GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

bloggang, space live, my space กับ go to know

เหมือนกันคืออยากคุย ต่างกันคือสิ่งที่คุย

ผมไม่ทราบว่าพวกเราที่เป็นสมาชิกที่นี่ได้เคยเข้า web blog กันหรือเปล่า หลายท่านอาจรู้จักการสนทนาแบบนี้จาก gotoknow นี่แหละ ผมอยู่กับพวกนี้มาพอสมควร ไม่นานมากนัก แต่ก็พอได้ idea ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน  ผมดีใจที่มี gotoknow  เพราะเป็นสิ่งที่เติมเต็มความต้องการของผม

Webblog เป็นสิ่งที่ให้เราแบ่งปันสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการให้คนอื่นรับรู้ร่วมกัน ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ความประทับใจ สิ่งที่ได้ประสบ diary, whatsoever เป็นสิ่งที่เราต้องการให้คนอื่นรับรู้ถึงตัวตนของเรา ความมีอยู่ของเรา ซึ่งบางครั้งไม่อาจทำได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยข้อจำกัดต่างๆ นานา  เรียกว่าเป็นการปลดปล่อยความต้องการด้านในที่ถูกพันธนาการด้วยเงื่อนไขภายนอก คุณจะเป็นอะไรก็ได้ใน virtual reality  พันธนาการนี้จะมากหรือน้อยขึ้นกับทั้งปัจจัยภายในและภายนอก คนที่พันธนาการน้อยก็จะเปิดเผยตัวเองมาก คนที่มีพันธนาการมากก็จะไม่ค่อยเปิดเผยสิ่งที่ทำให้ identify ตัวเองได้ นอกจากเมื่อมั่นใจในผู้ที่สนทนาด้วยแล้ว ทุกคนพร้อมจะเป็น nobody เมื่อมีสิ่งที่มาคุกคามตนเอง

default ของ webblog คือ "U don't Kow me until I can trust U then I'll let U know who I really am"

 ในขณะเดียวกัน สำหรับสมาชิก gotoknow ผมคิดว่าส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วย I can show U who I am beacuse I am who I am เราเชื่อว่าเรามีอะไรที่จะมาแบ่งปันต่อผู้อื่น และถึงแม้จะยังไม่มีอะไรที่จะมาแบ่งปันกัน เราก็ไม่รู้สึกว่าต้องปกปิดตัวเอง เรามั่นใจว่าเราสามารถพิจารณาได้ว่าใครเป็นใคร แม้จะไม่รู้จักตัวเขาจริงๆ  เรามีวิจารณญาณพอที่จะรู้ว่าใครมาดีใครมาร้าย

default ของ gotoknow คือ "Here I am, U  may know me further by click ..., join me if U wanna talk with me"

ผมคิดว่าใน gotoknow เราไม่จำเป็นต้องปกปิดตัวเอง  เพราะสิ่งที่เราศึกษาจากกันและกันเป็นเรื่องดี ยังไงก็ตาม การที่บางคนไม่พร้อมจะเปิดเผยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิด บางครั้งเรารู้สึก easy กับการได้แสดงอะไรไปตามใจนีกโดยไม่ต้องไปพะวงถึงข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งผมก็ OK นะ นี่เป็นปรัชญาขั้นพื้นฐานของการสื่อสารกันแบบนี้

สิ่งที่ผมคิดว่าอยากได้จากที่นี่คือ การเป็นชุมชนที่เราได้มารู้จักกัน ได้มาแบ่งปันกัน สร้างความสนิทสนมคุ้นเคย  วัยรุ่นเขาอาจพูดถึงเรื่องความรักใน webblog  เราอาจพูดถึงเรื่องการทำตนให้มีประโยชน์ ผมมองว่า benefit ที่เราได้สูงสุดจาก gotoknow คือ การสร้างชุมชนของคนเลยวัยรุ่นที่มีความสนใจร่วมกัน (นอกจากเรื่องรัก)  เป็นการสร้าง การกระตุ้นฉันทะ วิริยะ ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ซึ่งจะทรงพลังมากเพราะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทางที่มีความคิดเห็นทำนองเดียวกัน

ไม่ทราบว่าสมาชิกของ gotoknow คิดยังไงครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): webblogmy-space
หมายเลขบันทึก: 71238
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 13
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (13)

เจริญพร อาจารย์

อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วก็รู้สึกว่า อาจารย์เข้าถึงหรือได้ผ่านเรื่องราวของผู้ที่เข้าถึงเว็บบล็อกจริงๆ เพราะอาตมาเพิ่งเข้ามาสู่โลกนี้ประมาณเดือนกว่าๆ ก็มีความเห็นตามที่บันทึกอาจารย์เสนอมาจริงๆ

เจริญพร 

สวัสดีค่ะอาจารย์มาโนช

  • มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับอาจารย์ค่ะ
  • ที่นี่ทำให้ได้เพื่อน ได้รู้จักคนที่อยู่ในวงการเดียวกันและนอกวงการ
  • ที่สำคัญได้ความรู้ ไดแลกเปลี่ยนประสบการณ์
  • ได้รู้ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรจากสิ่งที่เขาเขียน
  • ฯลฯ
  • ทั้งนี้แหละทั้งนั้น ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนให้เกิด gotoknow รวมทั้งทุกๆท่านที่อยู่ใน gotoknow
  • ยินดีที่ได้ ลปรร กับอาจารย์ค่ะ
  • การที่จะ ลปรร แน่นอนต้องมีคนที่มีความรู้ดี การที่ไม่เปิดเผยตนเอง จะมีความลำบากในภายหลังว่าคนๆนั้นจะเป็นผู้รู้ในด้านใด
  • มีตัวอย่างใน gotoknow ให้เห็นแล้ว เมื่อเขา ลปรร ไประยะหนึ่งเขาไม่สามารถที่จะนำความรู้ที่เขาเป็นผู้รู้มาเปิดเผยได้ จึงได้แต่แลกเปลี่ยนเรื่องราวของชีวิตและความรู้ทั่วๆ ไป เท่านั้น
  • เช่นเดียวกับการปิดความลับให้ผู้ป่วย นานๆ เข้าจะทำให้ความสัมพันธ์ของแพทย์กับผู้ป่วยห่างเหินไปทุกทีเพราะกลัวความลับเปิดเผย  
  • การเปิดเผยตัวเองตั้งแต่แรกจึงเป็นสิ่งจำเป็นครับ

ท่านอ.หมอมาโนช ค่ะ...

  • ขอบคุณที่เปิดเผยตนเองและแนวคิดตั้งแต่เริ่มแรก...จึงง่ายต่อเราในการพูดคุยกัน...เพราะ...คิดเหมือนกันค่ะ.. "ชอบสบายๆสไตล์...มยุรา(กฤษณา)"...ค่ะ
  • ใน web blog ดิฉันเห็นแต่ลูกสาวคุย..ไม่รู้คุยอะไรกัน..อ่านภาษาเขาไม่รู้เรื่อง...แต่ก็ไม่เคยเข้าไปคุย...ขอบคุณค่ะที่นำมาเล่าให้ฟัง...
  • ขอบคุณค่ะ...ที่วิเคราะห์ให้ทราบพฤติกรรมที่ทำกันอยู่...ซึ่งดูกันเองก็ดูไม่ออกค่ะ....ตกลงเป็น"จิตปกติ" ใช่ไหมคะ

ถ้าจะเปรียบ webblog เหมือนกับอาหารวัยรุ่นครับ ทำสวย รสแซ่บ ส่วน go2know เป็นอาหารสุขภาพ ต้องค่อยๆ ดูดซึม รสชาติเลยไม่ค่อยเน้นมาก

แต่ผมว่าสมัยนี้เรื่อง packaging ก็สำคัญครับ  เพราะจะดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ไห้เข้ามาได้มาก ต้องให้มีสอดใส่ลูกเล่นได้เยอะครับ การใช้ก็ควรง่าย หยั่งการแสดงสถิติของหน้าผมคิดว่าไม่ควรให้ลงรหัสสุ่มอีก  ไม่ user friendly เลยครับ (มีหลายๆ อย่างที่ดีนะครับ เพียงแต่ผมไม่ได้พูด)

ไว้ผมเคยชินกับที่นี่สักพักคงได้เขียนเรื่องนี้อีกทีครับ 

 

 

  • ความคิดดีๆอย่างอาจารย์...ฉันว่าน่าจะเข้าไปช่วยcommentให้ทีมงานได้รับทราบนะคะ....เป็นอีกมุมมองหนึ่งโดยผู้มีประสบการณ์...ทีมงานเขาใจกว้าง..รับฟังทุกเรื่อง..ทุกความเห็นค่ะ..
  • ที่อ.ดร.จันทวรรณ  น้อยวรรณก็ได้ค่ะ ที่ http://gotoknow.org/blog/tutorial

ดิฉั๊นได้พลังงานจากที่นี่...ในการได้อ่าน..ได้ชมความสำเร็จของผู้อื่นที่ทำงานคล้ายกัน...หรือถูกคอกันในความเป็นตัวตน...ส่งแรงใจให้กันเสมอ...ยิดีนต่อยอดกันทุกครั้งหากต่อได้....มิตรภาพอบอวล...ได้จัดการความรู้...ความไม่รู้...ในตัวเองและได้เรียนรู้ที่จะถ่ายทอดความคิด งาน...สู่ผู้อื่นโดยการเขียน...และเข้าใจชัดเจนว่าเขียนเป็น advance ของการพูด...เพราะละเอียดอ่อนมาก...การพูดยังมีภาษากาย...ภาษาใบ้...แววตา...อาการ...ที่ช่วยลดการปะทะ..ได้แต่การเขียนล้วนๆ...นี้สอนการควบคุมตัวเองได้มากค่ะ...ทั้งหมดเป็น...สิ่งที่ได้จากที่นี่เต็มๆ 364 วันค่ะ ขอบคุณที่มีบันทึกดีๆ บันทึกนี้มาให้ได้ตกอยู่ในห้วงคำนึงอีกครั้ง

ขอบคุณสำหรับการ feedback และร่วมเสนอแนะครับ สมเป็นชุมชนความรู้จริงๆ

ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบันทึกนี้หรอกนะคะ เพียงแต่พออ่านแล้ว ก็อดโยงไปคิดถึงเรื่องอีกเรื่องไม่ได้

เพื่อการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมๆหนึ่ง ต่อให้สังคมแห่งนั้นเปิดกว้างทางความคิดเห็นเพียงใด แต่ในชีวิตจริงแล้ว..หลายต่อหลายครั้ง ที่บางความคิดเห็นก็ต้องถูกจำกัด ไม่สามารถแสดงออกมา เพราะสิ่งนั้นขัดต่อ หลักการของความถูกต้อง  ถึงแม้สิ่งๆนั้นอันที่จริง..หลายคนก็เข้าใจ หลายคนก็ยอมรับ  เพียงแต่..พูดออกไปไม่ได้

อย่างเช่น.. (ตัวอย่างนะคะ)   ความถูกต้องคือ  " การพนันเป็นสิ่งผิด"

แต่ในสังคมแห่งนั้น ก็มีคนเล่นหวย ซื้อล๊อตเตอรี่ บางทีก็เล่นไพ่กันแบบสนุกๆ.. นั่นคือ เป็นการเล่นเพื่อความสนุกของชีวิต ในบางเทศกาล ไม่ได้จริงจัง ไม่ได้เล่นจนตัวเองหรือครอบครัวเดือดร้อน

ดังนั้น..ในความเป็นจริงก็คือ  .. เล่นการพนันมันก็เล่นได้บ้างนิดๆหน่อยๆ

แต่หากมีคนออกมาพูดหรือเขียนความคิดเห็นว่า " การพนันมันก็เล่นได้ แต่ขอให้แค่สนุกนิดๆหน่อยๆตามวาระก็พอ อย่าจริงจัง เล่นจนเกิดความเสียหาย"  ความคิดเห็นนี้จะถูกต่อต้านทันที  ว่าไม่ถูกต้อง ทำไมพูดแบบนี้ เพราะคิดแบบนี้น่ะสิ  เด็กๆถึงเอาเป็นตัวอย่าง  เพราะเริ่มจากสนุกๆน่ะสิ  พอรู้สึกตัวมันก็จะหมดตัวแล้ว

นั่นก็คือ บางเรื่อง เป็นสิ่ง"ถูก" ที่จะคิด หรือปฏิบัติได้  ..เพราะมีคนกระทำกันในระดับหนึ่ง ที่ยังให้เกิด "คุณประโยชน์"  ไม่ได้ถึงขั้นให้เกิดความเสียหาย แต่สิ่งๆนั้น จะพูดออกมา แสดงความคิดเห็นออกมากลางชุมชนสาธารณะไม่ได้ เพราะมันผิดต่อศีลธรรม หรือความถูกต้อง

แหะๆ.. ดูเหมือน k-jira จะ out of idea แล้วขอรับท่านอาจารย์

^__________^

ก็มีส่วนอยู่บ้างน่ะนะคะ  เพราะก็เคยเขียนเล่นมานานแล้วตั้งแต่ก่อนสมัยจะมีบล๊อก  ก็ทำเวบเล่นตอบสนองความอยากเขียนเรื่อยเปื่อยของตัวเองไปเรื่อย 

พอมีบล๊อกก็เล่น blogger ยุคก่อตั้ง (เขาจะให้เหรียญไหมนี่) แล้วก็เล่นพวก xanga หรือไม่ก็นู่นเลย เก็บภาใน flickr ไปด้วย เล่าเรื่องไปด้วย 

ไม่ค่อยได้เล่นเวบอะไรของเมืองไทยค่ะ ตอนแรกจะไปเขียน bloggang ก็เขียนได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็หยุดไปเอง  ถึงแม้จะชอบอ่านและร่วมแชร์ความเห็นความรู้นิด ๆ หน่อย ๆ กับพันธ์ทิพย์บ้าง  ก็ไม่ค่อยอยากจะเขียนมาก  เพราะรู้สึกที่นั่นค่อนข้างจะ "แรง"  เวลาเขาจะแย้งกันทีน่ะค่ะ 

แล้วก็เลยบอกตัวเองว่า เอาไว้เรียนจบครั้งสุดท้ายนี้เมื่อไหร่  อาจจะไปตั้งหลักเขียนที่วิชาการ หรือที่ไหนสักแห่งก็ได้ เอาแบบเงียบ ๆ ง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ซีเรียส

ที่นี่ก็มาสมัครเล่น ๆ ทิ้ง ๆ ไว้ตั้งแต่กลางปี ๔๘  แต่ก็ขี้เกียจเขียน  เพิ่งมาคิดจะเขียนเล่น ๆ ตามอาจารย์ไม่กี่วันนี้เอง  ก็ไม่ทราบจะมีเรี่ยวแรงอีกเท่าไหร่

ถ้าตามหลักพุทธศาสนาก็คงแล้วแต่กรรม หรือเหตุปัจจัยของแต่ละคนที่จะมีเหตุโยงใยให้ได้เข้ามาอ่านแล้วได้รับรู้เรื่องราวที่ตัวเองเขียนมั้งคะ  จริง ๆ ที่เขียนก็มีกุศลเจตนาอยู่  แต่ใครจะรับรู้ได้แค่ไหนก็แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคนอีกเช่นกัน

แต่ที่สังเกตุอยู่ที่ทุก ๆ ที่มีเหมือนกันก็คือ  ทุกที่มีคนพูดมากกว่าคนฟังค่ะ  คล้าย ๆ กับที่นิตยสารไทมส์ปีที่แล้วสรุปตอนปลายปีมั้งคะ ที่บอกว่า บุคคลแห่งปี คือ คุณ  แล้วก็พูดถึงการที่คนรุ่นใหม่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วเนทในการสื่อสารและ define อัตลักษณ์ตัวเองอย่างไรบ้าง  อ่านดูแล้วรู้สึกว่า  มันชักจะกลายเป็นสังคมที่ทุกคนพูดพร้อมกันแต่ไม่มีใครฟังเข้าไปทุกทีน่ะค่ะ

ก็แค่อีกหนึ่งความเห็นน่ะนะคะ....

สวัสดีค่ะ

ขอร่วมด้วยคนนะครับ

  • ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้อยู่ในชุมชนนี้หรอกนะครับ พอดีเห็น หมอเขียนแล้ว ผมก็เลยจะขอร่วมแจมด้วยคนนะครับ
  • ผมเห็นด้วยกับหมอนะครับ เพราะว่าในแต่ล่ะชุมชนจะให้ความรู้ซึ่งกันและกันโดยไม่ปิดกั้น อาจจะเป็นประสบการณ์จริงที่ได้ประสบมากับตัวเอง มาถ่ายทอดลงใน web blog ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ได้อ่านก็เป็นได้ครับ

                                                                 @_@

คุณหมอมาโนชคะ...

  • gotoknow เป็นเหมือนแหล่งพบปะของคนหลากหลายอาชีพ  ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
  • บางครั้งเรารู้ท้อ  สับสน  มีปัญหาในการทำงาน พอได้เข้ามาเขียนบล็อก  แล้วมีเพื่อนๆเข้ามาแลกเปลี่ยนก็ทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมา
  • รู้สึกว่าที่นี่ทำให้มีเพื่อนในอินเทอร์เน็ตที่ได้รู้จักตัวตนกันมากขึ้นกว่าเดิม  เวลาเดินทางไปไหนก็รู้สึกว่ามีคนรู้จักเรามากขึ้น  ยิ่งเราเปิดเผยตัวเองก็ทำให้รู้สึกไม่อึดอัดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ดีใจที่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่ค่ะ   

สวัสดีค่ะคุณหมอ

G2K ทำให้หลายๆคนเปลี่ยนตัวเองจาก nobody เป็น somebody ค่ะ

ที่นี่เป็นเหมือนที่สำหรับแลกเปลี่ยน หรือค้นหาความรู้ ทำให้คนที่เข้ามาในG2K กล้าที่จะเปิดเผยตัวจริงค่ะ