ฉันเห็นคนพูดถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้...TUNA Model ...ลปรร...KM…KS…KA…ฯลฯ ฉันกล้าท้าเลย....ท่านลองลงไปถามผู้ปฏิบัติดูซิ.....เขารู้จักไหม...จ้างให้...ฉันท้าจริงๆ….
คนที่จะรู้ความหมายของคำเหล่านี้จริงๆ.....รู้ให้ถ่องแท้และเข้าถึงกึ๋น...คือผู้ที่จะทำให้เกิดและได้สิ่งที่ต้องการ...คือ"คนคุณภาพ"อย่างเป็นรูปธรรม...ไม่ต้องมากหรอก...ขอเจ๋งๆซักทีม(ตามขนาดองค์กร)ก็พอแล้วฉันว่า....แล้วส่งไปตามหน่วยงาน..ไปควานหา...ความรู้ฝังลึกขององค์กร
ผู้ปฏิบัติทุกคน.....ไม่มีความจำเป็นต้องรู้ความหมายหรือวิธีการอย่างลึกซึ้งนักก็ได้(ถ้าทำได้มันก็ดีแหละ)..แต่ฉันว่า "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ"...ซะมากกว่า...อบรมแล้วก็เงียบหาย...หายไปกับกาลเวลา...อ้างว่า...ไม่มีเวลา...
บอกไปให้เขางงกันเล่นเปล่าๆมากกว่ามั้ง...และก็ไม่ได้แปลว่า...ถ้าเขาไม่รู้แล้วเขาจะไม่ได้ทำKM… พูดแล้ว...เขารู้สึกไม่รู้เรื่องยิ่งทำให้บางคนต่อต้าน...
“เอาอะไรมาให้ทำกันอีก....(วะ).... QA..HA…แล้วอะไรอีกล่ะ...ใครสั่งคนนั้นก็มาทำเอาเองก็แล้วกัน"...
.......ช้ำใจไหมล่ะ...รู้ว่าจะช้ำแบบนี้แล้ว...จะทำแบบนั้นทำไม....
ฉันเห็นผู้ปฏิบัติเก่งๆหลายคนทีเดียว...ในห้องผ่าตัด...มีเทคนิคดีๆ...จับเครื่องมือผ่าตัดแบบคลาสสิก...ควงกรรไกรตัดไหมที่ต้องใช้บ่อยๆเข้าอุ้งมือได้อย่างงดงาม...ลงมีดผ่าตัดได้สวย...ตรง...ง่ายในการปิด....ลงมีดเลาะแผลเป็นเดิมให้เย็บปิดได้ง่ายๆ...ล้วงช่องท้องอย่างนุ่มนวล...ไม่รุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อนของการที่ทำให้ความดันเลือดตก หรือ หัวใจเต้นช้า...สามารถถ่ายทอดเทคนิคและแนวคิดที่ง่ายต่อการเข้าใจ...แม้แต่ฉันซึ่งไม่ได้ผ่าตัดด้วย...ยังปิ๊ง..ในขณะที่บางคนทำไม่ได้.....
..... อย่างนี้ซิ......น่าถอดความรู้ออกมาให้คนอื่นได้สัมผัส......
ถ้าเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ ก็คงพอจะบอก พอจะสอนกันได้บ้าง...แต่นี่ระดับมืออาชีพด้วยกันแล้ว...คงไม่คิดที่จะบอกหรือไม่คิดที่จะอยากรู้อยากเห็นของกันหรอก.....ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรีที่มีอยู่ของแต่ละคน.....อัตตามันมี....ก็สุดแท้แต่เขา...ก็ต้องให้เครดิตกันไป....เทคนิคของใครก็ของมัน....
แต่ฉันยืนอยู่หัวเตียง(ผ่าตัด)เกือบทุกวันมาเป็นเวลานาน...ฉันรู้...ฉันเห็น..ความแตกต่างที่ปรากฎ.....นี่แหละผู้ปฏิบัติที่ประสบการณ์โชคโชน...ที่เป็นความรู้ฝังลึก.
...ฉันเห็นเขาทำงานอย่างมีศิลปะ..หัตถการแนบเนียน...ทำอย่างไรจะให้เขาถอดประสบการณ์ออกมาแบ่งปัน..เรียนรู้กัน...โดยไม่ต้องรู้ว่านี่เป็นการทำKM…ก็ด๊าย....ให้มันซึ่งเนียนอยู่ในเนื้องานนั้นๆแล้วน่ะแหละ ..ถูกถอดออกมาเองอย่างเต็มใจ...
ไม่ใช่พอรู้แล้ว....นอกจากจะไม่ยอมถอดให้อย่างเดียว...ต่อต้านไม่ให้ใครถอดซะด้วย...ของของเขา...สั่งสมมานาน...ใครจะบังคับเขาได้...ถ้าเขาไม่เต็มใจ....
เสียดายความรู้ฝังลึกจากประสบการณ์เหล่านี้นี่แหละ...ที่มันจะสูญหายไปกับกาลเวลา...และอายุขัยของผู้นั้น....
ฉันเห็นผู้ปฏิบัติเก่งๆ...ไม่ใช่นักพูด...ไม่ใช่นักเขียน...ยิ่งให้เขามาพิมพ์หรืออยู่กับ Comp.....ฉันว่า...เขาไม่เอาหรอก...ผู้ปฏิบัติเก่งๆ....ชอบปฏิบัติจริงๆ....โปรดเข้าใจ...
อยากได้อะไรในตัวเขา..ก็หาเทคนิคดีๆมาถอดเอาซิ...
ทำเถอะ...ฉันอยากให้ทำ..ก่อนที่ประสบการณ์ดีๆจะหายสาบสูญไป...พร้อมๆกับเขาและกาลเวลา
good note!
I agree with you.Even taking off your cloth has KM to make it look sexy or urgy.
Cheers!
คุณกฤษณา ถอด (ความคิด) ได้ถูกใจดิฉันมากเลยค่ะ ขณะนี้ คนในองค์กร จะมีอยู่ 3 ประเภท คือ
ถ้าองค์กรมีคนประเภทที่ 3 ก็ถือว่าเป็นโชคดีขององค์กรไป แต่ถ้าองค์กรมีคนประเภทที่ 2 คือ มีความรู้ในเนื้องาน แต่ขาดการจัดเก็บความรู้นั้น และขาดการถ่ายทอด ก็จะทำให้ความรู้นั้น เกิด และตายไปพร้อมกับคน ๆ นั้น แต่ถ้าองค์กรได้มีแรงกระตุ้น แรงเสริม แรงสนับสนุน ให้คนประเภทที่ 2 ได้มีการจัดเก็บความรู้ของเขา ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน หรือ องค์การหาเครื่องมือในการสกัดความรู้ของเขาออกมา และหาวิธีการถ่ายทอดความรู้ของเขา จะทำให้ได้เกิดความรู้ที่ต่อยอดเพิ่มมากขึ้น อันนี้หละคะ คือสิ่งที่ท้าทายสำหรับองค์กร
ส่วนความรู้เรื่อง KM นั้น ดิฉันคิดว่า เพียงแต่เราสามารถมีแหล่งเรียนรู้ และแหล่งข้อมูลให้เขาไว้ใช้ศึกษาด้วยตนเอง ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
สำหรับตัวเอง มีความเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ
อ่านแล้วนึกว่า rate R
เทคนิคการถอด จำได้คราบ
สมัยเด็กๆ เรียนที่โรงเรียนวัดที่ กทม BCC (วัดฝรั่ง)
มีเรียน เรียงความ ย่อความ คิดในใจ สอบทีไรเป็น แนวบรรยาย ไม่มี Choice ให้เลือก
ต้องปรับนิสัยครับ เด็กสมัยนี้ ถอดไม่เป็น (งาน) ถามทีไรก็
อาจารย์ให้ Choice หนูหน่อย A>>>B>>>C>>>D

คุณ ไม่แสดงตน
คุณไมโตคะ
คุณรัตติยาคะ...
อ.Paew คะ...
ท่าน อ.JJ คะ....
เสียงบ่นเบาๆในบันทึกนี้ตรงใจอยู่พอดีเลย…มีพี่ที่เห็นหลายคนในที่ทำงานเขามีความรู้ฝังลึกในตนที่เก่งมากๆแต่ไม่ชอบถอดไม่อยากถอด-ไม่ให้ถอด…แต่อิฉันก็ยังไม่ถอดใจที่จะพยายามถอดของพี่เขาให้ได้..ได้ไอเดียเรื่องที่ว่าถ้าจะรอให้เขาบันทึกเขาก็ไม่ชอบ..มักบอกว่าไม่มีเวลาว่าง..ใช้คอมไม่เป็น..แต่บางคนก็บอกไม่มีอารมณ์..เฮ้อก็คงต้องพยายามปลุกเร้าอารมณ์เขาต่อไปค่ะ..เห็นตอนนี้มีบางคนเริ่มจะยอมถอดออกมาให้เห็นบ้างแล้ว….
คุณ seangja คะ...
เผอิญไปเปิดอ่านเจอ เรื่องTacit Knowledge ในhttp://www.opdc.go.th/thai/E_Newsletter/dec_2006/e-newsletter/knowledge/KM.htm บอกว่า Tacit Knowledge นั้นจะฝังซ่อนเร้นอยู่ในตัวคน มีลักษณะเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ฝังซ่อนอยู่ใต้ทะเลซึ่งมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ
คุณใบบุญคะ...
คุณ กฤษณา ถอดความคิด ประสบการณ์ ความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นตัวหนังสือได้เนียนอย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ
โจทย์ที่ให้คุณไมโต จริงๆ ก็เพราะประสบปัญหาด้วยตัวเองด้วยค่ะ อ่าน แต่ไม่ค่อยได้ให้ความเห็น ไม่รู้จะให้ความเห็นความเห็นอะไร อยากมีคนช่วยชี้แนะ ก็เลยให้โจทย์เขาไป เพราะความเห็นของคุณไมโต เรียกว่า เป็นเหมือนบันทึกได้เลย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ ต่อยอดโดยแท้
เรียน..อ.ปารมีค่ะ
ดิฉันเห็น "ทีมคน..ของมอออ"....ล้วนคุณภาพทั้งสิ้น...น่าภูมิใจในองค์กรยิ่งค่ะ
คุณnidnoid คะ...จริงอย่างว่าค่ะ