กุ้งนาง สุธีรา
นาง สุธีรา กุ้งนาง ยาทองไชย

งานวิจัย R2R แห่งความภาคภูมิใจ ก้าวแรกของหนู


บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง  :  ผลของโปรแกรมการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วย( Effects of the Bereavement Program to  prevent complicated grief of bereaved parents who lose a child from illness)

ชื่อผู้วิจัย  :  สุธีรา  ยาทองไชย หน่วยงาน หอผู้ป่วย 2ง แผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม งานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์          

ที่มา:  เด็กป่วยที่มีอายุแรกเกิดถึง 18 ปี ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์เสียชีวิต ในปี พ.ศ.2558-2560  จำนวน 41 , 37, 34 คน ตามลำดับ มีการศึกษานำร่องพบว่า บิดามารดาของเด็กป่วยมีความเสี่ยงต่อความเศร้าโศกผิดปกติ ระดับปานกลาง ร้อยละ 59.2 และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า  ร้อยละ 1.5 จากการทบทวนพบว่า การให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันภาวะความเศร้าโศก (grief counseling) ทำให้บิดามารดาก้าวผ่านความเศร้าโศกในระยะเฉียบพลัน หลังการสูญเสียในระยะ 6 เดือนได้อย่างราบรื่น  ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาโปรแกรมการพยาบาล โดยใช้ทฤษฎีความเศร้าโศกคูเบอร์ลอส  ทฤษฏีผูกพันต่อเนื่องค้างคาและโมเดลการให้ความรู้ การสนับสนุน และการชี้แนะ (Education, Guidance and Support Model) ประกอบด้วย การให้ความรู้เรื่อง ความเศร้าโศกและกระบวนการก้าวผ่าน การเก็บความทรงจำ การติดตามให้คำปรึกษาฯ ต่อเนื่องจนถึง 6 เดือน  ดังนั้นผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลเพื่อป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วย

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วย 

ระเบียบวิธีวิจัย: วิจัยกึ่งทดลอง คำนวณกลุ่มตัวอย่าง ได้ 28 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและควบคุมกลุ่มละ 14ราย  เลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์คัดเข้า เป็นบิดาหรือมารดามีความเสี่ยงต่อการเกิดความเศร้าโศกผิดปกติอยู่ในระดับปานกลางและระดับมาก ที่มีบุตรเจ็บป่วยในระยะท้าย อายุต่ำกว่า 18ปี ในช่วงมีนาคม 2564 ถึง พฤษภาคม 2565 ลดการปนเปื้อนโดยการเก็บข้อมูลในกลุ่มควบคุมก่อนและให้การพยาบาลตามปกติ  กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วย ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยให้การพยาบาลตามโปรแกรมฯ 5 ครั้งๆละ 20-30 นาที ครั้งที่ 1 เริ่มให้โปรแกรม ก่อนบุตรกลุ่มตัวอย่างเสียชีวิต โดยการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการเยียวยา ประเมินความพร้อมและ emotional  express ให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกระบวนการความเศร้าโศก และเทคนิคการเผชิญกับความเศร้าโศกจากการสูญเสีย ได้แก่ การให้กำลังใจตัวเอง  การมองหาแหล่งสนับสนุน การฝึกการผ่อนคลาย และมอบคู่มือการดูแลตนเองและแผ่นพับเพื่อศึกษาเพิ่มเติม มอบกล่องความทรงจำ ครั้งที่ 2 ในสัปดาห์ที่  2  ครั้งที่ 3 ในสัปดาห์ที่  4  ครั้งที่ 4 ในสัปดาห์ที่ 12 เพื่อติดตามและให้คำปรึกษา   หลังบุตรของกลุ่มตัวอย่างเสียชีวิต โดยใช้ Telephone follow- up ในรูปแบบของวิดิโอคอล  หัวข้อคำถามและการให้การประคับประคองความเศร้าโศกโดยใช้หลัก Worden's Four Tasks of Mourning เป็นกรอบแนวคิด เบิกทางในการเข้าใจกระบวนการความเศร้าและการยอมรับ และครั้งที่ 5 ติดตามและให้คำปรึกษา หลังบุตรเสียชีวิต 6  เดือน และทีมวิจัยประเมินประเมินอารมณ์เศร้าโศกผิดปกติจากการสูญเสีย  วิเคราะห์ข้อมูลโดยเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนความเศร้าโศกระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติ Mann-Whitney U test 

ผลการศึกษา : ลักษณะทั่วไปของกลุ่มควบคุมและทดลองคล้ายคลึงกันคือเป็นเพศหญิง (92.85%, 92.85%) อายุเฉลี่ย (32.42ปี , 36.8ปี) สถานภาพสมรสคู่ (78.57% ,85.71%) ระดับการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี (100% ,85.71%) จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างไม่เป็นเกณฑ์คัดเข้า ทำให้กลุ่มควบคุมเหลือ 13 รายและ กลุ่มทดลองเหลือ 11 ราย  เมื่อเปรียบเทียบ คะแนนความเศร้าโศกของกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุมเฉลี่ย 32.5 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (p<0.05) นั่นคือ โปรแกรมพยาบาลสามารถป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้อธิบายได้ว่า โปรแกรมการพยาบาลฯ สามารถป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วย เนื่องจากบิดามารดาสามารถยอมรับ และเผชิญกับความเศร้า โดยการปรับสภาพจิตให้เป็นไปตามกระบวนการของความเศร้าโศกได้รวมทั้งมองหาสิ่งดีดีในชีวิต จากความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับลูกที่จากไป

การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในงานประจำ : งานวิจัยนี้ได้นำไปเผยแพร่ในแผนกการพยาบาลกุมารฯเพื่อให้พยาบาลนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วย และผู้วิจัยในฐานะพยาบาล case manager ได้ประยุกต์ใช้ในการดูแลในบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วยในโรงพยาบาลและเผยแพร่ในเวปไซด์ GotoKnow เพื่อให้พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยลักษณะเดียวกันสามารถเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ได้ และอยู่ในระหว่างตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางการพยาบาล

บทเรียนที่ได้รับ: การดูแลบิดาและมารดาที่สูญเสียบุตรจากความเจ็บป่วยพยาบาลสามารถประเมินและทบทวนปัญหารวมทั้งค้นคว้าผลงานวิจัยที่ทันสมัย อย่างเป็นระบบ มาพัฒนาโปรแกรมการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะเศร้าโศกผิดปกติ ส่งผลให้บิดามารดาผู้สูญเสียก้าวผ่านความเศร้าโศกหลังการสูญเสียได้อย่างราบรื่นและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ:การพัฒนางานประจำให้เป็นวิจัย ตลอดจนการนำผลวิจัยไปใช้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน เกิดจากความร่วมมือของทีมสหสาชาวิชาชีพและทีมพี่เลี้ยงให้คำแนะนำช่วยเหลือจนงานนี้ประสบความสำเร็จ

การสนับสนุนที่ได้รับจากผู้บริหารหน่วยงาน/องค์กร: ได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายและได้รับทุนวิจัยสถาบัน มข. ประจำปีงบประมาณ 2564 จำนวน 8,000 บาท มีผู้บริหารในแผนกฯเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจรวมทั้งส่งอบรมทั้งในและนอกหน่วยงานเพื่อให้สามารถพัฒนางานประจำให้เป็นวิจัยได้

คำสำคัญ  :  Bereaved parents , Bereavement care  program , grief 

ขอขอบพระคุณ

  1. พ่อ แม่ น้องสาว น้องชาย  ลูกชาย  ครอบครัวที่น่ารักอบอุ่น ของข้าพเจ้า 
  2. ครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา คณะพยาบาลศาสตร์ มข. ทั้ง ป.ตรี และ ป. โท
  3. พี่แก้ว อุบล จ๋วงพานิช ที่คอยสร้างแรงบันดาลใจ สนับสนุน  เป็นที่ปรึกษาวิจัยตั้งแต่เริ่มเขียน proposal จนถึงวันสำเร็จ
  4. พี่แขก ที่คอยแทรกพลังคิด พลังบวก ตลอดมา
  5. ศ.สมบูรณ์ เทียนทอง ช่วยเหลา ช่วยอ่านโครงร่างวิจัย
  6. ผู้ทรงคุณวุฒิ อ่านเครื่องมือวิจัย 3 ท่าน ท่านอาจารย์จินตนา พี่เขียว พี่เกด  
  7. งานบริการพยาบาล รพ. ศรีนครินทร์ 
  8. คณะกรรมการพัฒนาวิชาชีพ  ทีมคลินิกวิจัย   
  9.  ทีมบริหารแผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรมและ พี่แข และทีมการพยาบาล 2ง
  10.  สถาบันวิจัย มข. ที่ให้ทุนสนับสนุน
  11.  ทีมหัวใจเด็ก  อาจารย์หมอหัวใจเด็กทั้งสองท่าน อ.ยุทธ อ.อิ๋ม 
  12.  ท่านอาจารย์ศรีเวียง และทีมการุณรักษ์
  13.  ทีมผู้ร่วมวิจัย  CoP Pediatric PC 
  14. นักสถิติที่ปรึกษาสถิติวิจัย 
  15. คณะกรรมการจริยธรรมวิจัย มข.
  16. งานสารบรรณแนะนำการทำหนังสือแต่งตั้งผู้ทรงฯ และยืมเครื่องมือวิจัย
  17. ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมท้อ และ สู้บากบั่นกับงานวิจัยชิ้นนี้ มากๆ 2ปีครึ่ง 
คำสำคัญ (Tags): #ิbereavement care#grief#bereaved parents
หมายเลขบันทึก: 703183เขียนเมื่อ 23 มิถุนายน 2022 16:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2022 19:41 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (4)

ก้าวต่อไปคือเขียน manuscript เตรียมต้นฉบับเพื่อนำเสนอตีพิมพ์ในวารสารการพยาบาลค่ะ

โปรแกรมน่าสนใจมากค่ะ ยอดเยี่ยม

น่าสนใจมาก R2R แบบนี้ที่อยากได้เกิดประโยชน์มากๆครับ

เป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ ที่พัฒนาโปรแกรมที่เป็นประโยชน์ได้ค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี