสภาพร่างกายจิตใจ ตลอดจนการวางแผนจำหน่าย เตรียมความพร้อมก่อนกลับบ้าน ฯลฯ

สำหรับที่วอร์ด ...ใน 1 เวร เมื่อแบ่งกันเป็นทีมๆ พยาบาล 1 คน ดูแลผู้ป่วยอย่างเบ็ดเสร็จเช่นนี้ ต่อผู้ป่วย 6-7 คน ซึ่งเคสเหล่านี้ หากเป็นเคสทางสูติ ซึ่งมีทารกพ่วงมาด้วย ก็จะบวกจำนวนเพิ่มขึ้นมาอีกตามจำนวนทารก  แล้วถ้าในเวรมีการจำหน่าย (ผู้ป่วยย้าย หรือกลับบ้าน) สัก 2-3 เคส ก็มักจะมีรับใหม่เข้ามาในเวรอันรวดเร็ว 2-3 เคสเท่ากับจำนวนผู้ที่กลับไป  นั่นหมายถึง ในแต่ละเวร ก็อาจจะมีผู้ป่วยในความดูแลถึง  6-12 คนก็เคยมี

ตัวเลขดูเหมือนว่าน้อย  แต่ลองมารับภาระดูเถิดแล้วจะทราบว่า บางทีสองมือแทบทำไม่ทัน  สมองที่จะสั่งการแทบถูกบล็อก เหมือนคอมพิวเตอร์ที่เกิดอาการแฮงค์ เนื่องจากคำสั่งจำนวนมากที่ถูกสั่งเข้ามา จนเครื่องทำงานไม่ทัน  เรียงลำดับงานที่จะทำไม่ถูก 

แล้วเมื่ออยู่ในห้องคนไข้ จะทำอะไรลวกๆเอาเร็วเข้าว่าก็ไม่ได้ เพราะว่าเขาก็มีชีวิตจิตใจของเขา มีความต้องการพยาบาลเหมือนกัน   แม้ว่าเราจะยุ่งหรืองานเต็มมือแค่ไหน เราก็ต้องพูดคุยกับเขาอย่างอ่อนโยน และทำอะไรให้เขาอย่างนุ่มนวล    เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ในเวลาของเขา ที่เขาจะได้รับจากพยาบาล ไม่ใช่มีแต่คนไข้หนักเท่าที่นั้นที่มีสิทธิ์ ส่วนคนไข้เบาจะถูกตัดสิทธิ์

 นอกจากการวางแผน การให้การพยาบาล ในเวรหนึ่งๆ ก็ต้องมีการประเมินผลในสิ่งที่ทำ รวมไปถึงการพิมพ์บันทึกปัญหา กิจกรรมและการประเมินลงในคอมพิวเตอร์   ผู้ป่วยบางคนที่มีปัญหามากมายหลายข้อ มีกิจกรรมที่ต้องทำให้เยอะ บางทีก็ต้องเขียน (พิมพ์) กันยืดยาวมาก   บางครั้ง..บางสิ่งที่ทำก็ไม่ได้ลงบันทึก อย่างเช่นการสอน การดูแลทางจิตใจแก่ผู้ป่วยและญาติ  เพราะว่าเวลามันมีไม่พอที่จะมานั่งเรียงเรียงเขียนเรียงความเหล่านี้ จนหลายครั้งที่ถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิ ว่าทำแล้ว ทำไมไม่ลงบันทึก คนอื่นมาประเมินอ่านใน nurse's note  ก็เหมือนกับว่าเราดูแลคนไข้ไม่ครอบคลุม

จนบางครั้งก็เกิดความท้อใจเหมือนกัน   เวลา 8 ชม. ในแต่ละเวร มันน้อยเกินกว่าที่คน 1 คน จะทำงานได้มากมายปานนั้น เนื่องจากความยุ่ง มันทำให้สมองต้องใช้ไปในการ manage ลำดับงานที่จะทำ  จนนึกเรียงเรียงภาษาและคำพูดที่จะมานั่งพิมพ์บันทึกลงในคอมไม่ทัน  บันทึกพยาบาลจึงออกมาห้วนๆสั้นๆ

 

และวันก่อนก็เช่นกัน... งานในเวรวันนั้นยุ่งมาก มันยุ่งเพราะกิจกรรมจำนวนมาก ที่ต้องทำ  ไม่ใช่ยุ่งว่าคนไข้อาการหนักลงหรือวิกฤติ แต่กระนั้นก็ต้องดูแลคนไข้ทุกๆห้องด้วยความสำคัญที่เท่าเทียมกัน จำได้วันนั้น  ปลายเวรเริ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือหลายรอบ ประการแรกคือเพื่อบริหารเวลา ว่าจะทำอะไรอย่างไรเพื่อให้เสร็จทันก่อนเวรถัดไปจะมา และก็แอบชั่วร้ายในจิตใจนิดๆ นั่นคือนับเวลาถอยหลัง ว่าเมื่อไหร่จะได้ลงเวรเสียที  เพราะว่ามันเหนื่อยเหลือเกิน

และปลายเวร ก็ต้องเข้าไปประเมินคนไข้แต่ละคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปัญหาของคนไข้ได้รับการคลี่คลายช่วยเหลือหรือยัง มีปัญหาอะไรที่จะต้องส่งต่อให้เวรถัดไปช่วยดู  คนไข้ยังมีความต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า  จนกระทั่งมาถึงห้องๆหนึ่ง  เป็นคนไข้ผู้หญิงสาวหลังผ่าตัด   มีทั้งแผลและสายหลายสาย ทั้งน้ำเกลือ NG   JN  รวมไปถึง ICD  คนไข้เคสนี้อาการ stable แล้ว  ปัญหาหลักของคนไข้คือความปวด  เป็นสิ่งที่สร้างความไม่สุขสบายแก่เขาจนหน้านิ่วคิ้วขมวดแทบตลอด  พยาบาลจึงต้องช่วยประเมินความปวดให้เขา แล้วช่วยเหลือโดยการให้ยาแก้ปวด ช่วยจัด position ตลอดจนหาเครื่องช่วย พวกหมอนนุ่มๆมารองให้เขาได้นอนในท่าที่สบาย รวมถึงการพูดคุยให้กำลังใจทั้งตัวผู้ป่วยเอง และญาติที่มาอยู่เฝ้า 

ปัญหาอีกอย่างของเคสนี้..ก็คือไม่ค่อยอยากให้ฉีดยาแก้ปวด  เพราะญาติมีความคิดว่า ฉีดยาบ่อยๆมันไม่ดี  ท่าทางคนไข้น่ะอยากได้ แต่ญาติกลัวคนไข้จะติดยาจึงพยายามปรามๆไว้   ดังนั้นในตอนแรกให้ยาแก้ปวดแต่ละเข็มแทบจะได้อ้อนวอน  เราก็นึกว่าเขาปวดแบบทนได้จึงปฏิเสธยา ที่ไหนได้เพิ่งประเมินได้ว่า บางทีที่คนไข้ไม่เอายาแก้ปวด เพราะเกรงญาติ   จึงต้องอธิบายให้ญาติฟัง ถึงความจำเป็นที่ควรจะรับยาแก้ปวด เพราะว่ามันไม่ได้มากมายเกินกำหนดที่หมอสั่งไว้เลย  อีกทั้ง..การที่คนไข้ได้ยาแล้วสบายตัวขึ้น จะทำให้คนไข้สามารถมีกิจกรรม ambulate ได้มากขึ้น  ก็เป็นการช่วยลดภาวะแทรกซ้อนอีกหลายอย่างที่จะตามมาได้ จนญาติเข้าใจและคลายความกังวลต่อยาแก้ปวดลง คนไข้จึงค่อยสบายขึ้น

ปลายเวรวันนั้น..พอเข้าไปประเมินว่าคนไข้เริ่มปวดขึ้นมารึยัง เนื่องจากถึงเวลาที่สามารถให้ยาได้อีก  ถ้าปวดก็จะได้ฉีดให้ โดยไม่ต้องรอให้เขาปวดมากแล้วค่อยขอ เพราะเมื่อถึงตอนนั้น บางทีกว่าความปวดมันจะลดลง ก็จะช้า  ขณะจะออกจากห้องคนไข้ เพื่อรีบไปสรุป nurse's note ก็สังเกตเห็นสีหน้าคนไข้ไม่ค่อยสู้ดีอีกแล้ว  จึงถามว่า

 " เป็นอย่างไรหรือคะ มีอะไรให้ช่วยอีกไหม ? " 

ทั้งๆที่สารภาพว่าในใจตอนนั้นมันร้องอยู่ว่า " อย่ามีปัญหาอะไรอีกเลยนะ  เวรถัดไปจะมาแล้ว  nurse's note ยังสรุปไม่เสร็จเลย "

แล้วอยู่ๆคนไข้ก็ถามขึ้นว่า " พี่ใกล้จะออกเวรแล้วเหรอ ? "

ตอนนั้นไม่ทันคิดอะไร ก็ตอบไปอย่างอัตโนมัติ  " ใช่แล้วค่ะ  นี่ก็เลยเข้ามาดูน้องก่อน  ก่อนจะไปสรุปบันทึกให้กับเวรถัดไป "

" ไม่อยากให้พี่ออกเวรเลย อยากให้อยู่ต่อจัง "

คำพูดของคนไข้ ทำให้งงไปเลย  ไอ้เรารึ.. ตอนนั้นอยากจะให้มันหมดเวรจะแย่อยู่แล้ว  เพราะเหนื่อยและล้ามากๆ สมองที่กำลังประมวลคำสั่งงานมากมายอยู่ในหัว ว่าออกจากห้องนี้แล้ว เดี๋ยวจะทำอะไรต่อ เหมือนถูกบล็อกให้ค้างอยู่กับที่  โพล่งถามไปแทบไม่รู้ตัว

" ทำไมเหรอคะ ? "

" คือ.. รู้สึกว่าพี่เข้าใจ "

คำพูดของคนไข้สั้นๆ แต่แววตาที่เขามองเราในตอนนั้น มากมายยิ่งกว่าคำพูด มันเต็มไปด้วยแวววิงวอน และอาลัยอาวรณ์ไม่อยากให้เราออกไปจากตรงนั้น

พริบตานั้น ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าที่มี ความรู้สึกอยากจะปลดปล่อยภาระที่แบกไว้จนหนักอึ้งภายในเวรในตอนนั้น.. พอมาเผชิญคำพูดสั้นๆ และแววตาของคนไข้ในเวลานี้ มันทำให้เราแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเลย 

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกนะ  ตื้นตันระคนดีใจ ขณะเดียวกัน  ก็เจือปนไว้ด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ .. รู้สึกผิดที่ เรานึกไม่ถึงว่า สิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่เราปฏิบัติไปตามหน้าที่( แต่ก็ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่) แค่เข้าใจว่า เขาคิดและเขาต้องการอะไร มันจะมีคุณค่าความหมายมากมายสำหรับเขา เราเพียงแค่คิดแต่จะทำหน้าที่ของเราภายในเวรให้ดีที่สุด แล้วนับเวลาจะออกเวร  เหมือนมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองทำลงไปเลย

แม้รู้ว่าต้องทำ แม้ว่าพยายามจะทำ แต่ว่าไม่เคยมองเห็นคุณค่า  ความภาคภูมิใจในการกระทำจึงไม่ค่อยบังเกิด  ดังนั้นจึงเหนื่อยหน่ายได้ง่าย พอเหนื่อยหน่ายแล้วก็ท้อแท้ จนต้องให้คนอื่นมาชี้บอก จึงค่อยมองเห็น

การได้รับรู้ว่าตนเองมีความหมาย เป็นการจุดคุณค่าในตนเองให้บังเกิด สิ่งนี้เป็นพลังสำคัญมาก ที่จะขับดันการปฏิบัติสิ่งดีๆต่างๆให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า  บางครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นคำชมเชย เพียงแค่ให้รู้สึกว่ามีคนอื่นเห็นว่าเรายังมีตัวตน ยังมีความสำคัญอยู่ ณ ที่ตรงนั้น มันก็มีความหมายอันยิ่งใหญ่แล้ว

พลังขับเคลื่อนตรงนี้.. ไม่ต่างไปจากยาวิเศษชูกำลัง.. ที่ไม่จำเป็นต้องไปเสาะหาถึงเขาเทียนซัน  แต่มันมีอยู่ในสถานที่ทำงานของเรานี้เอง

แค่มีคนมองเห็นความสำคัญของเรา .. แค่หัวหน้าผู้บังคับบัญชามองเหลียวแลและรับรู้ว่าเราเหนื่อยนะ..แค่ได้รับความเข้าใจ  เท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม.. สมุนไพรวิเศษมักขึ้นอยู่บนเขาสูงชัน ต้องปีนป่ายไปเสาะหาถึงได้เจอ   เช่นเดียวกับยาวิเศษในที่ทำงาน เราก็ต้องใช้ความมานะบากบั่น ตั้งใจและเพียรพยายามทำงานให้ดีที่สุด.. แล้วเมื่อนั้นเราก็หามันเจอเอง

อย่างเช่นสำหรับเราในวันนั้น  แค่คำพูดสั้นๆ ซื่อๆของคนไข้ตอนนั้น

"  อยากให้พี่อยู่ต่อ.... เพราะรู้สึกว่าพี่เข้าใจ "

มันช่างมีความหมายต่อเราจริงๆ

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 71422
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 12
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (12)

ส่งกำลังใจมาให้ค่ะจูน

เข้าใจพยาบาลที่ต้องทำงานหนักในปัจจุบันนี้มาก  เพราะมีพี่เป็พยาบาล และน้องเป็นพยาบาล (ซึ่งพวกเราเรียกว่า พญามาร..อิอิ)  ไหนจะงานดูแลคนไข้  ไหนจะงานที่ต้องเขียนเอกสารที่จูนอธิบายไว้ ไหนจะต้องลงคอมพิวเตอร์ ไหนจะงานพัฒนา หรืออื่น ๆ อีกมากมาย

ดังนั้น เวลาที่ต้องไปเฝ้าไข้ คนที่ไปเฝ้าต้องเข้าใจทั้งภาวะคนไข้  ต้องเข้าใจการพยาบาลในโรคที่มี เพื่อเป็นการช่วยเหลือพยาบาลและหมออีกทางหนึ่ง และสิ่งสำคัญคือการให้กำลังซึ่งกันและกันทั้งคนไข้และพยาบาล

ส่งใจมาช่วยเยอะ ๆ เลยจ้า

ตื้นตันมาก ๆ เลยค่ะ  อ่านไป น้ำตาคลอเบ้าเลย  เป็นกำลังใจให้ค่ะ

  • หายไปนานมากครับ
  • คิดถึงเชื่อแล้วว่าพยาบาลงานหนักจริงๆๆๆ
  • (ดีนะไม่มีแฟนเป็นพยาบาล)
  • มาให้กำลังใจครับพี่
  • มาขอบคุณครับผม
  • มีบางอย่างมาฝาก
     
  • การทำงานแล้วท้อแท้เหนื่อยล้านั้นก็เป็นธรรมดาของการทำงานครับ ยิ่งเป็นการทำงานที่เสียสละด้วยแล้ว ยิ่งต้องเหนื่อยยิ่งต้องท้อ แต่กุศลที่ทำจะส่งผลให้คุณพี่พยาบาลได้ดีครับ
  • การทำงานก็เหมือนเราเป็นบึงน้ำครับ มีเรื่องนั้นเรื่องนี้มากระทบให้เราเสียใจเศร้าใจก็เปรียบเหมือนการมีคนนำหินไปโยนลงน้ำให้น้ำกระเพื่อม บางครั้งหินก้อนใหญ่ทำให้น้ำกระเพื่อมแรงล้นตลิ่งออกมาเป็นน้ำตา แต่ขออย่าได้หวาดหวั่นครับ ให้เป็นดังหนองน้ำที่ไม่เคยคายก้อนหิน อดทนรับมันไห้ได้ และสุดท้ายบึงน้ำที่มีก้อนหินลงไปอยู่ ระดับน้ำน้ำในบึงน้ำนั้นก็จะสูงขึ้นครับ ยิ่งก้อนหินหรืออุปสรรคที่ลงไปอยู่มีขนาดใหญ่ หรือจำนวนมาก ปริมาณน้ำยิ่งสูงขึ้นมากตามครับ เปรียบชีวิตเราที่สูงขึ้นเพราะผ่านอุปสรรค ผานประสบการณ์มาก
  • ขอบคุณในความเสียสละที่มีต่อสังคมครับ

 

ตอบคุณ

P

 ::  ขอบคุณมากค่ะพี่ ใช่แล้วค่ะ..กำลังใจซึ่งกันและกันสำคัญจริงๆ ^_^

 

P

:: ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

 

P

:: คิดถึงเช่นกันจ้า  ว่าแต่รู้ได้ไง ว่ามีแฟนเป็นพยาบาลไม่ดี  อิอิ..สงสัยเพราะมีคนคิดแบบนี้แน่เลย พยาบาลเลยขายไม่ค่อยออก 5555

 

P

:: ชอบปรัชญาเรื่องบึงน้ำจังเลยค่ะ น่าคิดมากเลย ^__^

 

 

 

 

อ่านจนจบ...ประทับใจค่ะ...ว่าแต่เขาเทียนซันอยู่ที่ไหนคะ....มาชวนค่ะ...วันที่ 19 มค.นี้...ช่วงเช้า ที่ ม.อ.มีนัดพบ blogger นะคะ....ไปนะคะ

 

ตอบคุณ

P

::~ เขาเทียนซาน อยู่ในประเทศจีนค่า เอามาจากในหนังจีน เห็นเวลาจะไปเสาะหาโอสถวิเศษ หรือยาถอนพิษเพิ่มพลังอะไร ในหนังก็มักจะอ้างว่า สมุนไพรชนิดนั้น ขึ้นอยู่บนเขาเทียนซัน ให้พระเอกขึ้นเขาไปเสาะหา อย่างเช่นบัวหิมะ เป็นต้นไงคะ

^____^

 

อ้อ.. เกือบลืมไป ขอรายละเอียดเรื่อง ...วันที่ 19 มค.นี้...ช่วงเช้า เรื่องนัดพบ blogger  ด้วยซีคะ

นัดที่ไหน เวลาอะไร อ่านรายละอียดได้ทีไหนเหรอคะ

พอดีวันนั้นยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเวรบ่าย หรือว่าลงเวรดึกไปน่ะค่ะ  จะได้เลือกจังหวะเวลาไปได้ถูก  เพราะว่าอยากไปเหมือนกันค่ะ ^^

รายละเอียดจะส่งไป วันจันทร์ค่ะ..จะเชิญรายคนไป...วันที่ 19 นี้ เวลา 09.30-12.00 น. ณ ห้องบรรยาย 3 คณะนิติศาสตร์ค่ะ...(คณะนิติศาสตร์ติดกับสหกรณ์ออมทรัพย์ค่ะ) รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ....
.....ร่วมสร้างสรรบรรยากาศ...วันเปิดใช้งาน  
     Knowledge Volution วงใน ม.อ.
.....กลุ่มสัมพันธ์....กระชับไมตรี..blogger ม.อ.
.....เปิดตัว share.psu.ac.th

.....ผู้พัฒนาระบบ พบผู้ใช้....
.....เพื่อนช่วยเพื่อน...แนะนำการเขียน...

.....ตั้งกลุ่ม...ชุมชนคนเขียน blog ใน ม.อ.
.....ค้นหา...ผู้ช่วยดูแลชุมชน ใน ม.อ.
.....เธอและฉัน..ช่วยกันผลักดัน.share.psu.ac.th 
งานนี้มีรางวัลให้ลุ้นหลายรางวัลนะคะ....

ชื่นชมค่ะ อยากให้ พยาบาลทุกคนเป็นอย่างนี้เวลาป่วยไข้

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ ^__^