ลอดถ้ำในถ้ำมืดมาก บางช่วงก็แคบ ต้องปีนต้องป่าย ต้องยอง ต้องหมอบ ต้องคลาน และต้องเตรียมไฟฉายไปด้วย ล่องแก่ง: คนขับไม่ชำนาญมีหวังไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี เป็นแน่แท้...

ต่อจากบันทึกที่แล้วหลังจากเร่งและรีบอย่างอิ่มหนำสำราญกับอาหารที่เขาเตรียมไว้ ทีนี้ล่ะก็ได้เวลาย่อยอาหารกันแล้ว

อย่างที่บอกไว้พวกเราซื้อแพ็คเก็ตทัวร์เอาไว้ล่วงหน้า เลยไม่ต้องคิดอะไรมาก เขาจะพาไปไหนเราก็ไปแหลก อย่าพาไปที่ชอบ ๆ ก็แล้วกัน

เห็นหน้าน้องแม็คโคร ที่จะขับรถพาเราไปลอดแล้วล่องก็ชักไม่แน่ใจ เพราะยังดูเด็กมาก อดถามอายุอานามตามประสาชอบรู้เรื่องชาวบ้าน น้องเขาบอกว่าอายุ 18 กว่า ๆ แล้ว แหม! บอกตามตรงว่าไม่ใช่ ไม่เชื่อ ก็เลยขอดูบัตรประชาชน แต่น้องเขาให้ดูใบขับขี่แทน  


 น้องแม็คโคร ขับรถ 6 ล้อขึ้นเขาลงห้วยได้เก่งมาก ๆ สอบถามดูที่บ้านเขามีกิจการรับเหมา เป็นเด็กที่เก่งมากนอกจากขับได้ก็ยังซ่อมได้..ด้วย

จุดแรกเราไปลอดถ้ำหงส์กันก่อน พี่เขาบอกสวยมากเป็นอันซีนเชียวน๊ะ ฟังแล้วผู้เขียนก็ขอเสียสละไปทันที ยกหน้าที่ให้นายดำดูแลลูกน้องต้นตาล

ก่อนเข้าไปในถ้ำก็ฟังคำบรรยายจากเจ้าหน้าที่ก่อน อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่นำไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งจะรับผิดชอบพวกเราทั้งหมด พี่เขาบอกว่ามีบางคนแอบไปเองกลับมาแขนหัก ขาหัก ก็มีกว่าจะมาตามเขาได้


             พวกเราขณะฟังการบรรยาย

เนื่องจากพื้นที่ภายในแคบ ดังนั้นจึงจำกัดการเข้าไม่เกินครั้งละ 18 คน เพราะกลัวว่าอากาศจะหายใจไม่พอกัน


ในถ้ำมืดมาก บางช่วงก็แคบ ต้องปีนต้องป่าย ต้องยอง ต้องหมอบ ต้องคลาน และต้องเตรียมกระบอกไฟฉายไปด้วย นี่ถ้าคุณพินิจไม่ชี้ชวนให้ดูความสวยงามของถ้ำก็เกือบลืมดู ด้วยความที่ต้องระมัดระวังในการเดิน จนลืมดูความสวยงามของถ้ำไปซะเนี่ย !

หลังจากเหนื่อยหอบ และเอาตัวรอดจากการลอดถ้ำหงส์ได้แล้ว เขาก็พาเรามาล่องแก่งกันต่อ มีทั้งแพเล็กและใหญ่ ถ้าอยากตื่นเต้นต้องแพเล็กค่ะ พลาดไม่ได้อีกแล้ว ผู้เขียนเสียสละเลือกแพเล็กอีกแล้วครับท่าน


ช่วงนี้สายน้ำยังไม่มากนัก ก็เลยยังไม่หวาดเสียวซะเท่าไร แต่ผู้เขียนไม่เคยล่องแพมาก่อนเลย ก็นับว่าตื่นเต้นน่าดู แต่ธรรมชาติป่าเขาอุดมสมบูรณ์และงดงามมั่กมาก

ค่าล่องแก่งต่อหัวคนละ 220 บาทเป็นของอบต.ค่ะ มีเสื้อชูชีพ หมวกพร้อม ไม่เสียดายเงินเลย มีรถรับส่งเรียบร้อย ทางลำบากมากตอนที่พวกเราขึ้นจากแพ คนขับไม่ชำนาญมีหวังไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี เป็นแน่แท้...