หลังจากที่ถือดาบเงื้อง่าราคาแพง อยู่นานในที่สุด คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงการคลัง ซึ่งมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ก็มีคำสั่งลงโทษ ไล่ออกนายศิโรตม์ สวัสดิ์ พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร กับข้าราชการระดับสูงอีก 4 คน ฐานไม่เรียกเก็บภาษีการโอนหุ้นมูลค่ามหาศาล จากคนในครอบครัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เป็นการลงโทษฐานทำผิดทางวินัยร้ายแรง ตามความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่เท่านั้นอาจจะยังไม่พอ เพราะยังมีข้อหา   ทางอาญารออยู่ ฐานละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีตามอำนาจหน้าที่ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งมีโทษจำคุก และอำนาจหน้าที่ของศาลจะเป็นผู้ชี้ขาด

           

         นับเป็นบทเรียนราคาแพงไม่เฉพาะแค่อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และข้าราชการกรมสรรพากรเท่านั้น แต่เป็นบทเรียนสำหรับข้าราชการในทุกกระทรวงทบวงกรม แต่อดีตอธิบดีกรมสรรพากร น่าเห็นใจเป็นพิเศษ เพราะว่า     ในระยะหลังได้กลับลำแล้ว และพูดว่า ถ้าให้เลือกระหว่างการยืนอยู่ในคุกกับนอกคุก ผมต้องเลือกยืนอยู่นอกคุกอย่างแน่นอนแต่เป็นการตัดสินใจที่สายเกินไป

            ภายในเวลากว่าห้าปี ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิณ เชื่อว่าคงจะไม่มีแต่เพียงข้าราชการกรมสรรพากรเท่านั้น ที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ น่าจะยังมีอยู่อีกมากมาย ที่ข้าราชการในสังกัดหน่วยงานอื่น ๆ ถูกกล่าวหา   ในทำนองเดียวกัน แม้แต่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นกับรัฐบาล ก็ยังโดนข้อหาเดียวกัน

          ข้าราชการเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่กับกฎหมายและระเบียบแบบแผนต่าง ๆ ของทางราชการ       จึงรู้ช่องโหว่ของกฎหมายอย่างทะลุปรุโปร่ง และสามารถทำเรื่องที่ผิดให้เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ หรือทำเรื่องที่ถูกกฎหมายให้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ได้ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หรือจะบิดเบือนกฎหมายไปในทางที่มิชอบ

            แม้แต่พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ก็มองเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้ประกาศให้การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาลเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะเห็นว่าระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ยังไม่ได้ยึดหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล ยังขาดความโปร่งใส ขาดหลักนิติธรรม ไม่ทำตามกฎหมาย       อย่างตรงไปตรงมา และขาดหลักความรับผิด ปล่อยคนผิดให้ลอยนวล

            การสั่งลงโทษไล่ออกข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรถึง 5 คน นอกจากจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เป็นการเตือนสติข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมต่างๆแล้ว ยังน่าจะเป็นการเริ่มต้นปลูกฝังหลักจริยธรรม และธรรมาภิบาล ในการบริหารราชการแผ่นดินอีกด้วย แม้ข้าราชการจะไม่โดนข้อกล่าวหาทุจริตเสียเอง แต่ก็อาจจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้

ไทยรัฐ (คอลัมน์บทบรรณาธิการ) : 27 ธ.ค. 49