เมื่อวาน (15 ธันวาคม) เป็นวันแรกที่เราเปิดเวทีการนำKMมาขับเคลื่อนองค์กรเพื่อก้าวสู่LO ที่ผมบันทึกว่าเป็นวันแรก ก็เนื่องจากว่าที่ผ่านๆ มา เรานำการจัดการความรู้เข้ามาประยุกต์ใช้ในหน่วยงานแบบไม่บอกว่าทำKM และลงไปทำกันที่หน้างาน ซึ่งเราก็ค้นพบว่าวิธีการก็เหมาะสมดี แต่ที่เปิดเวทีและบอกว่าทำKM ก็เนื่องมาจากคุณเอื้อของเราท่านสุชาติ ทองรอด ท่านย้ายมาจากชุมพร และต้องการขยายวงให้มีการนำKM มาปรับใช้ในหน่วยงานให้เพิ่มมากขึ้น และทั่วทั้งหน่วยงาน คุณสายัณห์ และผมในฐานะคุณอำนวยอาสา ก็ต้องคิดหนักและออกแบบการเรียนรู้กัน ในเบื้องต้นกำหนดไว้ 1 วันก่อนเป็นการปูพื้น ลองติดตามดูกันไหมครับว่าทีมงานเราได้ทำอะไรกันบ้าง
- ภาพกิจกรรมในช่วงเริ่มต้น งานนี้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกฝ่ายมาเรียนรู้ร่วมกัน (20 กว่าคน)

สิ่งที่เราได้ออกแบบและดำเนินกิจกรรมในหนึ่งวันนั้นมีอะไร และผลเป็นอย่างไรบ้าง
- เริ่มต้นภาคเช้า ด้วยการพบปะและให้ความสำคัญกับการก้าวสู่LO ของหน้วยงานโดยคุณเอื้อ และเครื่องมือขับเคลื่อนLO ที่เราจะใช้ก็คือKM และวิสยทัศน์ของหน่วยงานก็คือ "เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งสู่การพัฒนาเกษตรกรและการเกษตรที่ยั่งยืน"
- หลังจากนั้นก็เป็นการเล่าเรื่องของการนำKMมาทำให้เนียนอยู่ในงานประจำโดยคุณสายัณห์ ปิกวงค์ คุณอำนวยตัวจริงของสำนักงานเกษตรจังหวัด
- ต่อมาก็เป็นผม (คุณอำนวยอาสา) ได้นำเข้าสู่หลักการและแนวการทำKM ด้วยการฉายวีซีดีฉบับสมบูร์ของ รพ.บ้านตากของคุณหมอพิเชฐ
- ภาคบ่ายย่อยอาหารด้วยการดูวีซีดีอีก 2 กรณีศึกษา คือ การจัดการความรู้ของเครือข่ายพืชปลอดภัยจังหวัดพิจิตร และ ภูมิปัญญาสู่การพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน
ในภาพรวม การเปิดมุมมองและการนำเข้าสู่การเรียนรู้KMของทีมงานเราก็ทำได้เพียงเท่านี้ หลังจากนั้นก็เป็นการสรุปบทเรียนของแต่ละคนว่าที่เห็นและฟังมานั้นคิดว่าKMเป็นอย่างไร ซึ่งก็ได้คำตอบที่หลากหลาย ทำให้ได้เข้าใจว่าแต่ละคนมีความเข้าใจ และได้มุมมองของแต่ละคน
จากนั้นเราก็ใช้วิสัยทัศน์หน่วยงานมาหา KV ใหญ่ และบทสรุปในเบื้องต้นของทุกคนก็คือเราจะใช้เวทีของการประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดทุกเดือนมาเล่าวิธีการทำงานที่เป็นเลิศของแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนได้ ลปรร.กัน ในเบื้องต้นผมและคุณสายัณห์ประเมินกันว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว และโอกาสต่อไปก็จะปรับกระบวนการกันต่อไป
หลายท่านอาจแปลกใจว่าแล้วที่ทำอยู่เดิมเป็นอย่างไร ผมก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมา เราก็ถูก กพร.กำหนดให้ทำ กระบวนการก็เริ่มต้นก็คล้ายๆ อย่างนี้เช่นกัน แต่เราทำทั้งจังหวัดเหมือนการชี้แจงการดำเนินโครงการโดยทั่วๆไป เพราะตอนนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ก็จะมีคนอยู่ส่วนหน่งที่เข้าใจ (เราไม่ต้องการให้มองเป็นโครงการแต่ภาพในใจของทุกคนเป็นอย่างนั้น) ต่อมาเราเรียนรู้และปรับกระบวนการ โดยเสริมเข้ามาสู่ในงานประจำทีละนิดละหน่อย เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เราก็ทำในจุดเล็กๆ ก่อน เริ่มทำจากเรื่องง่ายๆ และคนที่เข้าใจและสนใจ ประเมินในเบื้องต้นเราคาดว่าได้สร้างคุณอำนวยในภาคสนามได้แล้วประมาณ 10 คน (ดังจะเห็นในวีซีดีในวันเปิดงานNKM3)
มาวันนี้เมื่อคุณเอื้อเปิดโอกาส ก็ต้องปรับกระบวนการกันใหม่ วันนี้เราพูดว่าเราจะใช้KMขับเคลื่อนLO และได้เริ่มต้นกันที่สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วทุกตัวคนแล้ว และจะขับเคลื่อนกันได้อย่างไรก็คงต้องใช้เวลา และคงต้องปรับกระบวนการให้ทุกคนลงมือและเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติกันต่อไป เพราะการจัดการความรู้ไม่ทำไม่รู้ คงต้องคอยอ่านบันทึกกันอีกเป็นปีนะครับ
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
จริงจังแบบนี้ นำมาสู่ความสำเร็จค่ะ ขอบคุณค่ะ
ลุยงานตลอดนะครับ โชคดีที่ได้อ่านบันทึกนี้ ถือได้ว่าเป็นกระบวนการหนึ่งที่เอาไปใช้ได้เลยสำหรับการพัฒนาบุคคลากรในองค์กร ชอบ "คุณอำนวยอาสา" จัง กำแพงเพชรคงกระตุ้นในสายงานจังหวัดอื่น ๆ ได้ดีครับ เริ่มตั้งแต่ต้นปีงบประมาณเลย
ขอชื่นชมคุณเอื้อครับและทีมงานครับ
ติดตาม และเรียนรู้อยู่นะคะ เผื่อว่าจะได้นำมาปรับใช้กับกรมอนามัยได้ด้วย
เรียกว่าได้สิ่งที่จะต้องทำอย่างหนึ่งแล้วคือมาเล่าความสำเร็จหรือไม่สำเร็จในภารกิจที่ทำปกติในเวทีประชุมจังหวัด…คงมีอีกมากมายในภายหลัง พี่จะตามอ่านเพื่อนำไปปรับใช้ในหน่วยงานของพี่บ้างเพื่อก้าวเข้าสู่ LO จางๆ….เข้มข้น ๆ ๆ
ขอปรบมือดังๆเพื่อให้กำลังใจกับความมุ่งมั่นตั้งใจจริงครับ หากมีโอกาสขออนุญาตพาคนปูนไปศึกษาดูงานบ้างนะครับ….
ตามมาอ่าน และให้กำลังใจครับ
เดินหน้าต่อไป ด้วยใจมุ่งมั่นนะครับ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะได้เห็น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว น่าจะเป็นไปในทางที่อยากให้เป็นครับ .. ลงคนมัน มีใจ และหันหน้าไปทางเดียวกันได้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน อะไรที่ว่ายากก็จะง่ายขึ้นเรื่อยๆแหละครับ
เรียน ครูอ้อย
ขอบพระคุณมากครับที่ให้กำลังใจ
เรียน พี่ชาญวิทย์
เรียน คุณหมอนนทลี
เรียน ครูนงเมืองคอน
เรียน คุณเรวัตร
เรียน อาจารย์Handy
เรียน พี่นันทา
ขอบพระคุณมากครับที่คอยส่งแรงใจเสมอมา