ตอนบ่ายเมื่อวานนี้ได้ชมบารายตะวันตกและบ้านระเบิดไปแล้วเช้าวันนี้ต้องอำลาจากเมืองเสียมราฐหรือเสียมเรียบดินแดนแห่งปราสาทหินขอมโบราณไปแล้ว รถทัวร์พากลับไปกรุงพนมเปญ  ตามรายการเดิมจะได้กลับโดยนั่งเรือล่องโตนเลสาป ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แต่ช่วงนั้นน้ำแห้งทำให้เสียเวลามากและน้ำไม่สวย ทางไกด์จึงขอเปลี่ยนแปลง เราเลยอดล่องทะเลสาป น่าเสียดายมาก  นั่งรถมาสองชั่วโมงกว่าถึงเมืองหลวงไปทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารจีนชื่อ เพรสซิเดนท์ เป็นโต๊ะจีนระดับปานกลางก็ถือว่าใช้ได้               

            ช่วงบ่าย ไปชมคุกตูลเสลงอันลือชื่อเนื่องจากเป็นที่คุมขังทรมานนักโทษการเมืองสมัยที่เขมรแดงปกครองกัมพูชา เป็นโศกนาฎกรรมของประวัติศาสตร์ที่ชาว กัมพูชาไม่มีวันลืม  เดิมคุกนี้เป็นโรงเรียนมัธยมอยู่ในกรุงพนมเปญ เขมรแดงดัดแปลงอาคารเรียนเป็นคุกโดยถ้าเป็นนักโทษสำคัญก็อยู่ห้องเดี่ยวก็เป็นห้องเรียนเดิมนั่นเอง แต่เอาเตียงมาตั้งกลางห้องพร้อมเครื่องทรมานต่างๆ  นอกจากนี้ก็มีการซอยห้องใหญ่ให้เป็นห้องเล็กหลายๆ ห้องสำหรับขังอีกแบบ นักโทษที่ถูกทรมานจนตายก็นำไปฝังรวมกันในหลุมใหญ่ที่ขุดในทุ่งนาชานเมืองกัมพูชา ที่เรียกว่าทุ่งสังหารหรือ Killing Field นั่นเอง             

            ห้องอื่นมีการแสดงรูปถ่ายของนักโทษซึ่งมีทั้งชาวกัมพูชาเอง รวมทั้งชาวต่างชาติและทหารของเขมรแดงเอง มีห้องแสดงเครื่องทรมานต่างๆ มีอยู่ห้องหนึ่งมีบอร์ดเล่าเรื่องที่มีชาวต่างชาติที่เป็นฝรั่งมาชมคุกตูลเสลงแล้วถ่ายภาพออกมามีรูปนักโทษหญิงปรากฎมาในรูปนั้น แบบมีภาพคนตายติดมาในรูปดังที่เราได้ยินได้เห็นมาบ้างนั่นเอง ฝรั่งเขาก็ส่งจดหมายและรูปถ่ายกลับมาให้ดู โดยภาพที่เห็นลอยซ้อนอยู่นั้นเป็นภาพเดียวกับนักโทษหญิงคนหนึ่งที่มีรูปถ่ายขนาดใหญ่แสดงไว้ในห้องแรกๆ ที่ได้ชมมาก่อนจะถึงห้องนี้ ซึ่งเป็นภาพที่สะดุดตาภาพหนึ่งด้วยสีหน้าและแววตาที่โศกเศร้า หมดหวังเป็นที่สะเทือนใจยิ่ง !

            อีกห้องหนึ่งมีรูปถ่ายเป็นภาพที่เอาหัวกะโหลกจริงๆ มาเรียงจนเต็มกรอบที่เป็นรูปแผนที่ประเทศกัมพูชา เป็นนัยถึงความโหดร้ายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดงซึ่งเป็นภาพที่โด่งดังแพร่หลายไปทั่วโลก เดิมเราจะได้เห็นกะโหลกมากมายนี้วางอยู่จริงๆ แต่ปัจจุบัน แสดงเป็นภาพถ่ายแทน คงจะสยดสยองมากเกินไปนั่นเอง              

            ตลอดชั้นล่างของอาคารแสดงห้องต่างๆ ที่เล่ามา ชั้นบนก็มีอีกแต่ไม่ได้ขึ้นไปดูเพราะแค่นี้ก็สลดหดหู่มากพอแล้วสำหรับความโหดร้ายที่มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกัน แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่ช่วยเตือนใจเราที่เมื่อบ้านเมืองขาดความสามัคคี ขาดผู้นำที่ดี มีการชักศึกเข้าบ้าน ประชาชนก็เดือดร้อนแสนสาหัส  โชคดีที่ประเทศเราไม่เป็นแบบนี้              

            รูปที่แสดงนี้ไม่ได้เอาภาพบุคคลมาให้ชมกลัวผีตามมาสิง blog คราวหน้าไปชมสถานที่สวยงามอีกแห่งกันนะจ๊ะ

                    

                                                       คุกตูลเสลง

                       

                        สุสานหน้าคุกเก็บศพนักโทษชุดสุดท้ายที่หลงเหลือ
                        อยู่ในคุกตูลเสลงหลังเขมรแดงหมดอำนาจ  

                   

                                 ภาพถ่ายหัวกะโหลกในแผนที่ประเทศกัมพูชา

                      

                                     รูปวาดแสดงการทรมานนักโทษ