บันทึกที่ ๑   บันทึกที่ ๒  บันทึกที่ ๓  บันทึกที่ ๔     

การประชุม กมว. ที่ผมเข้าร่วมเป็นครั้งที่ ๕  ประชุมวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔    มีวาระคับคั่ง    ทั้งวาระปกติและวาระลับ    ที่ต้องลับก็เพราะผู้ขออนุญาตมีประวัติเสื่อมเสีย    เท่ากับคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กักไม่ให้บุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจในความเป็นคนดีเข้าไปอยู่ในวงการวิชาชีพการศึกษา

ทำให้ผมอดไม่ได้ ที่จะตั้งคำถามว่า เวลานี้มีคนไม่ดีอยู่ในวงการศึกษามากน้อยแค่ไหน    เสียงลือเรื่องการเรียกเงิน ในการบรรจุครู (๑)   และในการเลื่อนวิทยะฐานะครูและผู้บริหาร ที่ผมได้ยินมา (๒) สะท้อนว่า กลไกของ กมว. และคุรุสภาน่าจะไม่ค่อยมีประสิทธิผลนัก    และกลไกนี้ไม่ได้ทำงานอยู่บนข้อมูลความเป็นจริง    แต่ทำงานอยู่บนสมมติฐานหลอกๆ   

วาระ ๓.๑ ว่าด้วยเรื่องการปรับปรุงจรรยาบรรณของวิชาชีพ    ที่ทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอว่า ควรรอดำเนินการเมื่อ พรบ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่มีผลบังคับใช้    ซึ่งผมก็เห็นด้วย  แต่ผมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า การยกร่าง ข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพควรอยู่บนฐานความเป็นจริงในมิติที่ลึก และที่มีข้อมูลหลักฐาน    ว่าในปัจจุบันมีประเด็นความท้าทายเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ ที่ทำลายศักดิ์ศรีของวิชาชีพ และทำลายระบบการศึกษาอย่างไรบ้าง     จึงควรสนับสนุนการวิจัย  ประเมินสถานการณ์ความเป็นจริง ของจรรยาบรรณครูและบุคลากรการศึกษา     โดยน่าจะขอความร่วมมือจาก HITAP ที่ชำนาญด้านการประเมินเทคโนโลยีและมาตรการดำเนินการ (นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์)    ในการคิดโจทย์  และคิดวิธีประเมิน   

 วาระ ๕.๑ – ๕.๗ พิจารณาออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา    ระหว่างเดือนมีนาคม -  พฤษภาคม ๒๕๖๔ เลขาธิการคุรุสภา โดยรับมอบอำนาจจากคณะกรรมการคุรุสภา ได้อนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ๒๙,๓๗๖ ราย    ต่อใบอนุญาต ๓๕,๖๒๕ ราย    มีผู้ยื่นขอใบอนุญาตที่มีปัญหา ๖ ราย ที่ต้องนำมาเข้าพิจารณาใน กมว.   ซึ่งตัดสินไม่ยาก

วาระที่ใช้เวลามากที่สุดคือ วาระที่ ๕.๘ เรื่องการออกใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา แก่ผู้ได้รับปริญญาโทสาขาบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี   ที่ได้รับอนุญาตให้จัดการศึกษาปีละ ๑๐๐ คน    แต่ผลิตจริง ๒ พันคน    คณะกรรมการฯ มีมติให้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้จบการศึกษาปีละ ๑๐๐ คนตามที่ได้รับอนุญาต   ทางมหาวิทยาลัยนั้นส่งรายชื่อมาหลายครั้ง แก้แล้วแก้อีก    คณะกรรมการฯ มีมติให้ตรวจสอบรายชื่อ    โดยที่มีรายละเอียดความซับซ้อนที่ต้องขอข้อมูลยืนยันจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา     ซักถามและให้คำตอบกันยืดยาว

ผมให้ข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่า พฤติกรรมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ก่อปัญหาเชิงจริยธรรมหรือจรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างยิ่ง    เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีปัญหาด้านความซื่อสัตย์    แล้วจะผลิตบัณฑิตให้มีความซื่อสัตย์ และมีคุณธรรมด้านอื่นๆ ได้อย่างไร   ผมเสนอให้คณะอนุกรรมการปรับปรุงจรรยาบรรณวิชาชีพ นำเรื่องนี้ไปพิจารณา     เรื่องนี้ท่านประธาน กมว. รศ. ดร. เอกชัย กี่สุขพันธ์ได้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนดังนี้ (๓)     

วาระที่ ๕.๙ เป็นเรื่องแก้ไขหลักเกณฑ์การฝึกสอนในสถานศึกษาของนักศึกษา ของนักศึกษาครู ในสถานการณ์ระบาดของโควิด ๑๙  ซึ่งขณะนี้เป็นการสอนทางออนไลน์ทั้งหมด   จึงต้องปรับหลักเกณฑ์ให้ยืดหยุ่นกว่าเดิม   รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาวิธีการฝึกจัดการเรียนการสอนของนักศึกษา และการนิเทศโดยอาจารย์    ให้นักเรียนเกิด CLO – Core Learning Outcome ตามวัตถุประสงค์

ผมเสนอให้พิจารณาแนะนำให้นักศึกษาเขียน reflective journal ขึ้นระบบ ไอที สะท้อนการเรียนรู้ของตน  ให้อาจารย์เข้าไปอ่านและตั้งคำถามประกอบการนิเทศได้    ยิ่งหากเปิดให้กลุ่มนักศึกษาได้อ่านและตั้งคำถามต่อกัน ก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักศึกษา   และเป็นการฝึกทักษะ PLC เอาไว้นำไปใช้ตอนจบออกไปทำหน้าที่ครูได้ด้วย   

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษามีความซับซ้อนสูงมาก   และมีลู่ทางส่งเสริมให้พัฒนาได้มากมายหลากหลายมิติ       

การประชุมวันนี้ อยู่ในสถานการณ์ระบาดของโควิด ๑๙  ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน    วันนี้กว่า ๖ พันคน    และกรรมการประมาณสี่ในห้า รวมทั้งผม เข้าประชุมออนไลน์   

วิจารณ์ พานิช

๒ ก.ค. ๖๔  ปรับปรุง ๕ ก.ค. ๖๔