เผอิญไปเปิดอ่านเจอ เรื่องTacit Knowledge ในhttp://www.opdc.go.th/thai/E_Newsletter/dec_2006/e-newsletter/knowledge/KM.htm บอกว่า Tacit Knowledge นั้นจะฝังซ่อนเร้นอยู่ในตัวคน มีลักษณะเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ฝังซ่อนอยู่ใต้ทะเลซึ่งมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

      1   อธิบายได้ แต่ยังไม่ถูกนำไปบันทึกให้เป็น Explicit Knowledge ซึ่งการบันทึกนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่การเขียน หรือเป็นเอกสารแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึง เสียง วิดีโอ เป็นต้น

       2 อธิบายได้ แต่ไม่อยากอธิบาย เพื่อนำมาทำให้เป็น Explicit Knowledge ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากวัฒนธรรมองค์กร หรือพฤติกรรมส่วนบุคคล รวมถึงความพร้อมของคน ๆ นั้น ดังนั้น จะต้องมีวิธีการในการทำให้บุคคลเหล่านี้ยินดีที่จะแบ่งปันความรู้เหล่านี้ เช่น การสร้างแรงจูงใจทั้งเชิงลบและเชิงบวก

        3 อธิบายไม่ได้ เนื่องจากเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เป็นพรสวรรค์หรือทักษะ ประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ซึ่งไม่สามารถถ่ายทอดด้วยการอธิบายได้ เช่น หมอจับชีพจรที่สามารถบอกได้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร หรือการดมกลิ่นหรือชิมไวน์แล้วสามารถบอกได้ว่า ผลิตที่ใด ในปี ค.ศ.ใด เป็นต้น ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดด้วยการอธิบายออกมาทั้งหมด    และทำให้เป็น  Explicit  Knowledge  ได้  จึงต้องมีวิธี ีการจัดการกับความรู้แบบนี้ เช่น หาคนมาถ่ายทอดต่อ โดยการฝึกฝนด้วยกัน โดยเป็นการสร้างคนให้มี Tacit Knowledge แบบเดียวกันขึ้นมาอีก ซึ่งต้องใช้เวลาในการสั่งสม หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยโดยการสร้างเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์   เลยน่าจะเอามาเติมเต็มบันทึกนี้ได้