บทความใน นสพ. กรุงเทพธุรกิจ เรื่อง วงการศึกษาไทย หันมาเลิกทำการวิจัยในชั้นเรียน ในแบบที่นิยมทำกันเถอะ กระตุ้นให้ผมเขียนบันทึกนี้    ว่าการวิจัยในชั้นเรียนในรูปแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นงานวิจัยสนองครู   หรือสนองความก้าวหน้าของครู   ไม่ได้สนองเด็ก หรือยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน   

เป็นงานวิจัยที่เป้าหมายผิดตั้งแต่แรก

เป้าหมายที่ถูกต้องคือ เป็นงานวิจัยที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา   และมีผลตามมาให้ครูมีความเจริญก้าวหน้าด้วย   เป็นเรื่องเร่งด่วนที่วงการศึกษาไทยต้องแก้ไข    ตามข้อเสนอของบทความที่อ้างถึง   

การวิจัยชั้นเรียน จึงควรเน้น R2R – Routine to Research   คือครูร่วมกันตั้งโจทย์จากปัญหาที่พบในชั้นเรียน   แล้วค้นว่ามีคนเคยรายงานผลการแก้ปัญหานั้นอย่างไรบ้าง   นำมาสังเคราะห์เป็นหลักการที่ใช้สำหรับออกแบบวิธีดำเนินการแก้ปัญหานั้น    โดยทำเป็นวงรอบ (cycle) ที่มีกระบวนการเรียนรู้และปรับตัวอยู่ในวงรอบเหล่านั้น

กระบวนการเรียนรู้และปรับตัว ตามปกติใช้หลักการ PDCA (plan – do – check – act)    แต่ผมขอเสนอให้ลองใช้เครื่องมือ Kolb’s Experiential Learning Cycle แทน    โดยมีภาพและคำอธิบายอยู่ที่ (๑)    โดยที่ใน (๑) เน้นใช้เพื่อการเรียนรู้   ที่สามารถปรับให้เป็นการค้นพบความรู้ใหม่ได้    ในขั้นตอนของ abstract conceptualization    แล้วเอาไปทดลองต่อในรอบต่อไป   

หากทำสองสามรอบ ในนักเรียนต่างกลุ่ม   ก็จะนำมารวบรวมเขียนเป็นรายงานวิจัยได้   โดนที่ต้องคิดวิธีเก็บข้อมูลทั้งในส่วน intervention ของครู   และในส่วนของผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนในส่งนที่ต้องการแก้ไข ให้น่าเชื่อถือ

หากจะให้ได้ผลดีในวงกว้าง    ต้องมีโครงการทดลองส่งเสริมการวิจัย R2R ในชั้นเรียน    ตามแนวทางที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ริเริ่มขึ้นเมื่อ ๑๗ ปีที่แล้ว   โดยมีทีมจัดการส่งเสริมการตั้งโจทย์ ฝึก research methodology แก่ผู้มีโจทย์ที่เหมาะสม มีการสนับสนุนให้ทำวิจัยได้สำเร็จอย่างมีคุณภาพ   ซึ่งหมายความว่างานที่ทำก็ได้รับการพัฒนาจากโครงการนั้นด้วย    คือปัญหาของนักเรียนได้รับการแก้ไข   หรือมีการยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน   

หลังจาก R2R ของศิริราชประสบความสำเร็จได้ไม่นาน   ก็มีการขยาย R2R ในบริการสุขภาพออกไปเป็น R2R ประเทศไทย   คือส่งเสริมให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ  ใช้ R2R ยกระดับคุณภาพบริการของตน   และช่วยให้ผู้ปฏิบัติที่หน้างานมีผลงานวิชาการเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน   

การจัด supporting platform ของ R2R ศิริราช   และ R2R ประเทศไทย    จึงน่าจะเป็นข้อเรียนรู้ให้วงการศึกษา หาวิธีสนับสนุน   เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการวิจัยในชั้นเรียน อย่างที่เสนอในบทความ วงการศึกษาไทย หันมาเลิกทำการวิจัยในชั้นเรียน ในแบบที่นิยมทำกันเถอะ    ที่จะช่วยให้พลังของครู เป็นพลังยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยได้จริง 

ผมเขียนเรื่อง R2R ของโรงเรียนเพลินพัฒนาไว้ที่ (๒)   ดังนั้น หากจะมีโครงการส่งเสริม R2R ในชั้นเรียน ควรไปเรียนรู้ประสบการณ์ของโรงเรียนเพลินพัฒนาด้วย   

วิจารณ์ พานิช

๓ ธ.ค. ๖๕