เมื่อชีวิตถึงจุดเปลี่ยน เปลี่ยนอาชีพ เปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนสังคมจากโรงงานสู่โรงเรียน ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับฉันดูจะแปลกใหม่ไปเสียหมดทุกอย่าง

  ----วันแรกที่ได้ทำหน้าที่ครู----

 "คุณครู" คำที่ฉันไม่เคยคิดฝันว่าจะมีใครเรียกฉันด้วยคำๆนี้ แต่เมื่อชะตาชีวิตกำหนดให้ฉันเลือกเส้นทางเดินสายวิชาชีพครู ฉันก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อที่จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด สิ่งที่ฉันได้พบเจอในช่วงเวลาเริ่มต้น ดูเหมือนจะเป็นบทเรียนที่ให้ประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงบทเรียนที่ฉันไม่เคยลืม ..

"เด็กชายนโม"

  นโมเป็นเด็กป.1ที่ฉันได้สอนในปีแรกของการทำงาน นโมเด็กชายหน้าตาน่ารัก พูดน้อย หนักไปทางซนและจะไม่อยู่นิ่ง เมื่อฉันดุนโมจะทำเหมือนไม่ได้ยินที่ฉันพูดและจะยิ่งต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่นโมทำนั้น ทำให้ฉันรู้สึกโกรธและโมโหอยู่ทุกคาบเรียนไป จนเกิดเป็นความรู้สึกเฉยชากับเด็กชายคนนี้ แต่ในใจก็ยังคิดว่าเราจะทำยังไงให้นโมเป็นเด็กดีขึ้น เชื่อฟังฉันมากขึ้นและไม่ต้องดุด่ากันในทุกครั้งไป 

--- เหตุการณ์ผ่านไป 3 เดือนหลังจากเริ่มทำงานวันแรกของฉัน -----

 นโมยังคงเป็นเด็กดื้อสำหรับฉันเหมือนเดิม เรายังต้องดุด่าว่ากล่าวกันเกือบทุกคาบเรียนเหมือนเดิม ฉันได้แต่คิดว่านโมคงไม่ชอบคุณครูคนนี้เสียมากๆ จากพฤติกรรมต่อต้านที่เค้าแสดงออกมา ฉันรู้สึกเสียใจที่ทำให้นโมรักฉันไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ทางฝ่ายวิชาการแจ้งมาว่า จะมีหัวหน้าสาระ หัวหน้าระดับชั้น หัวหน้าวิชาการ มานิเทศการสอนของฉัน ซึ่งตรงกับเวลาสอนของห้องนโม ณ ขณะนั้นฉันเครียดมาก และกังวลว่านโมจะทำให้ฉันไม่ผ่านทดลองงานหรือไม่ ฉันเครียดถึงขนาดว่า มองหน้านโมแล้วต้องออกไปร้องไห้นอกห้องเรียน มันคือความรู้สึกท้อใจ เสียใจและกังวลใจ โทษตัวเองที่เราทำดีไม่พอที่จะทำให้เด็กคนนี้รัก ทุกอย่างมันช่างยากสำหรับฉันที่เป็นครูใหม่ผู้ไม่มีประสบการณ์ ครูประจำชั้นนโมให้คำแนะนำฉันว่า ให้นโมไปหลบที่อื่นดีไหม เค้าจะช่วยดูแลนโมให้ เพื่อที่ฉันจะได้ไม่กังวลและสบายใจมากขึ้น แต่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่ทางออกของปัญหา และไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ นโมคงจะเสียใจหากฉันทำแบบนั้น ฉันจึงไม่เลือกการแก้ปัญหานั้น แต่เลือกที่จะเข้าไปถามเหตุผลจากนโมเอง

"นโม ทำไมนโมไม่ชอบเรียนวิชาครูอังครับ"

"......"

" นโมไม่ชอบครูอังเหรอ? " 

"....... นโมไม่ชอบครูอัง ....."

 คำตอบของนโมทำให้ใจฉันแทบพังไปตรงนั้น มันคือความเสียใจที่อธิบายไม่ได้ ฉันเก็บเอาคำตอบของนโมไปคิดหลายวัน เพื่อที่จะหาสาเหตุที่เด็กคนหนึ่งจะไม่ชอบครูของเค้าที่เจอหน้ากันแทบทุกวัน อาจเป็นเพราะฉันดุเค้ามากไป เป็นเพราะฉันไม่เข้าใจธรรมชาติของเค้า หรือเป็นเพราะฉันทำหน้าที่ไม่ดีมากพอ หลายคำถามที่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา และก็หาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้สักที

 วันหนึ่งนโมมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป นโมนั่งนิ่งๆที่โต๊ะของเค้า นั่งวาดรูปในสมุดเล่มหนึ่ง ไม่ลุกจากที่เหมือนที่เคยทำ ฉันเข้าไปพูดคุยและชมรูปภาพที่นโมวาด และปล่อยให้เค้ามีสมาธิที่โต๊ะแบบนั้นจนหมดชั่วโมงเรียน โดยไม่ลืมที่จะกล่าวคำชม 

"นโมเป็นเด็กดีมากครับวันนี้"

ฉันยิ้มให้นโมและเดินออกจากห้องไป เพื่อไปสอบถามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนโมกับครูประจำชั้นของเค้า

 "นโมต้องกินยาสมาธิ เพราะอยู่นิ่งไม่ค่อยได้ ต้องไปพบแพทย์และต้องใช้ยาเข้ามาช่วย" 

เมื่อฉันได้ยินแบบนั้น ก็พอจะเข้าใจถึงความเปลี่ยนไปของนโม พลางคิดโทษตัวเองในใจว่า ทำไมเราถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย ทำไมเราถึงไม่เข้าใจในความผิดปกติของเค้า ทำไมเราถึงเอาแต่ดุด่าว่ากล่าวเค้า ทั้งๆที่สิ่งที่นโมทำ อาจทำไปโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำไมเราช่างเป็นครูที่ไม่เข้าใจเด็กเลย ทำไม?

.

.

" นโมบอกแม่เค้าว่า ถ้านโมกินยา นโมจะเป็นเด็กดี แล้วครูอังจะรักนโมใช่ไหมแม่ "

 ฉันน้ำตาซึมและจดจำคำพูดนี้ของนโมที่ผ่านมาถึงฉัน เป็นบทเรียนสำคัญบทเรียนหนึ่งที่ฉันจะจดจำมันตลอดไปในช่วงชีวิตความเป็นครูของฉัน เพื่อให้ฉันเข้าใจสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่ยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน สิ่งเล็กๆที่เรียกว่า "ศิษย์"