ถึงโสภิดา

      สวัสดีปีใหม่โสภิดา เป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีใช่ไหม? นี่ฉันเอง คนที่คอยเฝ้าดูเธอมาตลอด เหนื่อยใช่ไหม? 365 วันที่ผ่านมามีหลายๆอย่างที่ยังอยู่ และอีกหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลงไป เธอคงเจออะไรมามากสินะ กว่าจะผ่านได้แต่ละวันคงเหนื่อยน่าดู ฉันคิดว่าเธอคงอยากบอกอะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านมา แต่ฉันขอบอกเธอก่อนเลยละกันปีนี้เริ่มต้นเดือนใหม่แล้วขอให้เธอจงเข้มแข็ง อดทน เสียสละเพื่อส่วนรวมให้มาก เพราะที่ผ่านมาเธอก็ผ่านเหตุการณ์หลายๆ อย่างมาได้ก็เพราะสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้เธออายุ 27 ปีแล้ว  โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่เด็กประถมที่ชอบวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะหน้าบ้านตั้งแต่เช้าถึงค่ำจนแม่ต้องเดินมาตามให้กลับไปกินข้าวเย็น ไม่ใช่เด็กที่ปั่นจักรยานกับเพื่อนได้โดยไม่สนอะไร ไม่ใช่เด็กที่นอนดูทีวีได้ทั้งวันถ้าวันนั้นมีหนังที่เธอชื่นชอบ เธอคือผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทำงานที่แท้จริงแล้ว กิจวัตรที่ทำอยู่ทุกๆ วันมันคงทำให้เธอชินแล้วหรือยัง กิจวัตรที่เธอต้องตื่นนอนแต่เช้า เข้าแถวเคารพธงชาติพร้อมนักเรียนทุกๆ วัน เตรียมแผนการสอน จัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่ได้รับผิดชอบ ก็จะเป็นแบบนี้ไปทุกๆ วันตั้งแต่เริ่มเข้าสู่อาชีพครู เธอจะกดดันทุกครั้งที่การนิเทศน์การสอน เธอจะเครียดทุกครั้งที่จะได้รับการประเมินจากคณะกรรมการ และกังวลทุกครั้งที่ได้รับหน้าที่สาธิตการสอนให้กิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนได้จัดขึ้น บางท่านอาจจะถามว่าแล้วจะเครียดทำไม จะกังวลทำไม แค่การสอนมันไม่ได้ยากเลยแต่กลับง่ายด้วยซ้ำ ใช่ค่ะ การสอนง่ายแต่มันง่ายสำหรับเด็กปกติที่พร้อมจะเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มันง่ายสำหรับครูที่มีความรู้ความสามารถอย่างดีที่พร้อมจะถ่ายทอดความรู้ที่ตนเองได้ร่ำเรียนเพราะตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่าฉันจะเป็นครู แต่เธอไม่ ไม่ใช่เลย ฉันยังจำได้ดีก้าวแรกที่เธอเดินเข้าไปยังห้องธุรการของโรงเรียนแห่งนั้น เธอไม่มีความคิดเลยว่าเธอจะมาเป็นครู เธอคิดแค่ว่าเธออยากมีงานทำ เธออยากส่งเงินให้แม่ได้ สามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องขอเงินจากพ่อและแม่อีกต่อไป แต่หารู้ไม่ ว่าสิ่งที่ต้องเจอหลังจากเขียนใบสมัครใบนั้นเสร็จสิ้นแล้วต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอกลายเป็นครูไปโดยปริยาย เธอกลายเป็นแม่ของเด็กๆ พิการ เธอต้องดูแลชีวิตลูกๆ ในห้องประจำชั้นของตัวเองอย่างใกล้ชิด เธอต้องประสานกับผู้ปกครองและรายงานกิจกรรมของเด็กๆ ให้กับผู้ปกครองได้ทราบอย่างต่อเนื่อง จากเด็กผู้หญิงที่เรียนจบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษธุรกิจ ความใฝ่ฝันนะหรอค่ะ สำหรับเธอก็น่าจะเป็นพนักงานโรงแรม แต่งตัวสวยๆ ว่างก็หาร้านกาแฟนั่งชิลกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนสนิทที่รุ่นราวคราวเดียกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย จะเรียกได้ว่าคนละโลกก็ว่าได้ สังคมที่เคยเจอแต่เพื่อนฝูง เล่นกัน พูดหยาบคายใส่กันอย่างสนุกสนาน แต่ตอนนี้กลับต้องมาอยู่ในสังคมที่มีผู้คนมากมายทั้งอายุน้อยกว่า ทั้งอายุมากกว่า นิสัยก็แตกต่างกันออกไปซึ่งเธอก็ต้องอยู่กับสิ่งเหล่านั้นให้ได้ หน้ากากบางครั้งถ้าจำเป็นเราก้ต้องใส่มันบ้างเพื่อปกป้องตัวเอง ความเป็นตัวของตัวเองเราไม่สามารถแสดงมันออกมาได้ทุกสถานที่ บางอย่างเราต้องเก็บไว้ บางอย่างต้องเงียบบ้าง ต้องหัดเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ฉลาด ไม่อวดเก่งจนเกินงามและไม่ทำตัวโง่เขลาจนไร้คุณภาพ ปฏิบัติตนอย่างถูกกาลเทศะ แล้วประสบการณ์จะสอนเราเองว่าที่ทำมาเกิดผลอย่างไรกับตัวเราบ้าง ซึ่งตอนนี้เธอคงผ่านสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว เธอผ่านมันมาได้แล้ว เธอเริ่มมีประสบการณ์หลายๆอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสอน จากแรกๆ ที่กลัวสอนไม่เป็นด้วยซ้ำไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เธอมาไกลแล้ว เธอเก่งมากแล้วที่ทำได้ขนาดนี้ ต่อไปในอนาคตเธอต้องเก่งกว่านี้อย่างแน่นอน ฉันเชื่อแบบนั้นะ ฉันอยากให้เธอจำเอาไว้ว่า เธอไม่ต้องดีที่สุด เธอไม่ต้องเก่งที่สุด แค่เธอทำทุกวันให้ดีที่สุดเท่านั้นเธอก็จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสามารถผ่านอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตได้อย่างแน่นอน

                                                                                                    เป็นกำลังให้เสมอนะ

                                                                                                             โสภิดา