ธรรมชาติและชีวิต (Nature and Life)


       สิบกว่าปีที่แล้วผมป่วยหนักเกือเอาชีวิตไม่รอด (จริง ๆ แล้ววิกฤติถึงระดับตายแล้วฟื้นครับ) แต่จากการได้อ่านหนังสือ “ธรรมชาติช่วยชีวิต” ของ Dr. Tom Wu ซึ่งแปลโดยเรืองชัย รักศรีอักษร: พิมพ์ครั้งแรก 2552 และพิมพ์ครั้งที่ 13 ปี 2553) ชีวิตเปลี่ยนครับ จึงอยากแชร์กับเพื่อน ๆ ครับ 

        เนื้อหาหลัก ๆ ของหนังสือธรรมชาติช่วยชีวิตเสนอเกี่ยวกับการปั่นผักและผลไม้ในการป้องกันและรักษามะเร็งครับ Dr. Tom Wu เองก็ไม่ได้ชี้แนะว่า “ปั่นผักรักษา หรือป้องกันมะเร็งได้” นะครับ แต่เรื่องและมูลเหตุที่ทำให้ท่านหันมากินปั่นผัก และอาหารผลักเพื่อสุขภาพนั้นน่าสนใจยิ่งครับ 

        เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว Dr. Wu ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปลอดระยะที่สามแลหมอแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อเอาปอดข้างขวาออก แต่พอผ่าตัดก็พบว่ามะเร็งได้ลามไปอวัยวะอื่นแล้ว จึงต้องเย็บปิดแผลคืน 

        ในสภาพที่สิ้นหวัง  Dr. Wu จึงหันไปพึ่งพระเจ้าด้วยหวังจะได้รับความสงบทางจิตวิญญาณได้บ้าง จึงไปหยิบคัมภีร์ไบเบิลขึ้นมาแล้วคุกเข่าลงเพื่ออ้อนวอนพระผู้เป็นเจ้า แต่จู่ๆ คำภีร์ไบเบิลหล่นลงพื้นและเปิดไปที่หน้าที่ว่าด้วยพระเจ้าสร้างโลก จึงฉุกคิดว่าคงเป็นพระเจ้าชี้นำแน่ๆ และอ่านข้อความตอนนั้นอย่างตั้งใจความตอนหนึ่งว่าพระเจ้าได้ทรงสา้างโลกที่สดสวยให้กับมนุษย์แล้ว หลังจากนั้นก็สร้างอาดัมกับอิฟ และตรัสกับทั้งสองคนว่าดอกไม้ หญ้า ผักที่มีเมล็ดบนพื้น และผลไม้ที่มีเมล็ดบนต้นคืออาหารของพวกเขา  จึงอนุมาณว่าพระเจ้าทรงแนะนำให้กินพืชและผลไม้ 

         นี่คือมาของการกินผักและผลไม่ของ ​Dr. Wu ซึ่งเป็นจุดเร่ิมต้นของการกินปั่นผักในระยะต่อมา 

          หลังจากกินผักและผลไม้ได้ 9 เดือนและไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งพบว่าไม่ม่เซลล์มะเร็งอีกเลย เข้าจึงศึกษาและทดลองเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องจนเขียนเป็นหนังสือ Principle of Nature Care ออกมา  ออย่างไรก็ตาม ​Dr. Wu ก็บอกว่านี่ไม่ใช่วิธีรักษาหรือป้องกันมะเร็งนะ คนที่ป่วยเป็นมะเร็งยังควรไปพบแพทย์และรักษาตามวิธีแผนปัจจุบันอยู่ แต่ผลเชื่อว่า “ถ้าการกินผัก หรือปั่นผักทำให้คนเป็นมะเร็งปอดระยะที่สามแล้วหาย คนที่เป็นมะเร็ง หรือกลัวว่าจะเป็นมะเร็ง น่าจะลองใช้วิธีการที่เขาเขียนไว้ในหนังสือดังกล่าวดู” ครับ 

         สำหร้บผมนั้นย้งไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งนะครับ เพียงแต่มีประวัติครอบครัวว่า “พ่อและพี่ชายท้งสองคน (จากพี่น้อง 3 คน) เสียขีวิตด้วยมะเร็ง” ดังนั้นหล้งจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้หลังจากป่วยหนักเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ผมก็กินปั่นผักมาจนถึงปัจจุบัน และ 7 หรือ 8 ปีที่แล้วลูกศิษย์ได้มาถ่ายทำคลิปแนะนะการปั้นผักเพื่อสุขภาพ และนำเข้า Youtube  ไว้สามตอน ผู้สนใจสืบค้นดูไม่อยากครับ เพียงแต่ใส่คำค้นหาว่า “ปั่นผักเพื่อสุขภาพ ดร. สมาน อัศวภูมิ” ก็จะมีคลิปขึ้นมาให้ศึกษาได้ครับ  

          ที่นำเรื่องคลิปปั่นผักมาเล่าให้ฟัง ไม่ได้มุ่งหวังยอดวิวครับ แต่อยากเสนอทางเลือกสำหรับคนมีเป็นทุกข์จากพบว่าเป็นมะเร็งครับ และศึกษาของผมเอง ผมได้ข้อสรุปว่า “มะเร็งไม่ใช่โรค เป็นเพียงความผิดปกติของการทำหน้าที่ของเซลล์ อันเนื่องมากจากลักษณะนิสัยการกินและการดำเนินชีวิตของเราครับ ด้งนั้นหากพบว่าเป็นมะเร็ง หรือกลัวว่าตัวเองจะเป็นมะเร็ง ก็เปลี่ยนวิธีกินและการดำรงชีวิตตนเองเสียใหม่ มะเร็งมันจะตกใจและฝ่อไปเอง” ครับ 

         อย่างไรก็ตาม ผมไม่ใช่หมอนะครับ แต่เชื่อในวิธีการของ Dr. Tom Wu และได้ทดลองกับตนเองมากกว่าสิบปีแล้วครับ และผมเชื่อด้วยบริสุทธ์ว่าที่ผมมีชีวิตอยู่มาเกือบจะถึง 72 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และยังมีสุขภาพดี ไม่มีความดัน ไม่มีเบาหวาน และโรคที่จะต้องรับประทานยามาจนถึงบัดนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าที่ผมป่วยเป็นหลายอย่างน้ัน เพราะวิธีการนี้เป็นส่วนสำคัญครับ

 

สมาน อัศวภูมิ 

23 มิถุนายน 2565

        

หมายเลขบันทึก: 703178เขียนเมื่อ 23 มิถุนายน 2022 14:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2022 14:51 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี