จริงๆ เมื่อเด็กๆ วิถีในชนบทเมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน เราก็มีชีวิตอย่างนี้อยู่แล้ว พอโตขึ้นใยต้องโหยหา

เสาร์อาทิตย์นี้ตื่นขึ้นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่ฟ้าสาง ลมหนาวที่คลายความหนาวโชยมาอ่อนๆ น้ำจากปลายสายยางที่บีบเพื่อให้พุ่งไปถึงต้นไกลๆกระเซ็นใส่เนื้อตัวและหน้าตา สายลม ละอองน้ำ ตลอดจนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเพิ่มพลังความสดชื่นให้หัวใจ รดน้ำต้นไม้เป็นงานบ้านที่สร้างความเบิกบานให้เสมอ โดยเฉพาะในเช้าวันหยุดอย่างนี้

วันหยุดมักตื่นเช้ากว่าวันทำงาน อยากตื่นอยากลุกเสียยิ่งกว่า(ฮา) ความคิดและการกระทำพวกนี้ บอกวัย ความอ่อนล้า บอกอุปสรรค หรือบอกความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ได้ดีพอสมควร(ฮา) เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจ จนถึงคิวตัวเองเข้านั่นแล้ว

วันหยุดไม่ค่อยได้หยุด มีเรื่องโน้นเรื่องนี้ทำตลอด โดยเฉพาะเข้าช่วงหนาวอากาศยามเช้ายั่วยวนใจ แต่หลายเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีโอกาส จนเกิดคำถามแรงๆในใจ อยากมาอยู่อย่างนี้ อยากเรื่อยเฉื่อย เฉิ่มๆ ช้าๆ ไม่ให้เวลากำกับเราบ้าง หลุดจากความยุ่งเหยิงเสียบ้าง อย่างที่สมัยใหม่เขาเรียก"slow life"  ก็อยากและตั้งใจมาอย่างนี้ไม่ใช่หรือ?

จริงๆ เมื่อเด็กๆ วิถีในชนบทเมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน เราก็มีชีวิตอย่างนี้อยู่แล้ว พอโตขึ้นใยต้องโหยหา หายไปได้ยังไง หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ งาน ความรับผิดชอบ ความละโมบ หรือความไม่พอ..

เวลาเดินดูต้นไม้ ดูฟ้า ฟังเสียงนก เสียงลม เสียงความเงียบ อย่างที่ชอบ?

ชีวิตของเราเป็นของเราจริงๆ?