GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก

..เธออยู่ไหน ฉันนั่งขี้..ที่รักจ๋า..

เพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก


  ผมเชื่อว่า เรามีเพลงที่ชอบฟัง ชื่นชอบหรือประทับใจไม่เหมือนกัน แม่ใหญ่อาจจะชอบเพลงหมอลำ  พ่อใหญ่ชอบเพลงลูกทุ่ง คุณลุงคุณป้าชอบร้องลิเก คุณอาชอบเพลงสตริง หนุ่มซึ่งรุ่นกระเตาะอาจเจาะจงฟังเพลงกลุ่มเฮ้วๆ ดังนั้นเรื่องของเพลงนี่บังคับกันไม่ได้จริงๆ ถือเป็นเรื่องประจำตัวประจำใจ เพื่อนสนิทจะยกเป็นหัวข้อสนทนา แลกเปลี่ยนเพลง ชวนกันร้อง เพื่อนคู่หูจะรู้ว่าคนสนิทของตนชอบเพลงอะไร เรื่องนี้ก็แปลกนอกจากจะรู้อุปนิสัยใจคอแล้ว เพลงกลายเป็นตัวกำกับหนึ่งในเกณฑ์ของคำว่ารู้ใจ ใช้วัดระดับมาตรฐานของความสนิทสนมได้
   เพลงจึงเป็นเครื่องมือสื่อสัมพันธไมตรีระหว่างเพื่อนและคนที่รู้ใจ บางคนบอกความสบายใจผ่านเสียงเพลง ว่าตนเองนั้นชอบเพลงอะไร เพื่อนผมบางคนท่าทางทันสมัยไฮโซจ๋า กลับมาชอบเพลงลูกทุ่ง “ผ้าขาวพาดบ่า” ผ่าไปคนละโลกกับทีท่าและลีลา บางคนเอาจริงเอาจังทุกเรื่องรวมทั้งเพลงด้วย ประกาศเลยว่าเพลงประจำชีวิตจิตใจของตนนั้นคือเพลง”ความฝันอันสูงสุด” นอกจากฟังเอง พูดถึงแล้ว ยังใช้เทคโนโลยีแทรกส่งมาให้เราได้รับฟังด้วย นี่ก็ใช้ความพยายามที่จะเอาเพลงมาเป็นกุญแจใจไขไปบอกเจตนารมณ์ของตนไปทั้งโลก

              

  ผมไม่ถัดร้องเพลง แต่ก็ชอบฟังเพลงไม่ปักใจว่าจะเป็นเพลงประเภทอะไร ลูกทุ่งก็ฟังได้ ลูกกรุงก็ชอบ เพลงคลาสสิกวันครบรอบโชแปงส์ ก็คว้าบันไดไต่ขึ้นไปฟังมาแล้ว แสดงว่าหูผมไม่เกี่ยงเรื่องเพลง แต่ถ้าจะถามว่าเพลงอะไรเพราะที่สุด ตอบไม่ได้ มันเพราะเป็นบางช่วงบางจังหวะ แต่เพลงไหนที่ชอบฟังเมื่อไหร่ก็ชอบ บางคนที่มีหัวนวัตกรรมทางเสียงเพลง ไม่ฟังเฉยๆกลับไปแปลงเนื้อเพลงล้อเลียนก็มี
     ..เธออยู่ไหน
      ฉันนั่งขี้..ที่รักจ๋า..

   เพลงช่วยให้บรรยากาศคลายเครียดไปอักโข บางคนคุณแม่เปิดเพลงให้ฟังตั้งแต่อยู่ในท้อง คลอดออกมาไมทันไร ก็อ้อแอ้ แอ้จา แอ้จ้า แอ้จ๋า..พวกเลี้ยงไก่ใครก็ไม่รู้บอกว่า ถ้าเปิดเพลงเย็นๆของสุนทราภรณ์ให้ฟังจะไข่ดก สรุปว่าเพลงเป็นอาหารใจที่ใครๆก็ชื่นชอบ..ชนใดไม่มีคนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก  ใครไม่อยากพิกลพิการก็ฮัมเพลงได้แล้วนะจ๊ะ..

       ท่านเม็กดำ1 ส่งเทียบเชิญมานานแล้ว เมื่อวานนี้คณะมหาชีวาลัยยกทีมไปโรงเรียนบ้านเม็กดำ โดยมีท่านเล่าฮูแสวง รวยสูงเนิน และแม่บ้านไปร่วมทบทวนการใช้บล็อกของคณะครู เราชวนกันจรลีขึ้นรถ ข้ามแม่น้ำมูลข้ามทุ่งกุลาร้องได้ไปตอนสายๆ แดดกำลังอุ่น ลมเย็นๆสบายๆกำลังดี พอรถถึงที่โอ้โฮอะไรกันนี้  เด็กเป็นกลุ่มๆจุ้มโน้นจุ้มนี้ มีร่มไม้ใบบังนักเรียนตัวจ้อยออกมาเรียนมาทำกิจกรรมเต็มบริเวณ ชั้นโน้นเรียนวรรณกรรม เด็กอนุบาลเรียนแบบบูรณาการ คุณครูชวนเรียนเลขผสมผสานไปกับภาษาอังกฤษ ดูแวดตาท่าทางอิ่มสุขอิ่มความรู้กันเหลือเกิน หนูๆชูมือแข่งกันตอบคำถาม ยิ้มหัวเราะกับเชิงชั้นการสอนของคุณครูอย่างสนุก เห็นแล้วอยากจะทอนอายุมานั่งเรียนกับกลุ่มนี้จังเลย
  ตรงจุดนี้  ทำให้ได้คิดว่า ถ้าจะประเมินมาตรฐานการศึกษา ควรถามหาคุณภาพเป็นอย่างไร จับเอามาตรฐานนี้ได้ไหมครับ “สอนอย่างไรให้มีความสุข” “มีวิธีการบริหารธรรมะนำหน้าวิชาการอย่างไร” เท่าที่เห็นมีแต่เรียนและสอนที่เป็นทุกข์ร่วมกันอย่างเขม็งเกลียวทั้งครูและนักเรียน แต่ที่นี่..วิชาศิลปะวาดเขียนเรียนรวมชั้น ป.1-2-3 เขาทำยังไงรู้ไม่ครับ เด็กๆไปขุดปูในท้องนามาเป็นแบบ ไต่ยั้วเยี้ยให้เห็นชีวิตที่เคลื่อนไหว เด็กๆถอดเสน่ห์ของชีวิตปูลงหน้ากระดาษระบายสีสวยงาม บางคนก็ค้นเรื่องปูเพิ่มเติมจากหนังสือสารานุกรมไทย(ที่มีอยู่เล่มเดียวเด็กใช้จนจะเปื่อยยุ่ยแล้ว)
  ถ้าเป็นเด็กในเมืองคุณครูก็จะปั้มภาพปูแล้วให้เด็กระบายสี นี่คือข้อจำกัดของการออกแบบการเรียนรู้ในแต่ละแห่ง ผมมาถึงบางอ้อ..ว่าทำไมโรงเรียนนี้มีภาพวาดติดโชว์ให้เราดูเต็มไปหมด นักเรียนชั้นมัธยมช่วยกันวาดภาพป่าโคกจิก เติมความรู้ลงไปให้เห็นว่าสมุนไพรซ่อนตัวอยู่ตรงไหน ออกดอกออกผลฤดูกาลใด วาดได้สวยจริงๆ ขนาดเอามาขึงเป็นฉากหลังคณะหมอลำได้เชียวแหละ กลุ่มนิทานนั่งล้อมวงพ่อใหญ่แม่ใหญ่มาเล่านิทานพื้นบ้านให้เฮกันเป็นระยะๆ กลุ่มศึกษาภูมิศาสตร์ท้องถิ่นเรียนกับครูชุมชนที่เล่าถึงที่ไปที่มาของท่าน้ำลำพังชู กลุ่มวรรณกรรม เรียน ผญา คำสอย ประเพณีพื้นถิ่น ผมหยอดคำสอยโต้กับเด็กกลุ่มนี้

  “สอยๆ..นกแตดแต้บินข้วมปายตาล..
   ไผได้ผัวหัวล้าน บ่อึดม่องจูบ..นี่ก็สอย”

  นอกจากนี้ยังมีปรากฏการเรียนการสอนมากมาย ท่านติดตามอ่านในบล็อกของมหาชีวาลัยและบูรณาการศาสตร์ได้ ทุกท่านที่ไปร่วมงานนี้มีการบ้านต้องถอดบทเรียนมาเสนอท่านอยู่แล้ว หรือถ้ายังไม่จะแจ้งใจก็เข้าไปในบล็อกโรงเรียนบ้านเม็กดำได้ตลอด24ชั่วโมง ถอดเสื้อเปิดใจถามกันไปเล๊ย!

  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 71129
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 16
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (16)

เม็กดำ ณ..วันนี้ จะก้าวหน้า มั่นคง เติบโต หากได้รับคำชี้แนะจากทุกท่าน แต่..อย่างไร ฐานเก่าที่ส่งผลมาจนทุกวันนี้ พวกเราจะ..ไม่มีวันลืม ร่วมสืบเสาะ สืบสาน ความเม็กดำ ตามมาดูนะคะ แล้วจะ ตา...โต
  • ดีใจที่เด็กนักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขครับครูบา อยากให้ผู้บริหารที่สนใจได้เห็นการจัดการศึกษาแบบนี้จังเลยครับ
  • ที่ สกศ เคยส่งเสริมพักหนึ่งแล้วก็หายไปเปลี่ยนผู้บริหารก็ล้มเลิกซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย
  • ขอแสดงความยินดีกับโรงเรียนบ้านเม็กดำด้วยครับผม
ผมได้สรุปความไว้ว่า เม้กดำ น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีในหลายๆเรื่อง และ พิสูจน์ว่า เพียงผู้ริหารเอาจริงเท่านั้น โลกจะเปลี่ยนสีทันทีครับ และหวังว่าจุดที่วายากนี้ จะแก้ไขได้ไม่ยาก ก็แค่พลิกฝ่ามือเท่านั้นเองนี่ครับ

เรียน ท่านเล่าฮู

  วันนี้มีคณะนักศึกษาปริญญาโท ทางการศึกษา มาเสวนาด้วย คุยกันสารพัดประเด็นเรื่องการศึกษาของไทย  นักศึกษาทั้งหมดเป็นครูประจำการ  ฟังธงว่า..การศึกษาจะเด่น หรือจะดับ ขึ้นอยู่กับผู้บริหารสถานศึกษา ถ้าได้คนดีก็โชคดีไป ได้คนไม่เอาไหน ก็จะลงนรกกันทั้งโรงเรียน ปัญหาอื่นๆเป็นเรื่องรองทั้งสิ้น แล้วเราจะทำยังไงกันต่อละครับ

  • ผมมองประเด็นว่าแบบนี้ครับครูบา คงต้องมีการพัฒนาวิสัยทัศน์ผู้บริหาร การคัดเลือกผู้บริหาร บางท่านเข้ามาด้วยเส้นสาย ไม่มีความสามารถแต่ตามนายเก่ง
  • แต่ผู้บริหารดีๆก็มีครับ ทำอย่างไรให้ผู้บริหารเข้ามายากแล้วออกง่าย บ้านเราผู้บริหารเข้าง่าย ออกยาก  ผม งง งง ระบบเมืองไทยครับ
  • เห็นด้วยกับ อ.ขจิต ค่ะ
  • ควรมีการประเมินผู้บริหาร
  • หรือให้อยู่เป็นวาระ หากดี มีผลงานจึงอยู่ต่อ
  • อยากให้การเรียนเป็นการเรียนอย่างมีความสุข ที่ผ่านมาและปัจจุบันการเรียนคือสิ่งที่ต้องแข่งขัน..และแพ้ไม่เป็นค่ะ

  กราบเรียน

พันธมิตรชาวบล็อกที่เคารพ

เรื่องนี้ยาวและหนัก ท่านผู้สันทัดกรณีแนะว่า

ควรจะแบ่งเค๊กความคิด จะได้อิ่นกันทั่วถ้วน

ขอขอบคุณที่ร่วมลงขันความคิด

ยินดีรับไปทำการบ้านต่อทุกข้อครับ

ตามตอนที่เชื่อมโยงไปที่ เม็กดำเม็กกะโปรเจคนะครับ

เพลงเพราะจังเลยค่ะ ใครหนอช่างรู้ใจท่านครูบาเสียจริง...จริ้ง

ได้ยินครั้งแรก

เด็กป.6ร้องประสานเสียงเมื่อวันที่เขานำเสนองานวิจัยเรื่องไก่ดำญี่ปุ่น ชอบมากๆ

 เด็กร้องได้ไพเพราะกว่าต้นฉบับอีก

เสียงใสๆเพี้ยนหน่อยมีเสน่ห์   เกิดจากการหลอมใจกันร้องอย่างมีความสุข

มาคิดต่อ.. อยากจะให้เขาร้องเป็นเพลงประจำกลุ่ม

จะนำมาซ้อมใหญ่วันที่ 14

และเชิญมาร้องจริง

วันที่ 2 ก.พ.ในงานเปิดอาคาร 6 เหลี่ยม

และวันที่ 26 ก.พ.ที่คณะ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) จะไปเยี่ยมโรงเรียน ขอให้ซ้อมลูกคอไว้ให้ดีด้วยนะหนูนะ

อ paew ครับ

สมมุติว่า รถที่โกโรโกโสที่ผุพังจนไม่คุ้มค่าที่จะซ่อม

เรายังจะไปซ่อมอยู่อีกหรือครับ ผมนะถอดใจกับเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ขอไม่ตอแย อยู่วงนอกเอาใจช่วยพวกเราที่ยังไปเกี่ยวดองตามภาระหน้าที่

อ.ขจิต ครับ

ณ วันนี้ประเทศนี้ยังไม่มีใครกล้าแตะเรื่องนี้  ไม่ใช่ไม่มีใครไม่รู้ รู้ดี รู้ซึ้ง แต่ไม่กล้า ไม่ทำ พวกเราอ่อนแอและเปราะบางเหมือนมะลอสุกคาต้น ปล่อยให้มันเน่าล่นลงมาเอง  

ในระบบการศึกษา มีทั้งผู้บริหารที่ดี และผู้บริหารที่เคยดี  แต่ทำไมสังคมเราถึงได้ยกและชูผู้บริหารประเภท เคยดี มากนักผมก็ไม่รู้และ งง..งง.งง ในเรื่องนี้  ยิ่งกว่า อ. ขจิตอีกครับ ครูบา 
ครูบาครับ
  • ถ้าบ้านที่เราอยู่นั้นไกลจากโรงเรียน
  • แล้วต้องเดินทางกันไปหลายคน
  • จะซื้อรถใหม่ก็ไม่ไหว
  • ยังไงก็คงต้องซ่อมครับ ให้พอไปส่งโรงเรียนได้ จะคุ้มหรือไม่คุ้มก็คงต้องทำให้วิ่งได้ก่อนครับ
  • ผมจึงเห็นว่า แก้ได้หรือไม่ได้คงไม่ใช่ประเด็น ตัวเราเองทำได้แค่ไหน ก็ช่วยไปเท่าที่เราทำได้จะดีกว่าครับ อย่างน้อยเราก็สบายใจที่ได้ทำแล้วครับ

         การศึกษาไทยหรือผู้บริหารการศึกษาทั้งหลายถ้าซ่อมได้คงสบายพี่เบริ์ดไปนานแล้วค่ะ  ก็คงเพราะว่ายังใช้ได้จึงใช้ไปก่อน 

         เมืองไทยเราก็แปลกเรื่องดีๆ ของฝรั่งไม่เอามาใช้กับลอกเอามาทำแต่ในเรื่องที่ไม่เหมาะกับตัวเอง

        รถเก่าที่เขากล้าโละทิ้งตามกรรมตามวาระ พี่ไทยเรากลับไม่ทำ ปล่อยให้มาวิ่งตามท้องถนนทำร้ายผู้ร่วมชะตากรรมอยู่เรื่อย 

        เหมือนเลี้ยงไข้ระบบผู้บริหารที่ไม่เข้าท่าที่เปรียบได้กับรถเก่า ๆที่เบรกแตก ยางหมดสภาพ น้ำมันเครื่องหมดอายุ ยังกล้าขับให้นักเรียนนั่งไปด้วย  เมื่อไรจะเอาไปขายร้านรับซื้อของเก่าหรือเอาไปปลูกผักสาระเหน่ซักที ซ่อมได้แต่ไม่คุ้มใช่มั้ยค่ะ

       แต่ผู้บริหารดี ๆ อย่างเพิ่งน้อยใจค่ะ  ทำดีต่อไป เพื่อเด็กไทย เพื่อชาติค่ะ

  เรียน ท่าน Mitochondria

โจทย์ปลายเปิดเหล่านี้ ชวนให้ฉุกคิดว่า

รัฐฯ/ระบบ คิดและทำเรื่องนี้อย่างไร

สังคม คิดเห็น ยอมรับ หรือจำยอม ในเรื่องนี้อย่างไร

สภาพการณ์ก็อย่างที่รู้ที่เห็นความเป็นไป

รับได้มาก รับน้อย ตามความรู้สึก

พูดอย่างตรงไปตรงมาขณะก็อยู่ในสภาพที่ท่านให้ความเห็นมา เรายืนอยู่ในที่ตรงนั้น ท่ามกลางความไม่แน่ใจ ว่าจะทำอะไรได้ ทำต่อแค่ไหน

ในเมื่อกฎหมายกระจายอำนาจออกมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้บริหารที่ดี แต่ถ้าผู้บริหารที่ไม่ดีจะส่งผลเสียหายมหาศาล หลายโรงเรียนวิกฤต เด็กและครูปั่นป่วนเหมือนอยู่ในนรก ผู้บริหารบ้าอำนาจอย่างที่เราไม่นึกว่าจะมีอยู่ในหมู่ของนักการศึกษา

คงย้อนมาที่กฎหมายอีก ผลที่ดีก็มีมาก แต่ผลเสียกฏหมายแตะไปถึงได้น้อย ปัญหามันก็ยิ่งบานปลายจนเกิดแรงสะท้อนออกมาจากข้างไหน เหมือนสมัยหนึ่งในวงการตำรวจ ที่ผู้ใต้บังคับบัญชายิงเจ้านายตัวเองไปหลายศพ

ครูเป็นคนรักสงบ ส่วนมากเพื่อความอยู่รอด ก็จำต้องเข้ากับผู้บริหารเลวให้ได้ หวานอมขมกลืนกันไป 

จุดซ่อมองค์กรตรงนี้ ยังไม่ชัดเจน ยังหาอู่ซ่อมไม่เจอ ที่มีอยู่ก็ไม่มีฝีมือ ไม่มีอาไหล่ ซ่อมพอวิ่งได้ ยังอันตรายถ้าเบรกแตก คันส่งหลุด ตายกันเยอะ เราไม่มีความรู้ความสามารถพอที่จะไขอะไรให้มันดีกว่านี้แล้วใช่ไหม

ช่วยกันคิดต่อนะครับ ทุกความคิดมีคุณค่าเสมอ เรายังรอรวบรวมความเห็นจากทุกท่าน ขอบคุณที่กรุณามาร่วมด้วยช่วยคิด ครับ!

  • การแก้ปัญหา จะแก้ที่ไหน แก้ที่ระบบ โดยหวังว่าระบบที่แก้ไข จะมีความมั่นคง และยั่งยืนกว่า หรือจะแก้ที่ตัวคน
  • จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่า การแก้ระบบ โดยอาศัยระบบกรองคนที่ไร้คุณภาพออกไป ให้ผลดีในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามตัวระบบก็มักจะมีช่องโหว่ให้คนที่ไร้วิสัยทัศและความรู้เชิงบริหาร เข้ามาแทน การแก้ไขที่ระบบไม่สามารถนำมาซึ่งความสำเร็จได้ ตราบใดที่คนที่เกี่ยวข้องยังมีคุณภาพไม่เพียงพอ ไม่เน้นที่ผลสำเร็จของงานเป็นหลัก และพยายามหาช่องว่างที่จะไม่ต้องทำงาน หรือทำงานโดยไม่มีจิตวิญญาณและไม่รับผิดชอบผลงาน ไร้ซึ่งวิสัยทัศน์โดยสิ้นเชิง
  • ผมเชื่อเรื่องของคน และคุณค่าของคนครับ ในระบบที่ล้มเหลว หากมีผู้บริหารคนใดคนหนึ่งที่มีคุณภาพเพียงพอ สามารถรวมกลุ่มคนในองค์กรที่ตั้งใจทำงานได้แม้เพียงกลุ่มเล็กๆ แล้วสรรสร้างผลงานออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ก็จะเป็นแบบอย่างให้คนทั่วไป อยากมีส่วนร่วม อยากทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นด้วย หรืออย่างน้อยก็ไม่ขัดขวาง หากมีระบบที่ดีในการเผยแพร่ความดี ความสามารถสร้างสรรสิ่งที่ดีของคนออกไปในวงกว้างก็จะเป็นการเผยแผ่เม็ดพันธุ์ในการสร้างกำลังใจให้กับคนที่คิดดีครับ
  • ในแวดวงการศึกษาบ้านเรา เราสะสมคนที่ไม่มีคุณภาพที่ดีไว้มากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะคนเหล่านี้สามารถขึ้นมาถึงระดับผู้บริหารด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายครับ เพราะผู้บริหารเป็นผู้ที่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษแก่ผู้อื่นได้ การกระทำในสิ่งที่แตกต่างจากความคำนึงถึงของผู้บริหารเป็นสิ่งที่อาจปิดอนาคตตัวเองได้ หลายคนอาจต้องเปลี่ยนงาน แต่การไม่ทำอะไรเลย ก็ไม่ต่างจากการยอมรับความเป็นไป ซึ่งก็คือการยอมศิโรราบต่อความไม่ถูกต้องให้มีอำนาจเหนือความถูกต้องอย่างหนึ่ง
  • ความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าพระราชดำรัสของในหลวงท่าน ที่กล่าวว่า เราควรผลักดันให้คนดี มีอำนาจ และเข้ามาควบคุมคนไม่ดีให้อยู่ในวงจำกัด จะเป็นทางออกระยะยาวครับ แต่วิธีในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ยากมากครับ เพราะโดยระเบียบราชการ แม้จะรู้ว่าคนไร้คุณภาพอยู่เต็มอก แต่ก็เอาออกไม่ได้ ต้องเก็บเอาไว้ทำร้ายกำลังใจคนตั้งใจทำงานต่อไป
  • เมื่อรู้ว่าทำอะไรไม่ได้ แล้วเราควรทำอย่างไร ถอยออกไปให้ไกลหูไกลตา แล้วยกเวทีนี้ให้เขาถลุงเล่นให้สมใจ จะทำล่มจมสักเพียงใดก็เชิญ ไม่สนใจอะไรอีก บ้านนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว คนอื่นเขาก็ไม่สนใจทำไมเราต้องสนใจด้วย  หรือควรอยู่ขวางหูขวางตาไว้ กวนใจเขาเล่น อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้โดยง่าย อย่างน้อยก็มีคนพูดอะไรที่แตกต่าง แล้วเก็บเรื่องราวในแวดวงที่เขาคุยกัน เอาไปคุยกันต่อข้างนอกให้คนข้างนอกเขาได้รู้กันว่า ในแวดวงที่เขาคุยกัน ใครคุยอะไร ใครคิดอะไร จะได้เป็นการประจานให้คนข้างนอกได้รู้ไว้ด้วยว่า คนไม่มีคุณภาพเป็นใคร กำลังคิดอะไร แล้วอยากทำอะไร แม้จะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็เป็นการบอกกล่าวให้คนข้างนอกได้รู้พฤติกรรมของคนบางคนที่ไม่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
  • ผมชอบที่จะรวมกลุ่มคนที่คิดคล้ายๆกัน เพื่อทำในเรื่องราวที่เราพอจะทำได้ ผมไม่ได้ตั้งความหวังว่าเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เพียงแต่สิ่งที่เราอยากทำ เราก็ได้ทำแล้ว เพียงเท่านั้นก็พอแล้วครับ สำหรับการมีชีวิตอยู่

ว่าแล้วไหมละ กว่าท่านจะงัดความเห็นความรู้สึกออกมาสมทบ เรารอแทบใจขาด รอนๆ

ประเด็นมันอยู่ที่ คุณสมบัติของคน เกรดไหน กฏหมายระเบียบต่างๆจะมีประสิทธิภาพสูงก็ต่อเมื่อคนนำไปใช้ในสังคมที่มีคุณภาพพอควร ก็เหมือนที่เรากำลังร่างกฏหมายอยู่เดี่ยวนี้  ต่อให้กฏหมายดีเลิศอย่างไร ถ้าคนไม่ดีมันก็บิดตะกรูดเอาข้างถูจนได้

ตรงนี้มันวัดได้ถึงมิติทางสังคม เราทอดทิ้งสังคม ลอยแพสังคม สังคมก็ลอยเพเรา ลอยไปลอยมาจยไม่เหลืออะไรให้ยึดถือยึดเหนี่ยว ตอนนี้กำลังเป็นพระมหาชนกตกน้ำป๋อมแป๋ม ว่ายก็ไม่ว่าย โหวกแหวกหาคนเอื้ออาทร  มันน่าไหมละ