ความเห็น


ผมจะเล่าเรื่องภัยบนรถ Taxi ซึ่งผมเจอกับตัวผมเอง 2 ครั้ง ครั้งแรก วันอาทิตย์ที่ 20 มิ.ย. 2547 สภาพรถค่อนข้างเก่า ทะเบียน มก-4495 คนขับชื่อนายวิโรจน์ เกื้อสกุล อายุประมาณ 30 ปี ผมนั่งเบาะหน้า พอรถเคลื่อนตัว มันก็เริ่มประกอบเวรกรรม มันใช้มือทั้งสองข้าง ซึ่งมันคงจะชโลมยาสลบเอาไว้แล้ว มาอังลมตรงช่องแอร์ ทำทีละข้าง สลับกันไป เพราะมันต้องถือพวงมาลัยไว้ข้างหนึ่ง ถ้าเป็นมือขวา มันจะใช้ช่องริมขวา กะให้ลมจากช่องแอร์ ไหลไปทางด้านเบาะหลัง ถ้าเป็นมือซ้าย มันจะใช้ช่องกลางซ้าย กะให้ลมจากช่องแอร์ ไหลไปทางที่ผมนั่งอยู่ ตอนนั้น ผมไม่สงสัย ในพฤติกรรมชั่วของมันเลย เวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที ผมเริ่มรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ผิวหน้าตึง ใจสั่น แต่ยังคงมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่พอเวลาผ่านไปอีก 3 นาที ผมมีอาการมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมกดปุ่มเลื่อนกระจกลง แต่ปุ่มถูก lock ไว้ ผมจึงบอกให้ มันเลื่อนกระจกลง มันเลื่อนกระจกลงมาประมาณครึ่งหนึ่ง ผมรู้สึกอาการดีขึ้น สักพักหนึ่ง มันเลื่อนกระจกกลับขึ้นไปอีก ผมต้องบอกให้ มันเลื่อนกระจกลงมาอีกครั้ง มันเลื่อนลงนิดเดียว พอให้รู้สึกว่ามีลมจากข้างนอกเข้ามา มือทั้งสองข้างของมัน ยังคงใช้รมยาผมอยู่ ผมถามมันว่า “ทำอะไรอยู่” มันตอบว่า “ทำไปตามความเคยชิน” ผมรู้เลยว่า ถ้ายังคงอยู่ในสภาพนี้อีกเพียงนาทีเดียว ผมต้องหมดสติแน่ ผมบอกให้มันจอดรถ โดยบอกมันว่า รู้สึกคลื่นใส้ จะอาเจียน แล้วผมก็ลงมารอเรียกรถ Taxi คันใหม่ แต่ผมสงสัยอยู่ว่า ทำไมมันจึงทนอยู่ได้ โดยไม่รู้สึกแพ้ยาสลบ ที่มันกำลังรมผมอยู่ หรือว่ามันพยายามใช้มือของมัน บังคับทิศทางลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ ให้มาที่ผม ครั้งที่สอง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 เม.ย. 2550 ทะเบียน ทย-9598 เวลาประมาณ 15.00 น. ผมนั่งเบาะหลัง ด้านคนขับ หลบแสงแดด ที่เข้ามาทางด้านซ้าย นั่งอยู่ไกลเกินกว่าจะเห็นชื่อคนขับรถ ที่อยู่ในป้ายชื่อพร้อมรูปถ่าย ซึ่งวางอยู่ด้านหน้าซ้าย แต่ดูรูปถ่าย เป็นคนละคนกับคนที่กำลังขับรถอยู่ คนในรูปดูเหมือนจะมีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ส่วนคนขับวันนี้ อายุประมาณ 40 ปี คิดว่ารถ Taxi คันนี้ คงจะขับกันอยู่ 2 คน สลับเวลากัน คนที่อยู่ในรูป คงจะเป็นเจ้าของรถ รถวิ่งไปได้ประมาณ 25 นาที ตอนนี้เริ่มออกมาชานเมืองแล้ว ผมได้ยินเสียงพ่นสเปรย์ 2 ครั้ง(ฟิด ฟิด) แต่ไม่เห็นขวดสเปรย์ เพราะนั่งตรงกับเบาะของคนขับ ผมเอะใจทันที เนื่องจากมีประสบการณ์มาแล้ว เลยรีบย้ายมานั่งด้านซ้าย สายตาผมมองไปที่คนขับตลอดเวลา พยายามมองหาขวดสเปรย์ แต่ก็ไม่เห็น คนขับคงรู้แล้วว่าผมสงสัย มือทั้งสองข้างจึงจับพวงมาลัยไว้ตลอด ไม่กล้าเลื่อนมือลงมาฉีดพ่นยาสลบอีก ประมาณ 1 นาที ผมก็เริ่มมีอาการ หายใจไม่สะดวก ผิวหน้าตึง ผมบอกให้จอดรถ เขาชะลอความเร็ว เปลี่ยนเลนจากช่องขวาไปซ้าย แต่ยังไม่จอด ผมกดปุ่มเลื่อนกระจกลง แต่ปุ่มถูก lock ไว้ ผมจึงบอกให้เขาเลื่อนกระจกลง เขาเลื่อนกระจกลงมานิดหนึ่ง แต่เลื่อนทั้ง 2 บาน คือ ด้านหน้าซ้าย และหลังซ้าย ตรงที่ผมนั่งอยู่ พอลมจากภายนอกเข้ามาโดนหน้าผม ผมรู้สึกอาการดีขึ้นมาก ผมจึงบอกให้ขับต่อไป เพราะใกล้จะถึงที่หมายแล้ว รถวิ่งไปอีกราวๆ 5 นาที ก็ถึงที่หมาย ครั้งนี้ ถ้าผมไม่รีบย้ายมานั่งด้านซ้าย เขาก็คงจะฉีดสเปรย์ซ้ำอีก จนกว่าผมจะหมดสติ ยาสลบที่บรรจุอยู่ในขวด คงจะเข้มข้นมาก เพราะเพียงแค่ฉีดพ่นออกมา 2 ครั้งสั้นๆ ผมก็เริ่มมีอาการแล้ว ครั้งนี้ ผมไม่เจอหลักฐานแบบครั้งแรก จับไม่ได้คาหนังคาเขา ได้ยินแค่เสียงฉีดสเปรย์ ไม่เห็นขวดสเปรย์ จึงขอปักใจเชื่อว่า น่าจะถูกรมยาสลบ 90 % อีก 10 % คนขับอาจจะพ่นน้ำยาดับกลิ่นก็เป็นได้ แล้วบังเอิญผมแพ้น้ำยานั้น ผมคิดว่า การเรียกใช้บริการรถ taxi วิทยุ น่าจะปลอดภัยกว่า การยืนโบกเรียกรถ taxi ริมถนน ทุกวันนี้ โจรในคราบคนขับ Taxi มีอยู่ไม่น้อย และนับวันจะเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าใครก็มาขับ Taxi ได้(ทั้งๆที่ โดยข้อกฎหมายแล้ว อาจจะไม่ใช่อย่างนั้น) แต่เจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวดเรื่องนี้เท่าที่ควร แต่ก็น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่เหมือนกัน กำลังคนน้อย ภารกิจมาก จำนวนรถ taxi ก็มากขึ้นทุกวัน ตรวจตรากันไม่ทัน เป็นช่องทางให้คนเลวสวมรอยเข้ามา และน่าเห็นใจคนดีๆ ที่ยึดอาชีพนี้เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว สำหรับผู้โดยสารแล้ว เมื่อนั่งอยู่ใน Taxi ก็คงต้องระวังกันให้มากๆ ทันที่ที่ได้กลิ่น หรือรู้สึกหายใจไม่สะดวก ผิวหน้าตึง แน่นหน้าอก คลื่นใส้ ต้องบอกให้คนขับ เอากระจกลงหรือไม่ก็บอกให้จอด แล้วลงจากรถทันที ถ้าคนขับไม่ยอมทำตามที่เราบอก ให้เปิดประตู ทั้งๆที่รถยังวิ่งอยู่ นั่นแหละครับ ถ้าเรานั่งเบาะหลัง เอามือขวา ยึดเบาะหน้าเอาไว้ กันไม่ให้ตกลงไป **** ดีกว่าเราต้องสลบอยู่ในรถ **** ******************************************************** ข้อความด้านล่างนี้ ผมอ่านเจอใน Web ------------------------------------------------- เรื่องเล่าจากเพื่อน >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>รู้ไว้ เผื่อต้องนั่งแท็กซี่ >>>>>> >> >>>> เรื่องเล่า วันนี้โดนแท็กซี่มอมยาล่ะ >>>>>> >> >>>>>> >>>> วันนี้ >>>>>> >> >>>>วันเสาร์ ได้ หยุด 1 วัน >>>>>> >> >>>>ก็เลยมาจตุ จักร พอประมาณ 6.30 น >>>>>> >> >>>>ก็ โบกแท็กซี่หน้าจตุจักร >>>>>> >> >>>> เพื่อที่จะมาวิภาวดีซอย >>>>>> >>20 >>>>>> >> >>>>ปกติเป็นคน ระวังตัวอยู่แล้ว >>>>>> >> >>>>ขึ้นรถ ปั๊บ >>>>>> >> >>>>สิ่งที่ทำสิ่งแรก คือ >>>>>> >> >>>>มองดูทะเบียน รถ >>>>>> >> >>>>แล้วก็สังเกตคน ขับ >>>>>> >> >>>>อ่านจากฟอเวิร์ดเมล์ ต่างๆ .... >>>>>> >> >>>>ขอบอก ว่า >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>พวกนี้ มีประโยชน์มากๆๆๆๆๆนะคะ >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>วันนี้ ที่รอดมาได้ >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>ก็ เพราะอ่านเมล์ที่เพื่อนๆกรุณาส่งมาให้อ่านนี่ล่ะ >>>>>> >> >>>>เคยอ่านว่า >>>>>> >> >>>>>> >>>>พวกนี้จะชอบเอามือมาอัง ไว้ที่แอร์ >>>>>> >> >>>>หรือไม่ก็ หมุนหน้าปัดวิทยุ >>>>>> >> >>>>คือไอ้ เจ้าคนขับคนนี้มันทำทั้ง 2 >>>>>> >> >>>>อย่าง >>>>>> >> >>>> แล้วขอบอก >>>>>> >> >>>>มันนิ่ง มากๆ >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>ทีแรก พอมันเอามือมาอังที่แอร์ >>>>>> >> >>>>เราก็เริ่มเอะใจ >>>>>> >>... >>>>>> >> >>>>ว่ามันจะมอม ยากูป่าววะเนี่ย >>>>>> >> >>>>แล้วมัน ไม่ได้อังแบบหน้าเกลียดนะ >>>>>> >> >>>>มันแค่เอาปลายนิ้วไปแตะไว้ตรง >>>>>> >> >>>>หน้ากากแอร์อันทางขวาช่วงล่างๆนิด เดียว >>>>>> >> >>>>ถ้าคนไม่คอยมองก็ อาจจะไม่สังเกต... >>>>>> >> >>>>สัก พัก >>>>>> >> >>>>มันก็เอื้อมมือไป หมุนหน้าปัดวิทยุอีก >>>>>> >> >>>> แล้วสักพัก >>>>>> >> >>>>>> >>>>เราก็รู้สึกวูบ...เร็วมากๆ >>>>>> >> >>>>คือหูจะเริ่มอื้อ >>>>>> >> >>>>หายใจไม่สะดวก >>>>>> >> >>>>จะรู้สึกอึดอัดมากๆ) >>>>>> >> >>>>ตาพร่า และแขนขาไม่มีแรง... >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>อาการแบบนี้เราคุ้นเคยนะ...จากการโดนวางยาสลบผ่าตัดมา แล้ว >>>>>> >> >>>>2 ครั้ง >>>>>> >>ทำให้เรามั่น ใจ >>>>>> >> >>>>ว่ามันเป็นยาสลบ แน่ๆ >>>>>> >> >>>>เสี้ยววินาที นั้น >>>>>> >> >>>>แล้วก็ยื่นหน้าสูด หายใจให้ลึกที่สุด >>>>>> >> >>>>ตอน นั้นรถยังวิ่งอยู่ตรงห้าแยกลาดพร้าว >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>แล้วก็ บอกว่า >>>>>> >> >>>> พี่ >>>>>> >> >>>>จอด...ขอลงตรงนี้ แล้วก็ควานหาน้ำมากิน >>>>>> >> >>>> เพราะอ่านเมล์อันนึง >>>>>> >>เค้าบอก ว่า >>>>>> >> >>>>>> >>>>ตอนที่เค้ามึนๆอ่ะ >>>>>> >> >>>>คนขับก็ยกน้ำขึ้นจิบบ่อยมาก >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>เราก็เลยคิดว่ามันอาจจะช่วยให้เราดี ขึ้น >>>>>> >> >>>>แล้วมันก็ช่วย จริงๆ >>>>>> >> >>>>อาการวูบหาย ไป >>>>>> >> >>>>แขนขาเริ่มมี แรง >>>>>> >> >>>>มีอาการมึนหัวเข้ามา แทนที่ >>>>>> >> >>>>ทั้งๆที่ก่อนขึ้น รถสมองปลอดโปร่งมาก....อย่างที่ >>>>>> >> >>>>บอกอ่ะ >>>>>> >> >>>> มันนิ่งมากๆ >>>>>> >> >>>>แล้วมันคงจะ รู้ว่าเรารู้ตัวแล้ว >>>>>> >> >>>>มัน คงอยากให้เราลงจากรถมันเหมือนกัน >>>>>> >> >>>>เพียงแต่ตอนนั้นอยู่เลนขวาสุด >>>>>> >> >>>>เข้าซ้ายไม่ได้ >>>>>> >> >>>>มันก็บอกว่า >>>>>> >> >>>>ลงได้ >>>>>> >> >>>> จะลงเลยมั๊ย >>>>>> >> >>>>>> >>>>แล้วก็ทำท่าจะหักพวง มาลัยกลับรถไปจอดให้ฝั่งตรงข้าม >>>>>> >> >>>>ตอนนั้นนึกได้ว่าเรามีกล้องดิจิตอล อยู่ >>>>>> >> >>>>.... >>>>>> >>ก็เอา วะ >>>>>> >> >>>>บอกมันว่าไม่ ต้อง >>>>>> >> >>>>ไปส่งให้ถึงที่น่ะ แหละ >>>>>> >> >>>>แล้วเราก็กด โทรศัพท์หาพี่ >>>>>> >> >>>>บอกว่าตอน นี้เราอยู่ที่แยกลาดพร้าวนะ >>>>>> >> >>>>กำลังจะไปถึง >>>>>> >> >>>>ตอนนี้อยู่ในแท็กซี่ อีก 10 นาทีจะไป ถึง >>>>>> >> >>>>ออกมารับด้วย ล่ะ >>>>>> >> >>>>แท็กซี่เขียวเหลือง นะ เลขทะเบียน >>>>>> >> >>>> มข. >>>>>> >> >>>>ช่วยจำด้วย อีก 10 นาที >>>>>> >> >>>>ใกล้ถึงแล้วจะโทรหา อีกที ..... >>>>>> >> >>>>เราเปิด กระจกไว้ตลอด >>>>>> >> >>>>แล้วนั่ง ให้ชิดประตูมากที่สุด >>>>>> >> >>>>>> >>>>เราก็หยิบกล้องขึ้น มา >>>>>> >> >>>>แต่ไม่กล้าถ่ายภาพ นิ่ง >>>>>> >> >>>>เพราะตอนนั้นก็ เกือบทุ่ม แสงน้อย >>>>>> >> >>>>แล้ว อีกอย่าง >>>>>> >> >>>>ไฟถนนมันสว่าง กว่าในรถ >>>>>> >>ถ้าใช้ แฟลช >>>>>> >> >>>>มันรู้ตัว แน่ >>>>>> >> >>>>ก็เลยปรับเป็นถ่ายวี ดีโอ >>>>>> >> >>>>แต่จะไม่ส่องที่ตัว มันโดยตรง >>>>>> >> >>>>แพนกล้องไป เรื่อยๆ >>>>>> >> >>>>หยุดอยู่ที่มัน เป็นระยะ >>>>>> >> >>>>แล้วมันคงจะ เป็นมืออาชีพ ... >>>>>> >> >>>>ที่ ตลอดเวลา >>>>>> >> >>>>มันไม่หันหน้า มาให้เราเห็นเลย >>>>>> >> >>>>ข้างๆก็ ไม่หัน >>>>>> >> >>>>มีเหลือบๆมองที่ กระจกบ้าง >>>>>> >> >>>>... แล้วภาพ ที่ถ่ายออกมา >>>>>> >> >>>>ก็ค่อนข้าง มืด >>>>>> >> >>>>>> >>>>แต่ก็พอระบุรูปพรรณได้เหมือนกัน >>>>>> >> >>>>มันค่อนข้างผมหยิกและ ผอม >>>>>> >> >>>>ก็มาถึงที่ หมาย >>>>>> >> >>>>ตรงนั้น มี >>>>>> >> >>>>รปภนั่งอยู่หลาย คน >>>>>> >> >>>>พอลงจากรถแล้ว มันก็ ไม่ยอมไป >>>>>> >> >>>>เราก็เลยเดินไป ตรงที่มี >>>>>> >> รปภ >>>>>> >> >>>>นั่งอยู่ เยอะๆ >>>>>> >> >>>>มันก็เลยขับออก ไป.... >>>>>> >> >>>>โทรไปเล่าให้พี่ คนนึงฟัง >>>>>> >> >>>>เค้าก็บอกลอง โทรไปที่ 1644 >>>>>> >> >>>>ก็เลยเล่า ให้เค้าฟัง >>>>>> >> >>>>สักพักก็มี คนโทรกลับมา >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>บอกว่า ให้เราพูดออนแอร์กับคุณพรสวรรค์ >>>>>> >> >>>>สวพ. >>>>>> >> >>>>91 >>>>>> >> >>>>ร่วม ด้วยช่วยกัน >>>>>> >>ตื่นเต้น เล็กๆ >>>>>> >> >>>>>> >>>>เค้าก็ถามถึงวิธีเอาตัวรอด >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>ไม่รู้จะมีใครเอาไปใช้ได้มั๊ย >>>>>> >> >>>>แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้ นะ >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>ตอนนี้ กลับมาถึงบ้านโดยปลอดภัย >>>>>> >> >>>>แต่ก็รู้สึกคลื่นไส้และมึนๆอยู่ >>>>>> >> >>>>ปกติไม่ค่อยชอบนั่งแท็กซี่เท่า ไหร่ >>>>>> >> >>>>เพราะก็กลัวๆเรื่อง พวกนี้เหมือนกัน >>>>>> >> >>>>ไม่นึก ว่าจะเจอจริงๆ >>>>>> >> >>>> >>>>>> >> >>>>ใกล้ ตัวมากๆ แท็กซี่"ยาสั่ง"อันตรายในเมืองหลวง การโดยสารรถแท็กซี่ที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสารอยู่ทั่วเมืองหลวงชองเราในทุกวันนี้ เป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย เนื่องจากจำนวนของรถที่วิ่งให้บริการและราคาค่าโดยสารที่ไม่สูงจนเกินไปนักสำหรับคนทำงานทั่วๆไป แต่การนั่งรถแท็กซี่ก็เป็นความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง สาเหตุมาจากคนขับรถแท็กซี่จำนวนหนึ่งกลับกลายเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของผู้ให้บริการ ความเสี่ยงอย่างที่สุดนั้นคือรถแท็กซี่เป็นที่ปิด หากว่าผู้โดยสารนั่งไปคนเดียวแล้วก็เท่ากับว่านั่งไปกับใครก็ไม่ทราบ ไว้ใจได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ และหากเกิดเหตุร้ายจะทำอย่างไรก็ยังไม่ทราบอีกเช่นกัน ทุจริตชนเหล่านี้จะเลือกเวลาหากินช่วงมืดค่ำ เนื่องจากว่าเวลานี้คนทำงานก็อยากกลับบ้านไม่มีเวลามาสนใจผู้อื่นมากนัก และยังสะดวกในการหายตัวไปกับความมืดอีกด้วย เหยื่อที่มักจะเลือกจะเป็นคนที่ขึ้นมานั่งรถคนเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นผู้หญิงแล้วอาจไม่เพียงเสียทรัพย์สินแต่อาจเสียตัวด้วยก็เป็นได้ ยาที่พวกนี้ใช้จะไม่มีกลิ่นใดๆทั้งสิ้นประกอบกับตัวของพวกมันเองก็มียากันยาแก้ไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว อาการของผู้ที่โดนยาสั่งนี้จะไม่มีสติเต็มร้อย รับรู้ แต่ตัดสินใจทำอะไรไม่ได้ กล่าว ง่ายๆคือมันจะสั่งให้เราทำอะไรก็ได้ ตั้งแต่ปลดทรัพย์สินในตัวส่งให้มัน ถามเราว่ามีมีบัตรเอทีเอ็มหรือไม่ ถ้ามีมันจะแวะตู้เอทีเอ็มแล้วสั่งให้เหยื่อไปกดเงินมาให้ได้เลย อาการเลื่อนลอยไร้สติเช่นว่านี้จะคงอยู่ช่วงหนึ่งไม่นานไปกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งเกินพอที่วายร้ายพวกนี้จะได้ในสิ่งที่พวกมันต้องการ ดังนี้แล้วโปรดใช้ความสังเกตุและระมัดระวังให้ดี หากว่าขึ้นไปนั่งรถคันไหนที่แอร์เย็นผิดปกติแล้วมีอาการมึนๆชาๆ สติเริ่มไม่อยู่กับตัวแล้ว ต้องสั่งให้มันจอดให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นการเอาตัวรอดจากความสุญเสียตั้งแต่เนิ่นๆ หาไม่แล้วอาจต้องตกเป็นเหยื่อของแก๊งค์แทกซี่"ยาสั่ง"เหล่านี้ได้
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี