บางสถานที่ บางเหตุการณ์เราไม่สามารถย้อนกลับไปได้ มีเพียงภาพถ่ายที่ยังทำให้เราย้อนกลับดูคืนวันดี ๆ ที่มีความสุขได้ ทุกการเดินทาง
มีเรื่องเล่า มีความทรงจำดีๆ เสมอ ภาพถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือ

ฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนรู้จัก “ดอยม่อนจอง” ดอยที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดสูงสุดของดอยม่อนจอง
เรียกว่า หัวสิงห์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,929 เมตร นี่ฉันพาตัวเองขึ้นมาสูงขนาดนี้เพื่ออะไร การเดินทางที่แสนยากลำบาก เพียงคำว่า “แสงแรกของวัน” ทุ่งหญ้าสีทอง สายหมอกจาง ๆ

แสงแรกของวัน ที่ทุกคน ณ จุดนั้นเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นอย่างจดจ่อ เป็นวันที่อากาศหนาวเย็น ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เต็มไปด้วยหมู่ดาว
สวยอย่างบอกไม่ถูก เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุด ลำดับต้น ๆ  ของประเทศไทยก็ว่าได้ อันที่จริงฉันก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากนักกับเรื่องชมพระอาทิตย์ขึ้น จนวันหนึ่งฉันได้พาตัวฉันไปพบแสงแรกของวัน เวลา 06.19 น. ฉันได้เห็นกับตาตัวเอง แสงแรกของวันสวยอย่างนี้นี่เอง พระอาทิตย์เริ่มปรากฏ
ที่ขอบฟ้า ท่ามกลางทะเลหมอก ท้องฟ้าเริ่มสว่าง อากาศเริ่มอบอุ่น ฉันนั่งมองภาพที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความสุขใจ

เวลา 07.28 น. ฉันเดินลงมาจากจุดสูงสุดของดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ ฉันได้ถ่ายภาพนี้ไว้เพื่อย้ำเตือนว่ามิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเป็นเพื่อนที่ดี คือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แก้ไขปัญหาทั้งหมดด้วยกันพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวซึ่งกันและกัน เป็นที่ปรึกษา รับฟังเหตุผลต่าง ๆ

สุขใจที่ได้ถ่ายทอดความรู้ สุขใจเมื่อได้พบ “รอยยิ้มเยียวยาทุกอย่าง”เมื่อฉันเข้าห้องเรียนฉันจะตั้งใจสอน ถ่ายทอดความรู้ทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การใช้ชีวิต ฉันคอยย้ำเตือนลูกศิษย์เสมอ จงเป็นคนดี ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาเอาตัวรอดให้เป็น มีความรับผิดชอบ
อย่าเป็นภาระของสังคม 

จากห้องเรียน สู่การดูแลสถานศึกษา ฉันมีหน้าที่ดูแลปัจจัยพื้นฐานของโรงเรียน อาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ทุกคน
มองว่าหนัก และไม่มีท่านไหนอยากทำ แต่ด้วยที่ฉันเป็นคนที่ผ่านอะไรมามากมาย ได้ฝึกประสบการณ์จากครูที่อาวุโสหลายท่านในการทำงาน “งานหนักไม่เคยฆ่าคน”  ที่สำคัญคือ นักการภารโรง หากไม่มีพวกเขาสถานที่แห่งนี้คงไม่งดงาม  บนเนื้อที่ 101 ไร่ 97 ตารางวา นี่คือบ้านอีกหลังของเรา ทุกคนช่วยกันดูแลโรงเรียนของพ่อ (ในหลวง ร.9) ด้วยความร่วมมือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันย่อมทำทุกอย่างสำเร็จไปด้วยดี

“เศรษฐกิจพอเพียง” สิ่งที่ฉันได้เล่าเรียนมาตั้งแต่เด็กพ่อแม่คือครูคนแรกที่สอนให้รู้จักปลูกข้าว การทำนา ปลูกผัดสวนครัว และย่าเป็นคนทำให้ฉันรู้ว่า ผักที่มีอยู่ในสวนหลังบ้านมีราคาสามารถขายได้ จนวันที่ฉันได้ตัดสินใจเข้าไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เชียงราย
ที่นี่ทำให้ฉันได้เรียนรู้หลาย ๆ สิ่ง โดยเฉพาะเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ตามรอบพระราชดำริในหลวง ร.9 เป็นสิ่งที่ดีงาม ฉันจึงพูดเรื่องความพอดี
ที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ให้นักเรียนฟังเสมอ.....

“วิธีพุทธ” ฉันก็เป็นปุถุชนทั่วไปคนหนึ่งที่ยังคงมีกิเลส และสิ่งที่ทำให้ฉันละทิ้งซึ่งกิเลส และเป็นที่พึ่งในตอนที่ฉันรู้สึกเป็นทุกข์ ก็คือ พุทธศาสนา เป็นเครื่องขจัด ขัดเกลาจิตใจของฉันให้สงบลง มีสติในการใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข

“ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์” ต้นแบบที่ดีสำหรับฉันหลายอย่างที่พระองค์ท่านทำให้พวกเรา การศึกษาถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านให้ความสำคัญ ฉันทำงานในโรงเรียนของท่านโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานนามว่า “โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ” ฉันจะเดินตามรอยของท่าน

“เจ้าดอกไม้” ในมือฉันช่างสวยงาม เมื่อแสงแดดกระบท กลิ่นอันหอมฉันไม่รู้จะเริ่มยังไง ดอกไม้ที่ร่วงลงพื้นดินมีแต่คนเดินผ่าน  
แต่ยังมีใครบางคนที่เห็นค่าเก็บมาปัดเศษดินออก เห็นถึงความสำคัญที่คนอื่นมองไม่เห็น มีแต่ผู้คนเหยียบย่ำ ตัวฉันเป็นครูเป็นคนเก็บดอกไม้
ที่ไม่มีใครสนใจ เปรียบดอกไม้เป็นนักเรียนที่ไม่มีใครสนใจมีแต่คนว่าไม่เอาไหน แต่ตัวฉันก็ยังตั้งใจสอนนักเรียนห้องสุดท้ายโดยที่ไม่สนใจ
เสียงเล่าอ้าง สำหรับฉันมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ขัดเกลาให้นักเรียนไปคนดี

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าขาดสองท่านทั้งนี้ หากไม่มีพ่อ แม่ ฉันก็คงไม่ได้เกิดมาทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ ความรัก ความห่วงใย ที่ทั้งสอง
มีให้ฉันมันมีค่ายิ่งนัก ยากที่จะหาอะไรมาตอบแทนท่าน ขอให้สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ ณ ตอนนี้ไปในทิศทางที่ดี เพื่อได้ตอบแทนท่านทั้งสอง
“ที่สุดแห่งความดี คือความกตัญญู”