<p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">ผมเดินทางกลับมาบ้านเกิด ด้วยใบปริญญา ๑ ใบ และมีความคิด ความฝันที่จะพัฒนาถิ่นเกิดขึ้นเมื่อได้รับโอกาส ได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา จนเติบใหญ่เป็นต้นกล้าแข็งแรงที่พร้อมลงปลูกในป่าใหญ่</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"><div style="text-align: center">
</div>
<div style="text-align: center">“Wheel of Fortune”</div></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">เดินทางกลับมาบ้านครั้งนี้ ผมมองไปยังยอดเขาที่สูงชัน ผมเห็นดวงดาว พราวระยับอยู่เต็มฟากฟ้า ไม่ได้ได้ไกลเลยในความคิดผม ในครั้งนั้นหัวใจของผมเต็มไปด้วยความหวัง ความฝัน …นั่นคือความรู้สึกเมื่อผมเรียนจบและเดินออกจากมหาวิทยาลัย </p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">“สร้างสรรค์ ปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น”</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">เป็นสโลแกนของ สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) ช่างโดนใจผมจริง!!! </p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">มีคำถามเกิดขึ้นต่อในใจ แล้วจะทำยังไงละ??? ถึงจะสร้างสรรค์ปัญญาได้ กระบวนการที่นำไปสู่คำตอบนั้นก็คือ “งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น”Community Based Research : CBR</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในความคิดผม ประกอบด้วย Concept ๒ อย่าง คือ</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">๑. World view ที่แปลว่า “โลกทัศน์” หรือที่คุ้นชิน ที่เรียกว่า “กระบวนทัศน์” (Paradigm)</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">๒. Methodงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น โลกทัศน์ที่สำคัญที่สุดคือ เรามีทัศนะต่อสิ่งนั้นอย่างไร? เรามีทัศนะต่อชุมชนอย่างไร? หากเรามีทัศนะที่ผิดเสียแล้ว แทบจะไม่ต้องนึกถึง Method เลยครับ โลกทัศน์เป็นตัวกำหนดโจทย์วิจัยหรือ คำถามวิจัยด้วย ที่เราคุ้นชินตอนที่เรียนเรามักจะมองเลยไปที่ วิธีวิจัย (Method)มากกว่า</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">มีคนมักจะถามผมบ่อยครั้งว่า “คุณมีเครื่องมืออะไร?” มากกว่าให้ความสำคัญเรื่อง โจทย์วิจัยส่วนใหญ่โจทย์เป็นอย่างไร สนใจแต่คำตอบที่แทบจะออกมาเป็น “คำตอบบะหมี่สำเร็จรูป” ไปแล้ว บริโภคง่ายดี ไม่ต้องคิดมาก!!!</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">โลกทัศน์(World view) เกี่ยวกับงานวิจัย ที่ผ่านมามุ่งแต่เรื่อง Need Assessment แต่ทุกวันนี้เราคุยกันมากเรื่อง Potential assessment</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">โจทย์งานวิจัยเราก็จะมุ่งหาสภาพของชุมชนในมิติต่างๆ ว่ามันเป็นอย่างไร? (Situation analysis) ที่มักจะออกมาในรูปของ Descriptive research</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">แต่สำหรับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นแล้ว ผมมองว่า เรามุ่งคำถามที่ว่า“เราจะต่อยอดหรือพัฒนาต่อในศักยภาพของชุมชนที่มีได้อย่างไร?” คำถามน่าท้าทายมั้ยละครับ???? ขออย่างเดียวอย่าไปติดนิยามการพัฒนาแบบเดิมๆ ที่ข้อสรุปมักออกมาว่า “ชาวบ้านไม่มีศักยภาพ” ผมคิดว่า “มันเร็วไปที่จะด่วนสรุปแบบนั้น”</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">……….เริ่มต้นปฐมบทของงานเพื่อชุมชน</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">พลวัตรวิทยาการวิจัย งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">เพื่อตอบโจทย์ แบบที่ผมเขียนไป เราจึงต้องพยายามหาเงื่อนไข ที่ทำให้ชุมชนมีสภาพอย่างที่เป็นอยู่ สิ่งดีๆคืออะไร หาให้เจอ วิธีการที่เรานำมาใช้ คือ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครับ (Participatory Action Research : PAR) จะตัว P ตัวใหญ่ๆ หรือ อาจจะตัว R ตัวใหญ่ ตัวเล็ก- Par : paR : PaR ก็แล้วแต่ ขอให้มีเรื่อง “การมีส่วนร่วม”อย่างแท้จริง การมีส่วนร่วม จึงเป็นทั้ง วิธีการ (Mean)และ เป้าหมาย( End) ไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่โดดเด่นอีกอย่างคือ “การพัฒนาศักยภาพคน” ผลลัพธ์ตรงนี้ผมถือว่าสำคัญมาก เป็นการสร้างคน และเป็นการ“ติดอาวุธทางปัญญาให้ชุมชน”</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตามงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น อาจจะไม่ใช่เรื่อง “โรแมนติค” แบบหลายๆคนเข้าใจ พี่เลี้ยง : RC มีบทบาทสำคัญ เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ช่วยเรื่องกระบวนการ เป็นเบื้องหลัง ช่วยคิด ช่วยก่อ พร้อมผลักดัน ในการสร้างสรรค์ปัญญาที่พวกเราและชุมชนคาดหวัง ช่วยชุมชน ให้มี กระบวนการคิดเชิงระบบ (System thinking) วิธีวิทยาอาจเป็นเรื่องที่มาทีหลังนะครับ </p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ </p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">เรามีทัศนะอย่างไรกับคนท้องถิ่น? </p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal">เรามีทัศนะอย่างไรกับชุมชน?</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal" align="center">“ไร้รากหญ้า…ฤาผลิใบ”</p><p style="background: white; margin: 0cm 3pt 3pt" class="MsoNormal"></p>
วิจัยเพื่อท้องถิ่น : พัฒนาปัญญาเพื่อเพิ่มพลังคนฐานราก
อย่างไรก็ตามงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น อาจจะไม่ใช่เรื่อง "โรแมนติค"
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Linda Wathanakiathiwong · 24 ธ.ค. 2549
Linda Wathanakiathiwong · 24 ธ.ค. 2549
หิ่งห้อย · 24 ธ.ค. 2549
Oscar · 24 ธ.ค. 2549
“ไร้รากหญ้า...ฤาผลิใบ”
I like this message
(Sorry, there are not available to use thai font )
ขอให้กำลังใจ และมีทีมงานที่ผลักดันไปด้วยดี..อย่าท้อถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดนะค่ะ ยินดีแทนชุมชนจริงๆ
คุณ Kawao
ผมมองข้ามไปถึง ดุลยภาพ ในสังคมระหว่างคนท้องถิ่นกับโลก
ดุลยภาพที่ผมนึกถึง สิ่งที่จะนำไปสู่ตรงนั้นคือ "ความรู้" นั่นเอง
ไม่ว่าองค์ประกอบใดๆก็สำคัญเท่าเทียมกันครับ
“ไร้รากหญ้า...ฤาผลิใบ”
เรียน คุณศศิชล หงษ์ไทย (โรงเรียนพ่อแม่)
เรียนรู้กันไป มีท้อบ้าง.เป็นธรรมดาครับ.แต่ก็เลือกสู้ในทุกครั้งที่คิดถอดใจครับ :)
ขอบคุณมากครับ สำหรับกำลังใจ
ติดตามแลกเปลี่ยนกันเสมอๆนะครับผม
ต้องพยายามหาเงื่อนไข ที่ทำให้ชุมชนมีสภาพอย่างที่เป็นอยู่ สิ่งดีๆคืออะไร หาให้เจอ...ไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สุขสันต์วันคริสต์มาสคะ...(^___^)"""
คือ ความเชื่อมั่นในความดีงาม...ทุกสิ่งอย่างไม่ง่ายอย่างที่เราคิด...แต่ก็ไม่อยากที่เราจะทำ...
(^___^)
กะปุ๋ม
อาจารย์ Paew
ถือว่าเป็นการ SWOT Analysis หาสิ่งดีๆที่มีอยู่ ค้นหาศักยภาพเพื่อพูนพลังสิ่งที่มีอยู่ ให้ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนครับ
และระบบการศึกษาก็ต้องพัฒนาด้วย มีโจทย์ใหญ่ๆว่า การศึกษาจะรับใช้ชุมชนได้อย่างไร?
ประเด็นการศึกษานี้น่าเป็นห่วง และดูทีท่าว่าคงต้องพัฒนากันอีกนานสำหรับเมืองไทย
ขอบคุณอาจารย์ครับ
คุณ กะปุ๋ม ครับ
มีความสุขในวันคริสตมาสเช่นกันครับ
งานคงยุ่งนะครับ ไม่ค่อยเห็นแวะเวียนมาช่วงหลัง ขอให้คุณกะปุ๋มสำเร็จในหน้าที่ที่ทำอยู่ครับ
เชื่อมั่นและศรัทธา ครับ
ผมว่าการวิจัยในชุมชนน่าจะเป็นทางออกของการพัฒนาประเทศ ในวิกฤติชาติที่มีอาการหนักจากความรู้ไม่พอใช้ครับ
ให้ชุมชนได้รู้ และมีโอกาสสร้างความรู้เอง
เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก ทำยาก และหาคนทำได้ดีนั้นยากมากครับ
ส่วนใหญ่จะไปกวนให้เละซะมากกว่า
อยากเรียนรู้เรื่องนี้มากๆครับ
และอยากมีโอกาสทำเองมากๆด้วย
ผมก็ทำอยู่บ้าง ต่อไปนี้จะเน้นเรื่องนี้ให้มากครับ
มีอะไรจะมาแลกเปลี่ยนครับ
ชุมชนอยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานของความเรียบง่าย รู้จักพอและมีน้ำใจ และยังมีศักยภาพความสามารถที่แฝงอยู่ ...
หากเปรียบงานและชีวิตของเอกกับพี่...เรียกว่าคนละขั้วเลย
พี่เล็กเองไม่มีโอกาสใกล้ชิดกับสภาพบรรยากาศดังกล่าวและไม่มีความสามารถที่จะทำได้ ซึ่งน้องเอกคงจะเห็นถึงจุดดี ๆนี้อยู่และคงกำลังทำอยู่ใช่มั๊ย..? พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ
อาจารย์ ดร. แสวง รวยสูงเนิน
ความรู้ที่มีมากมาย แต่ไม่รู้จักนำมาใช้ หรือเปล่าครับ?
หรือ...ดึงเอาแต่เปลือกผิวเผินออกมาตัดสิน และใช้การ เรามักเข้าใจว่าการเรียนรู้เป็นแต่เพียงการ "ท่องความรู้เก่า" ระบบการศึกษาที่ผิดพลาดตั้งแต่เริ่มคิด ย่อมอ่อนแอ ลดทอนศักยภาพทุกอย่างลงหมด ไม่เว้นแม้แต่ ชุมชน
พึ่งใครไม่ได้ไงครับ!? เมื่อพึ่งใครไม่ได้แล้วจำต้องพึ่งตนเอง
พึ่งตนเองยังไง? นี่ก็คำถามใหญ่
"งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น" อาจเป็นทางเลือกในการสร้างมิติการสร้างสรรค์ปัญญารากหญ้าให้พัฒนาชุมชนของตนเอง
เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจริงๆด้วยครับ เพราะต้องเข้าใจ เข้าถึงก่อน
ขอบคุณท่านอาจารย์ ครับ
พี่เล็ก ศุภลักษณ์ หิริวัฒนวงศ์
ความเรียบง่าย พอเพียง เป็นฐานของชนบทไทยใช่แล้วครับ...
ความสุขที่แท้จริงก็เกิดจากเหตุนี้
แม้ว่าชีวิตผมและพี่จะแตกต่างกันคนละขั้ว แต่จุดร่วมเดียวกันที่เรามานั่งคุย และสบตากันอยู่ คือ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศครับ...ภารกิจที่ยิ่งใหญ่
เป็นกำลังใจให้พี่ด้วยเช่นกันครับ
คุณแผ่นดิน
"งานวิจัยควรเป็นวิถีชีวิต" ครับ จากคำพูดของ อ.ประเวศ ที่ผมชอบใจ
เพราะสถานการณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา รวดเร็วด้วยครับ การสรางและใช้ความรู้ใหม่จึงจำเป็นต้องถูกต้อง ชอบธรรมด้วย
หน้าที่ของการเรียนรู้คือให้รู้สถานการณ์ใหม่ ปรับตัวได้ รู้ตนเอง รู้ท้องถิ่น รู้โลก คนไม่เรียนรู้จะไม่สามารถเผชิญสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงแบบนี้ได้เลย
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่บ้านของคุณแผ่นดิน...จึงจำเป็นต้องรู้ทัน และเข้าใจครับ
ห้ามการเปลี่ยนแปลงคงยาก แต่สิ่งที่ยากเหมือนกันคือ การเข้าใจ รู้ทันความเปลี่ยนแปลงครับ
ให้กำลังใจคุณแผ่นดินครับผม
อ่านบันทึกนี้ ทำให้เข้าใจงานวิจัยท้องถิ่นดีแบบของคุณเอกชัดเจนขึ้น ตัวเองทำแต่งานวิจัยบนหอคอย โลกทัศน์คับแคบ ยังเคยสงสัยว่าคุณเอกทำอะไร บันทึกนี้ ทำให้ "หลุด" ขอบคุณค่ะ
อาจารย์หมอปารมี ครับ
เขียนขึ้นมาตามความเข้าใจ และอยากบอกครับ เพราะพื้นที่งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในประเทศของเราน้อยมากครับ อาจจะเห็นกันว่าไม่ได้สร้างอะไรให้เห็นทางกายภาพมากเท่าไหร่...
แต่ผมคิดต่างครับ ผมคิดว่า "งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น" เป็นพลังของปัจจุบันและอนาคตเลยทีเดียวครับ
ต่างคนต่างวิถี เหตุเพราะข้อจำกัดที่ควบคุมยากครับอาจารย์ บนหอคอย และบนลานดิน ต่างก็ทำหน้าที่กันอย่างดีที่สุด
ขอบคุณอาจารย์หมอครับผม
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น บรรยากาศเหมือนมิตรสหายไปเยี่ยมเยียน ถามไถ่สาระทุกข์สุกดิบ หยิบยื่นและน้อมรับปะปนกันไป ใครได้เข้าใกล้จะได้บุญได้กุศล แต่สิ่งหนึ่งที่ปะปนมาให้เห็นพอเป็นยาคือบรรดาก้อนอิฐ ที่ขว้างมาสะกิดพวกเราว่า ที่ข้าทำนี่สิจึงจะเป็นงานวิจัย พาไทบ้านคิดจะเป็นงานวิจัยได้อย่างไร
ข้อควรระวัง…งานวิจัยทั่วไป จะเป็นการขึ้นต้นทางปลาย สุดท้ายคือขึ้นหิ้ง…
อาจารย์ศักดิ์พงษ์
บรรยากาศของการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติ และเป็นวิถีเดิมของชุมชน เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ เพียงแต่เพิ่ทเติมการจัดการความรู้เข้าไป นำไปสู่การขับเคลื่อนของชุมชน เป็นกระบวนการวิจัยเพื่อชุมชน อำนาจที่บริสุทธิ์ เป็นอำนาจมาจากความรู้อันเกิดจากการเรียนรูร่วมกันเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของสัง "งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น" เป็นทางเลือกนั้น
"ตุ้มโฮม" ของคนอิสาน นั้นน่าสนใจครับ
ขอบคุณและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับสม่ำเสมอนะครับอาจารย์
พี่วีรยุทธ สิงห์ป่าสัก
งานที่พี่วีรยุทธได้ทำอยู่ในส่วนของงานส่งเสริมการเกษตรนั้น เป็นงาน PAR ที่ชัดเจนมากครับ บรรยากาศที่ผมได้เรียนรู้ผ่านบันทึกแฝงจิตวิญญาณของความรักชุมชน และศักยภาพชุมชนอยู่เสมอ
คำว่า "ติดอาวุธทางปัญญา" หลายท่านบอกว่าไม่ใช่ แต่ผมว่าใช่ เรากำลังทำเรื่อง "การจัดการความรู้" ความรู้ดีๆในชุมชนมากมาย ความรู้ที่จะเปลี่ยนไปเป็นปัญญาอันเกิดจากการสังเคราะห์ เพื่อพัฒนาชุมชน เป็นวิถีที่ต้องเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านงานวิจัยแบบไทบ้าน งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้...เป็นทางเลือก
เป็นงานวิจัยทางเลือกครับ