ย้อนหลังไปเมื่อวันศุกร์ ที่ 5  ธันวาคม  2550  ยามเช้าลมผัดชายเขาบนเกาะยอ  มีเสียงนกออดอ้อน เจื้อย แจ้วหยอกล้อกัน  พวกมันคงมีความปลอดภัย มีความอิสระเสรีอยู่ในป่าเขาเช่นนี้

  ยังมีเสียงไก่ขันอีกหลายตัวส่งเสียงมาจากหมู่บ้านอ่าวทรายรอบ ๆริมทะเลสาบสงขลาอยู่ใกล้กับที่ทำงานของผม  ยามเช้าเช่นนี้อากาศเย็นสบายครับ  มองออกไปในทะเลเห็นชาวประมงล่องเรือเก็บกุ้งปลาในกระชังเป็นวิถีชีวิตเดิม ๆ 

 ชีวิตจะเอาอะไรกันหนักหนา  แค่ได้อากาศจากธรรมชาติที่บริสุทธิ์หายใจเข้าเต็มปอดก็เป็นบุญมหาศาลสำหรับผมที่ธรรมชาติให้มาแล้ว 

 ยามใกล้เที่ยงได้ไปนั่งร่วมโต๊ะทานอาหาร    ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเกาะยอกับคณาจารย์ผู้มากประสบการณ์ในวิถีแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นศึกษาเช่น  รองศาสตราจารย์  ดร.  สุนทร  โสตถิพันธุ์  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ,   รองศาสตราจารย์  ไพบูลย์  ดวงจันทร์  รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ  วิทยาเขตพัทลุง  ,  รองศาสตราจารย์  ดร . ปรีชา  นุ่นสุข  ประธานคณะกรรมการผู้รับผิดชอบหลักสูตร ป. เอก  สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา  สถาบันทักษิณคดีศึกษา 

 ขณะทานอาหารมีฝนเทลงมาสร้างบรรยากาศเย็นสบาย  มีการคุยกันหลายเรื่องส่วนมากผมเป็นผู้ฟังครับ  เช่น

เรื่องคนเราควรมีที่เปิดปิดระบบสมองความคิดเหมือนไฟฟ้า  อย่างนำมาคิดทุกเรื่อง  การนั่งทำงานควรมีเวลาคิดทบทวนไม่ใช่นั่งอยู่หัวโต๊ะแล้วมีประชุมตลอดไปเปิดงานตลอดสิ่งไหนควรมอบหมายให้ใครไปทำหน้าที่แทนได้ต้องมอบตามสายงาน

ทำไมท่านประธาน ฯเหมาเจ๋อตุง  ขณะที่ท่านมีอำนาจอยู่นั้นได้สั่งให้ชาวจีนเรียนภาษาไทย...

ธรรมดาช้างถ้าลากซุงท่อนเล็ก ๆมันก็ไม่เหมาะสม  ...ในองค์กรหนึ่ง ๆถ้าคนเป็นใหญ่นั่งหัวโต๊ะกันหมดแล้วใครจะเป็นยามคอยเปิดประตู  ฯ ลฯ 

ในวงคุยกันไปหัวเราะกันไปนี้แหละครับความรู้ถูกถ่ายทอดออกมาให้ผมได้รับด้วยความขอบคุณยิ่ง  โอกาสที่ท่านเหล่านี้จะโคจรมาพบกันและมาคุยให้เราฟังอย่างนี้แสนยากเย็นนะครับ ฮา ๆ เอิก ๆ...