ชีวิตที่พอเพียง 3658a. รวมพลังสู้ โควิด ๑๙ โดยใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

ประกาศสภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ สู้โควิด ๑๙ ด้วยมาตรการสูงสุด

ชีวิตที่พอเพียง 3658a. รวมพลังสู้ โควิด ๑๙  โดยใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

๑๔ มีนาคม ๒๕๖๓ ทำไมประเทศไทยจึงชะลอการระบาดของโควิด๑๙ ได้ดี

๑๙ มีนาคม ๒๕๖๓ รวมพลังสู้โควิด ๑๙ ระบาดขยายใกล้ระดับ ๓  

๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ รวมพลังสู้สถานการณ์โควิด๑๙ อย่างรู้เท่าทัน  

๒๓ มีนาคม ๒๕๖๓ คาดการณ์การระบาดของโควิด ๑๙และแนวทางป้องกันและรับมือ

บันทึกชุด โควิด ๑๙ของผม มีเป้าหมายให้ข้อมูลแก่สังคม เพื่อให้เห็นสภาพในปัจจุบัน และคาดการณ์ในอนาคตของการระบาดใหญ่นี้ในสังคมไทย   เพื่อรวมพลังกันรับมือ  ในลักษณะที่อดทนร่วมกันได้ในระยะยาว   เพราะข้อมูลจากทุกแหล่งบอกตรงกันว่ามาตรการที่เราใช้อยู่นี้เป็นการชะลอการระบาด    ลดการตาย   แต่จะมีผลให้การระบาดอยู่ยาว   รอจนมีวัคซีนและยาการระบาดก็จะสงบลงได้  

สิ่งที่ผมต้องการบอกสังคมคือคนที่ทำงานรับมือการระบาดของโควิด ๑๙ ทำงานหนักมาก เหนื่อยมาก และเครียดเพราะเสี่ยงภัย    พวกเราควรให้กำลังใจและขอบคุณท่านเหล่านั้น  

บ่ายวันที่ ๒๒ทางกระทรวงสาธารณสุขประกาศผู้ติดเชื้อรายใหม่ ๑๘๘ คน ใน ๑ วัน    กระจายไป ๔๒ จังหวัด ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมาย    เพราะเราเริ่มมีคนติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวมากขึ้น    เป็นผู้แพร่กระจายเชื้อออกไป   

การรับมือจะอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจกันของประชาชน    ในการปฏิบัติตัวให้ไม่ไปรับเชื้อและหากสงสัยว่าติดก็ต้องรีบรายงานตัว เพื่อรับการตรวจเชื้อ   คนที่อยู่ในข่ายต้องกักตัวเอง ๑๔ วันก็ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด    หากประชาชนไม่ร่วมด้วยช่วยกัน เราก็กอดคอกัน “จมน้ำ”  โดยสมัครใจ  

หน้าที่ของฝ่ายราชการคือเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้และบุคลากรให้เพียงพอ และอยู่ในสภาพดี    สำหรับการคัดกรองผู้เข้าไปในสถานที่สาธารณะต่างๆ   ตรวจเชื้อคนที่ต้องสงสัย    มีสถานที่กักตัวคนที่จำเป็นต้องกัก   คนที่ให้ไปกักตัวเองที่บ้านก็มีระบบติดตามอาการ    คนที่ป่วยก็มีสถานบริการรักษาพยาบาลอย่างดี   มีระบบดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการให้ได้พักผ่อนเพียงพอ  ไม่อยู่ในสภาพทำงานมากเกินไป    มีการให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างโปร่งใสชัดเจนเพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตัวถูกต้อง ไม่แตกตื่น   มีระบบปรึกษาและตัดสินใจมาตรการที่ใช้โดยใช้ข้อมูลและความรู้ของผู้ชำนาญเฉพาะทาง

จะเห็นว่ากรมควบคุมโรคทำงานหนักมาก   และเตือนจังหวัดต่างๆ ให้ระดมระบบสาธารณสุขชุมชน ที่มี อสม. กำนันผู้ใหญ่บ้านและ รพสต.เป็นกำลังให้เตรียมพร้อมรับมือกรณีมีคนที่ทำงานในกรุงเทพเดินทางกลับภูมิลำเนา เพราะสถานที่ทำงานถูกปิด    กรมควบคุมโรคเรียกร้องให้ร่วมมือกันลดการแพร่กระจายโรคโดยไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา    จะเห็นว่าการรับมือการระบาดครั้งนี้มีประเด็นที่ละเอียดอ่อนซับซ้อนมาก    

ฝ่ายราชการต้องหมั่นประเมินและทบทวนการปฏิบัติตามมาตร๖ ด้านที่ประกาศไว้   เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ    

ตกค่ำวันที่ ๒๒ เว็บไซต์Isranews เผยแพร่ความเห็นของ นพ. คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ว่า กทม.ควรทบทวนการสั่งปิดห้าง   เพราะไม่มีหลักฐานว่าห้างเป็นแหล่งแพร่เชื้อ    แต่การปิดห้างมีผลทำให้คนงานกลับต่างจังหวัดเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ    อ่านได้ที่ (๑)           

 เช้าวันที่ ๒๓  ผมฟังวิทยุจุฬา ๑๐๑.๕ ระหว่างเดินออกกำลัง    ได้ทราบข่าวมีตำรวจคนหนึ่ง ที่ไปปฏิบัติงานที่สนามมวยลุมพินี    และผู้บังคับบัญชาสั่งให้กักตัวเองที่บ้าน ๑๔วัน    แต่ไม่ปฏิบัติตามกลับบ้านที่ต่างจังหวัด และออกไปทำกิจกรรมบันเทิงมากมาย    และในที่สุดเป็นโควิด ๑๙   และคงจะแพร่เชื้อออกไปมากมาย   พฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมแบบนี้แหละครับที่จะทำให้เรารับมือการระบาดได้ยาก   

ก่อน ๗ น. ทาง กสศ.โทรศัพท์ถามความเห็นว่าผมจะไปบันทึกวิดีทัศน์และประชุมคณะอนุกรรมการกำกับทิศโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นในวันนี้ตามนัดหรือไม่    พร้อมทั้งให้ข้อมูลว่าพบผู้ติดเชื้อทำงานในอาคาร ไอบีเอ็ม ชั้น ๔   ที่กสศ. ตั้งอยู่ชั้น ๑๓    โดยที่ทางอาคารได้ดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในอาคารแล้ว     ผมแนะนำให้เขาประชุมแบบ ออนไลน์  และผมจะจัดทำ narrated PowerPoint ให้ ใช้การได้พอๆ กันกับการพูดบันทึกวิดีทัศน์    แต่หากจะให้ผมไปที่สำนักงาน กสศ. ตามนัดเดิมผมก็ยินดีไป    ซึ่งในที่สุดใช้การประชุมแบบออนไลน์

กระทรวงสาธารณสุขออกข่าวแนะนำประชาชนว่าหากเป็นไข้เจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ให้ปฏิบัติตัวอย่างไร   เน้นการแยกตัวเองจากคนอื่นในบ้าน   และไม่จำเป็นต้องไปตรวจเชื้อที่โรงพยาบาล   ให้รอดู ๔๘ ชั่วโมง หากอาการยังคงอยู่หรือรุนแรงขึ้น    จึงไปโรงพยาบาล     เพื่อป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลทำงานหนักโดยไม่จำเป็น     การสื่อสารสังคมเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ  และการใช้ทรัพยากรดูแลรับมือสถานการณ์ระบาดอย่างเหมาะสมแบบนี้แหละครับ ที่เราต้องช่วยกันยึดกุมสถานการณ์  

บ่ายวันที่ ๒๓  กรมควบคุมโรคประกาศผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ ๒๔ชั่วโมงจำนวน ๑๒๒ คน    บ่ายสามโมง ศ. นพ.อาวุธ ศรีสุกรี ส่งเอกสาร modellingที่บอกสถานการณ์ ๓๐ วันข้างหน้า   ว่าหากใช้มาตรการปัจจุบันจะมีคนติดเชื้อ ๓.๕ แสนคน    ตาย ๗ พันคน    แต่หากบังคับทุกคนอยู่กับบ้าน    จำนวนคนติดเชื้อจะเหลือ ๒๔,๐๐๐   ตายเพียง ๔๘๕ คน   

ค่ำวันที่ ๒๓ลูกสาวเปิด YouTube คำอธิบายของ ศ. นพ. ประสิทธิ์วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลให้เห็นกลุ่มประเทศที่ใช้มาตรการถูกต้อง คือ ญี่ปุ่น  สิงคโปร์ ฮ่องกง และเหตุผลที่เขาคุมอยู่ (๒)   และมาตรการที่จะช่วยให้ไทยเข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้    เมื่อดูโพสต์นี้ก็เห็นว่าเป็นผลงาน modelling ชุดเดียวกันกับที่ ศ. นพ. อาวุธ ส่งมาให้    

วันเดียวกัน กรมควบคุมโรคประกาศ๒๕ จุดเสี่ยง ใน ๗ จังหวัด ที่ (๓) (๔)   ให้ผู้สัมผัสจุดเสี่ยงเหล่านั้นตามวันที่ระบุแยกตัวเฝ้าระวังตนเองและรายงานตัวทันทีที่มีอาการไข้ เจ็บคอ ไอ    มีรายละเอียดที่ดีมาก    นี่คือมาตรการเผ้าระวังการระบาดที่คนไทยทุกคนต้องร่วมมือเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง และของคนไทยด้วยกันเอง   ถือเป็นการ ช่วยชาติ อย่างสำคัญในภาวะวิกฤติเช่นนี้

เช้าวันที่ ๒๔ผมประชุมออนไลน์กับคณะกรรมการมูลนิธิ IHPF   ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงแรกฟังรายงานสถานการณ์โควิด๑๙ จากคนวงในที่เข้าไปทำงานด้าน modelling ทำนายสถานการณ์การระบาดร่วมกับทีมของกรมควบคุมโรค    ได้ทราบว่าเวลานี้การติดเชื้อประมาณสองในสามติดจากคนภายในประเทศ    และในจำนวนนี้ร้อยละ ๒๐ ๓๐ หาต้นตอไม่ได้   มีการให้ความเห็นกันว่าการที่คนแห่กลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดมีทั้งผลดีและผลเสีย    ผลเสียเป็นที่รู้กันคือทำให้มีการแพร่เชื้อไปต่างจังหวัด   แต่ก็มีคนบอกว่าผลดีคือการแพร่เชื้อในต่างจังหวัดเกิดยากกว่าใน กทม.   และระบบการติดตามผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อทำได้ง่ายกว่าใน กทม.   

ผู้รู้บอกว่า มาตรการรับมือด้วยโรงพยาบาลของจีนต่างจากมาตรการของไทย   ไทยเราใช้โรงพยาบาลทั่วไปรับมือหลังจากโรงพยาบาลโรคติดเชื้อ (บำราศนราดูร)เต็มกำลัง   แต่จีนใช้วิธีสร้างโรงพยาบาลโรคติดเชื้อเพิ่ม    ข้อสังเกตนี้น่าสนใจมาก

ยังมีคนเสนอว่าทางการสาธารณสุขควรออกคำแนะนำกรณีในบ้านมีคนที่ต้องสงสัยว่าอาจไปรับเชื้อมา     และต้องกักตัวอยู่ในบ้าน   ทำอย่างไรจึงจะไม่นำเชื้อมาแพร่ให้คนในบ้าน    มีข้อมูลว่าบุคลากรสุขภาพในจีนที่ติดเชื้อโควิด ๑๙ ส่วนมากติดที่บ้าน    มาตรการป้องกันที่บ้านจึงสำคัญมาก     

ตกบ่ายกรมควบคุมโรคประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ประจำวัน จำนวน ๑๐๖ คน   มีคนตายเพิ่ม ๓ คน รวมเป็น ๔ คน    มีรายละเอียดแหล่งการติดเชื้อ ยกเว้น ๔๗ คนที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค   นอกจากนั้นยังประกาศ ๒๗ สถานที่และเวลาเสี่ยงแพร่เชื้อ (๕)     

สรุปได้ว่า เวลานี้สถานการณ์ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเวลาทอง” (golden period)ที่ยังสามารถเข้าไปจัดการให้อัตราการแพร่เชื้อลดลงได้    เราหวังว่า หากการดำเนินมาตรการได้ผล(หมายความว่าใช้มาตรการรุนแรง และประชาชนร่วมมือกัน)    เส้นทางการระบาดจะผงกหัวลงแบบของเกาหลีฮ่องกง และสิงคโปร์     ไม่พุ่งสูงแบบอิตาลีอิหร่านและอีกหลายประเทศในยุโรปรวมทั้งสหรัฐอเมริกา     เรายังหวังว่าจะทำให้รูปแบบการระบาดเป็นแบบเอเชียไม่ใช่แบบยุโรป

แต่ก็ประมาทไม่ได้    มีการพูดเรื่องการเตรียมโรงพยาบาลสนาม   การเตรียมใช้โรงแรมบางแห่งเป็นโรงพยาบาลสนามดูแลผู้ป่วยที่ไม่รุนแรง    เตรียมให้คำแนะนำให้ประชาชนดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อยได้โดยไม่แพร่เชื้อสู่คนอื่นๆ ในบ้าน   รวมทั้งมาตรการดูแลให้เวชภัณฑ์มีเพียงพอฯลฯ    เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง   

 บทความ Coronavirus : What this crisis reveals about US – and itspresident ในเว็บไซต์ของ บีบีซี    ชี้ให้เห็นความผิดพลาดของการดำเนินมาตรการใน ช่วงเวลาทอง ของสหรัฐอเมริกาที่มีสาเหตุมาจากภาคการเมือง    รวมทั้งความอ่อนแอของระบบคุ้มครองสุขภาพประชาชนของสหรัฐอเมริกา      

เวลา ๑๑.๓๐ น. วันที่ ๒๕ กรมควบคุมโรคประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่๑๐๗ ราย    รวมเป็น ๙๓๔ ราย    ช่วยให้ใจชื้นว่ามาตรการที่ใช้น่าจะถูกทาง   

อ. หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ส่งบทความเรื่อง Afiasco in the making? As the coronavirus pandemic takeshold,we are making decisions without reliable data เขียนโดย John P.A. Ioannidis ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มาให้ ว่าคนคิดอย่างนี้ก็มี    ผู้เขียนให้ความเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับมาตรการรุนแรง    แต่เขียนเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๓ก่อนที่การระบาดในสหรัฐอเมริกาจะพุ่งกระฉูดอย่างในปัจจุบัน   

ตกบ่าย รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ๖)   ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องแล้ว

วิจารณ์ พานิช  

๒๕ มี.ค. ๖๓   

   

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)