บันทึกที่ ๑ บันทึกที่ ๒ บันทึกที่ ๓ บันทึกที่ ๔ บันทึกที่ ๕ บันทึกที่ ๖
ในสายตาของผม กมว. “งานเข้า” ในการประชุมเดือนตุลาคม เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ คือมีเรื่อง “ร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ....” เข้าสู่การพิจารณา เป็นเรื่องที่ กมว. มีความเห็นแย้งมติของคณะกรรมการคุรุสภา ตามใน บันทึกที่ ๖
แต่วันนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอ ร่าง ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สำหรับบุคคลที่ไม่มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการรับรองความรู้วิชาชีพทางการศึกษา คณะทำงานปรับปรุงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของคุรุสภา และคณะอนุกรรมการกฎหมายและระเบียบ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ
หมายความว่า เรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบมาแล้ว ๔ ขั้นตอน คือ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คณะอนุกรรมการ ๒ ชุด และคณะทำงาน ๑ ชุด เอามาเข้า กมว. ตามขั้นตอน โดยที่ใน บันทึกที่ ๖ ก็บอกแล้วว่า จริงๆ แล้วคณะกรรมการคุรุสภาได้มีมติไปแล้ว และ ๔ ขั้นตอนที่ผ่านมาเป็นการสนองคณะกรรมการคุรุสภาที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีข่าวครึกโครมว่ามีคนไปวิ่งเต้นให้ยกเลิกการสอบวิชาเอก เพราะมีผู้สอบไม่ผ่านจำนวนมาก
เท่ากับ กมว. ขวางเขาอยู่คณะเดียว
แต่ผมมองว่า เป็นการขวางการสมรู้ร่วมคิด ทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้เข้าสอบ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของคุณภาพการศึกษา เป็นการเอาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติในระดับอนาคตของชาติ (คือคุณภาพของพลเมืองในอนาคต) ไปแลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง และผลประโยชน์ของผู้แสวงประโยชน์จากระบบการศึกษา
กมว. ในการประชุมเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ มีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกสอบวิชาเอก ตาม ร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. .... เพราะ “ความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน (content knowledge) สำหรับครู มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงศึกษาธิการกำลังจะเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่ครูจะต้องสังเกตนักเรียนตลอดเวลา ว่าพฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกมา ได้สะท้อนถึงความเข้าใจในเนื้อหาวิชาหรือไม่ และการที่ครูจะมองนักเรียนออก จะต้องมีความแม่นในเนื้อหาวิชาที่สอน ซึ่งถ้าหากครูไม่แม่นในเนื้อหาวิชาที่สอน จะส่งผลให้คุณภาพการศึกษาด้อยลง ดังนั้น การสอบวิชาเอกจะเป็นการตรวจสอบคุณภาพของครู ว่ามีความแม่นยำในวิชาที่สอนหรือไม่ หากมีการยกเลิกการสอบวิชาเอกจะเป็นการทำลายคุณภาพการศึกษาอย่างหนึ่ง” (คัดลอกจากรายงานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔)
ต่อมาวันที่ ๒๙ ตุลาคม หนังสือพิมพ์ลง ข่าวนี้ สะท้อนว่า ข้อท้วงติงอย่างมีหลักวิชาการของ กมว. ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ผมก็มองว่า การต้องใช้เวลาถึง ๒ ปีแก้ปัญหานี้ สะท้อนความไม่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วิจารณ์ พานิช
๙ ต.ค. ๖๔ ปรับปรุง ๓๐ ต.ค. ๖๔