จงมีสติ และคอยตื่นตัวระวังภัยรอบตัวเสมอ

ได้รับเมล์จากเพื่อน เกี่ยวกับ แท๊กซี่มหาภัย ซึ่งหลายคนอาจจะได้อ่านผ่านตามาบ้างแล้ว จึงนำมาลงให้เวียนกันไปอ่านเพื่อเป็นเครื่องเตือนภัย และ ช่วยให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้แท๊กซี่ได้ระวังตัวไว้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ที่สัญจร ผ่านไปมาตามสถานที่ที่กล่าวในเรื่องดังกล่าว

เรื่องที่ 1
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้เจอมากับตัวเองในการใช้บริการรถ Taxi (เขียวเหลือง) ค่ะ วันที่ 10/10/2549 หลังจากที่กลับจากทำธุระแถว ๆ ถนนศรีนครินทร์ และได้มาขึ้นรถ Taxi จากหน้าปากซอยสุเหร่า (ปากน้ำ) ทะเบียน มข-1224  ขณะนั้นเวลาประมาณ 20.30 น.พอขึ้นไปนั่งคนขับเขาปรับกระจกก่อนเลย และปรับแอร์ให้ตรงมาที่เรา แต่ตัวเขาจะนั่งให้ชิดติดพวงมาลัยเลย ซึ่งตัวเองเป็นคนที่ชอบอ่านเมลจากคนที่เคยเจอประสบเหตุการณ์จากรถ Taxi ก็ทำให้สังเกตุพฤติกรรมของคนขับมาตลอดและเราก็พยายามชวนเขาคุย แต่ก็คุยตอบกลับมาน้อยมาก พอนั่งไปซักประมาณ15 นาที ก็เริ่มหายใจไม่ค่อยออก และระหว่างทางเราก็โทรบอกที่บ้านนะว่าเราอยู่บนรถ Taxi ใกล้จะถึงแล้ว และเขาก็คอยมองกระจกตลอด หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มลืมตาไม่ขึ้น ณ ตอนนั้นเลยคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ เลย เราเจอกับตัวเองแล้ว ก็บอกให้เขาจอดรถเลย และเราก็เปิดประตูรถออกไปเลยซึ่งเขาขับช้ามาก  (คงจะรอให้ยาออกฤทธิ์ก่อน) เขาก็ค่อย ๆ จอดนะแล้วก็ถามเราย้ำว่า จะลงตรงนี้เลยเหรอฝนยังไม่หยุดตกเลย เราก็ยืนยันว่าเราจะลงตรงนี้ แล้วคนขับก็ค่อย ๆ ชลอรถ แล้วก็จ่ายตังค์ค่าโดยสารไปด้วยนะ แล้วก็เดินลงมาได้ 2-3 ก้าวก็เป็นลมหมดสติเลยคนที่อยู่บริเวณนั้นเขาก็มาช่วยปฐมพยาบาลกัน แล้วก็เล่าเหตุการณ์ให้เขาฟังเขาก็ให้เราแจ้ง รายการร่วมด้วยช่วยกัน และ แจ้งที่ สน.ท้องที่ที่เกิดเหตุ  ฉะนั้นเลยอยากเตือนทุกคนที่ใช้บริการรถ Taxi ให้ระมัดระวังตัวถ้าสังเกตุว่ามีพิรุธให้ลงทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวเองนะคะ  

เรื่องที่ 2
เนื่องจากในวันที่ 20 พฤศจิกายน  ดิฉัน.........................   ได้ไปปฏิบัติงานที่เกตย์เวย์ โดยออกจากเกตย์เวย์ด้วยรถตู้ของบริษัทในเวลา 20.30  และลงรถตู้ที่สี่แยกบางนาเวลา 22.00  โดยต่อรถแท็กซี่ทะเบียน ทพ8859  สีน้ำเงินแดงที่จอดรอผู้โดยสารอยู่ที่ถนนสุขุมวิท  ฝั่งตรงข้ามBITEC คนขับรถรูปร่างท้วม  อายุสี่สิบกว่า  ไว้หนวด  และไม่มีอาการตื่นตระหนกใด ใด เมื่อขึ้นรถดิฉันได้ตรวจสอบว่าทะเบียนในรถตรงกับนอกรถ  ดังนั้นจึงบอกแท็กซี่ว่าจะให้ไปส่งที่งามวงศ์วาน    ดิฉันสังเกตุว่าแท็กซี่พูดโทรศัพท์มือถือว่า " ผู้โดยสารขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว " เสร็จแล้วจึงออกรถ         จากนั้นได้โทรศัพท์บอกทางบ้านว่าตอนนี้ขึ้นรถแท็กซี่เรียบร้อยแล้ว  อีกไม่นานก็จะถึงบ้านเมื่อดิฉันวางสายโทรศัพท์  แท็กซี่ก็ทำเป็นกดปุ่มเปิดวิทยุ ( ซึ่งสังเกตุว่าไม่ใช่ จ.ส. 100 แต่เป็นช่องที่คลื่นไม่ชัดเหมือนพวกวิทยุสื่อสารมากกว่า )
คิดว่าคงจะเป็นปุ่มเปิดแอร์แรง ๆ  และทำให้ยาสลบทำงานด้วยค่ะ  จากนั้นสักประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ก็รู้สึกว่าชาบริเวณท้อง  และเริ่มหายใจไม่ออก  อึดอัดมาก ๆ เลยโทรศัพท์คุยกับทางบ้านไปเรื่อย และเริ่มเปิดกระจกหน้าต่างเพื่อให้ลมภายนอกเข้ามาในรถ  แต่รู้สึกว่าลมของแอร์ในรถจะมาปะทะหน้ามากกว่าเดิม เลยขอให้แท็กซี่จอดรถบนทางด่วนในตอนนั้นเลย   คนขับทักท้วงเล็กน้อยว่ามันไม่ปลอดภัย  แต่ดิฉันยืนกรานจะลงรถให้ได้  ระหว่างนั้นก็พูดบอกในโทรศัพท์ด้วยว่าถูกแท็กซี่มอมยา  อยู่บริเวณทางลงทางด่วนท่าเรือ  ให้มารับด่วน
แท็กซี่เลยจอดให้ลงจากรถ  ขณะนั้นดิฉันรู้สึกชามาที่ขา  และเวียนหัวมาก ๆ  ส่วนแท็กซี่ก็ขับรถออกไป  ดิฉันก็ค่อย ๆ เดินย้อนกลับมาที่ทางลงทางด่วนท่าเรือ  จนถึงถนนใหญ่  และรอให้คนที่บ้านมารับ เมื่อกลับถึงบ้านก็โทรศัพท์แจ้ง  191  และ  ร่วมด้วยช่วยกัน    จากนั้นก็พยายามดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อขับยาออกจากร่างกายคืนนั้นดิฉันรู้สึกว่าคอแห้งทั้งคืนค่ะ
จุดสังเกตุของเหตุการณ์นี้คือ
1)  แท็กซี่จอดรอผู้โดยสารที่บริเวณแยกบางนาซึ่งอยู่ใกล้สถานีตำรวจมาก แต่ก็สามารถทำการได้
2) เปิดแอร์แรงมาก ๆ และที่ช่องแอร์ฝั่งแท็กซี่มีกระดาษแข็งขนาดเท่าการ์ดปิดเอาไว้ด้วย
3) หลังจากเปิดแอร์แรง ๆ จนรู้สึกมึนใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
4) ผู้โดยสารเปิดกระจกรถ  และขอลงจากรถแต่แท็กซี่ไม่ได้ถามเหตุผลแต่อย่างใด  มีแต่ทักท้วงไม่ให้ลงในตอนนั้น
5) มีเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็โดนมอมยาแบบนี้เหมือนกันและทั้งหมดอยู่ในบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ
 ( สี่แยกบางนา , ซอยกิ่งแก้ว  , เทพารักษ์ ) ดังนั้นอยากให้พนักงานโตโยต้าระวังตัวให้มาก ๆ ค่ะ
6) เมื่อผู้โดยสารแจ้งในโทรศัพท์ว่าโดนมอมยา  แต่แท็กซี่ก็ไม่ได้มีอาการตื่นกลัว  กลับยิ้มแย้มแสดงว่าทำมาหลายครั้งแล้ว
7) ตรงบริเวณช่องแอร์ฝั่งแท็กซี่มีกระดาษมาปิดเอาไว้
จึงอยากจะเตือนเพื่อน ๆ ทุกคนให้ระมัดระวัง  หากเป็นไปได้อย่าเรียกแท็กซี่  หรือขับรถตอนกลางคืนคนเดียวเป็นอันขาด
ขอบคุณค่ะ

เรื่องที่ 3
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 21 พ.ย. หลังจากกลับจากการปฎิบัติงานที่ Gateway มาถึงบางพลี ประมาณ เกือบจะ 4 ทุ่ม ตอนกำลังจะกลับห้องมาขึ้น TAXI ที่บริเวณหน้า เซเว่น ฝั่งขาเข้าถนนกิ่งแก้ว ตอนนั่งไปแรกๆ รู้สึกว่าแอร์จะเปิดแรง และกลิ่นแอร์แปลกๆ ก็เลยยกมือขึ้นปิดจมูกไว้ พอนั่งไปสักพักเอามืออกก็นั่งไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเริ่มมีอาการเวียนหัว พอดีใกล้ถึงห้องแล้วเลยบอกให้ TAXI จอด แต่มันไม่ยอมจอดให้จนเริ่มเวียนหัวมากขึ้น หายใจไม่สะดวก ก็บอกให้จอดอยู่ประมาณ 3 รอบ มันถึงจอดให้ และหันมามองหน้าแล้วก็ยิ้ม จ่ายเงินไป 40 บาท รีบลงจากรถ หลังจากลงแล้วรู้สึกว่า จะจอดรอดูอยู่สักพัก แล้วขับรถออกไป (TAXI จำทะเบียนไม่ได้ ลักษณะของคนขับรูปร่างท้วมๆ ตัดผมรองทรง ผิวขาว)