ชีวิตที่พอเพียง 3571. เรียนรู้จากการทำงานตัดสินรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ๒๕๖๒


ผมเขียนเล่าข้อเรียนรู้จากการทำงานตัดสินรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลปีก่อนๆ ไว้ที่ (๑)(๒), (๓), (๔), (๕)

ปี ๒๕๖๒ มีการประชุม IAC (International Award Committee) ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒   แล้วมีกำหนดตามเสด็จทัศนศึกษาที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๐    แต่สมเด็จพระกนิษฐาธาชเจ้าฯ ประชวรเข้าโรงพยาบาล    จึงงดทัศนศึกษา 

การประชุม IAC จัดที่โอเรียนเตลเรื่อยมา ไม่เคยเปลี่ยนสถานที่เลย    และกรรมการต่างชาติก็พักที่นี่    สะดวกสบายมาก    ที่เปลี่ยนไปสำหรับปีนี้คือตึกใหญ่ของโรงแรมมีการซ่อมใหญ่ ปิดให้บริการ    แขกต้องไปพักที่อาคารเก่า     และบรรยากาศของโรงแรมเงียบกว่าทุกๆ ปี    ไม่มีพิธีแต่งงาน  

ปีนี้มีรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ ๖๖ คน    และยกมาจากปีที่แล้ว อีก ๒ คน    รวมเป็น ๖๘   ทาง SAC (Scientific Advisory Committee) ศึกษารายละเอียดแล้ว เสนอชื่อ strong candidates 5 คน    ปีนี้กรรมการและเลขานุการ SAC  เปลี่ยนเป็น ศ. นพ. ประเสริฐ อัสสันตชัย     นำเสนอผลการประเมิน ๖๖ คนใหม่เร็วกว่าปีก่อน    โดยนอกจากเสนอ strong candidates 5 คนแล้ว ยังมีบุคคล หรือ issue ที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่ง    ได้แก่เรื่องการควบคุมบุหรี่    การพัฒนาพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมเพื่อสุขภาพ    VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor),  Tissue Engineering  และอื่นๆ    

ผมเพิ่งไปประชุมเรื่อง Critical Thinking ที่ลอนดอนเมื่อวันที่ ๒๓ - ๒๕ กันยายน    เมื่อมาได้สัมผัสคำแนะนำของกรรมการท่านหนึ่ง คือ ศาสตราจารย์ Aaron Ciechanover จากอิสเรล ศัลยแพทย์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2004    จากผลงาน ubiquitin-mediated protein degradation (6)    ผมก็บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของคนที่ critical thinking สูงมากเป็นพิเศษ 

ท่านแนะนำว่า ต้องช่วยกันทำให้รางวัลนี้มีชื่อเสียง    โดยหาทางให้มีการเสนอชื่อ candidate ที่มีผลงานดี    โดยการประชาสัมพันธ์ที่ไปถึงบุคคล และสถาบัน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่จะเสนอชื่อ strong candidate มาให้เราพิจารณา     อย่าไปสนใจแหล่งเสนอชื่อ weak candidates    ซึ่งเมื่อประชุมครบ ๓ วัน และได้ตัวบุคคลสำหรับเสนอให้ที่ประชุมกรรมการมูลนิธิอนุมัติ    เราก็ได้ข้อเสนอแนะในการสร้างชื่อเสียงให้แก่รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ดังนี้

  • หาวิธีประกาศรางวัลในสื่อต่างๆ ที่ไปถึงวงการวิชาการ/วิชาชีพด้านสุขภาพและสาธารณสุข
  • ไม่นำ ผู้เสนอตัวเอง เข้าในรายชื่อผู้ได้รับการเสนอ    เพราะในประกาศก็ระบุชัดอยู่แล้ว ว่าไม่รับการเสนอตัวเอง     
  • หาวิธีให้ได้ข้อเสนอตัวบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานเด่นจริงๆ
  • ในข้อมูลของ strong recommendation  จาก SAC ให้แนบ  CV และ ใบเสนอชื่อของผู้เสนอด้วย
  • ปรับปรุง เว็บไซต์ ให้น่าสนใจ และดึงดูด    ให้ผู้เข้ามาอ่านได้สัมผัสความเป็นรางวัลที่มีเกียรติสูง    

เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอแนะเหล่านี้    ต้องการการจัดการแบบที่ต่างไปจากเดิม ที่ทีมงานเดิมของมูลนิธิไม่ถนัด     ท่านรองประธานมูลนิธิและประธาน SAC ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล   จะไปจัดตั้งคณะทำงานขึ้นทำเรื่องเหล่านี้        

คณะกรรมการตัดสินให้รางวัลสาขาการแพทย์แก่ ศาสตราจารย์ Ralf Bartenschlager, Department of Infectious Diseases Molecular Biology, University of Heidelberg, Germany จากผลงานด้าน พยาธิวิทยาของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C)    นำไปสู่การดำเนินการทดลองยาต้านไวรัสกลุ่ม DAA (Direct Acting Antivirals)    ที่ทำให้หายขาดจากโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรัง ได้    ทำให้ปลอดภัยจากการดำเนินโรคไปสู่มะเร็งตับ    โดยที่เวลานี้ประมาณว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ทั่วโลก ๗๑ ล้านคน    ที่จะได้ประโยชน์จากการค้นพบนี้    โดยที่เวลานี้ค่ายายังแพง    ผู้เสนอชื่อ ศาสตราจารย์ Ralf Bartenschlager บอกว่าค่ายาที่ใช้รักษาต่ผู้ป่วย ๑ คนอยู่ระหว่าง ๕๔,๐๐๐ - ๙๔,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ หรือ ๑.๖ - ๒.๙ ล้านบาท    แต่มีข่าวนี้ (๗)บอกว่า ในไม่ช้าจะมียาออกจำหน่ายในประเทศไทยในราคาต่อผู้ป่วย ๑ คน เพียง ๑๐,๐๐๐ บาท    และ สปสช. อนุมัติสิทธิประโยชน์ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี แล้ว (๘) 

รางวัลสาขาสาธารณสุขได้แก่ ศาสตราจารย์ David Mabey (อ่านว่า เมบี), Professor of Communicable Diseases, Department of Clinical Sciences and London Centre for Neglected Tropical Disease Research (LCNTDR), London School of Hygiene & Tropical Medicine (LSHTM), UK   จากผลงานการพัฒนาวิธีป้องกันและรักษาภาวะตาบอดจากโรคริดสีดวงตา (trachoma)    ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบกทีเรียเรื้อรัง Clamydia trachomatis    โดยทำงานตลอดเส้นทางของการพัฒนา ตั้งแต่กลไกที่ภาวะติดเชื้อเรื้อรัง นำไปสู่ภาวะตามบอด    วิธีบำบัดโรคริดสีดวงตาตอนเริ่มต้น    วิธีใช้ยาปฏิชีวินะ (azithromycin, single dose) ในระดับพื้นที่กว้างขวางเพื่อป้องกันตาบอดของประชากรของประเทศที่มีโรคนี้ระบาดอยู่ (อัฟริกา ส่วนที่เรียกว่า Trachoma Belt)    และทำหน้าที่ผู้นำการรณรงค์ระดับโลกเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว    ผลงานของท่านจึงเริ่มตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐาน  งานวิจัยทางคลินิก  และงานวิจัยระบบ โยงกับงานขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง            

มีคนทั่วโลกอยู่ในข่ายได้รับประโยชน์จากผลงานชิ้นนี้ ๖๐ ล้านคน    หรือร้อยละ ๒๐ ของคนตาบอดทั่วโลกซึ่งมีประมาณ ๓๐๐ ล้านคน        

โปรดสังเกตนะครับว่า รางวัลปีนี้ได้แก่ผลงานด้านโรคติดเชื้อทั้งสองรางวัล    ทำให้คณะกรรมการ IAC เอ่ยกันว่า   SAC ต้องศึกษาผลงานด้านโรคไม่ติดต่อ (NCD) ให้จริงจังยิ่งขึ้น 

การประชุมปีนี้สนุกมาก    มีการเสวนาระหว่าง IAC  กับ SAC อย่างมีข้อมูลประกอบดีมาก     เทียบกับเมื่อผมเริ่มเข้าไปเป็นกรรมการ IAC เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เวลานี้การค้นหาข้อมูลประกอบการพิจารณาในขณะที่กำลังประชุมสะดวกมาก    ทำให้ผมหวนคิดเรื่องการเรียนรู้ของนักศึกษาและนักเรียน    ว่าบรรยากาศในห้องเรียนน่าจะเหมือนกับที่ผมนั่งเรียนรู้อยู่ในวงประชุม IAC   คือฟังไป สังเกตคนอื่นไป  และค้นหาข้อมูลจาก อินเทอร์เน็ตไปด้วย   

เนื่องจากตอนสายวันที่ ๑๗ พอมีเวลา     ผมจึงเล่าให้กรรมการจากต่างชาติทราบว่า    มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลมีกิจการสามด้าน    นอกจากการพระราชทานรางวัลแล้ว    ยังมี PMAC (9)  และ Youth Program (10)    ทำให้ ศ. อารอน เสนอกิจการที่สี่    คือโครงการสนับสนุนเยาวชนไทยที่ทำงานวิชาการสู่นวัตกรรมในต่างประเทศ    ให้กลับมาทำงานในประเทศไทยร่วมกับทีมในประเทศไทย ปีละ ๒ - ๓ เดือน ทุกปี    เน้นงาน start-up   ผมเรียนว่า ขอให้หาโอกาสกราบบังคมทูลสมเด็จองค์ประธานโดยตรง    และเล่าเรื่องการกราบบังคมทูลของ Prof. Nevin Scrimshaw ต่อเนื่องกันสี่ห้าปี  จนในที่สุดเกิด Youth Program 

ในระหว่างการเสวนา ผมได้เรียนรู้ area ใหม่ๆ ที่มี biomedical advance   เช่น vascular biology, hypoxia biology, violence biology

เมื่อวานนี้ (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) ได้มีการแถลงข่าวรางวัลปีนี้ไปแล้ว     สื่อมวลชนน่าจะได้ลงรายละเอียดแล้ว

ปีนี้เดิมมีแผนสมเด็จพระกนิษฐาธิราชฯ เสด็จนำ IAC ไปเยี่ยมชมกิจการพัฒนาในจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๑    ต้องงดกะทันหันเพราะเสด็จเข้าโรงพยาบาลเพราะปวดพระนาภีและปรอทขึ้น    รวมทั้งงานพระราชทานเลี้ยงที่วังสระปทุมค่ำวันที่ ๑๘ ก็ต้องโปรดให้ท่านผู้หญิงใหม่ สิริกิติยา เจนเซน ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพรับแขกแทน   

งานพระราชทานเลี้ยงที่วังสระปทุม จัดที่อาคารใหม่ที่ย้ายมาจากพระราชวังสวนดุสิต    เหมือนปีที่แล้ว    มีดนตรีประโคม String Quartet จากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา  ในธีม ดนตรีแห่งชีวิต ดนตรีแห่งแผ่นดิน    ไพเราะยิ่งนัก     และรายการอาหารในภาษาอังกฤษ ทำให้ผมได้ความรู้ว่า ต้นข่าไก่ในภาษาอังกฤษใช้ว่า Galangal Soup with Chicken    และได้ความรู้ว่า ลูกมะตูมเรียกว่า Bael Fruit   เพราะรายการของหวานมี Bael Fruit Cake    ผมเล่างานพระราชทานเลี้ยงเมื่อปี ๒๕๕๖ ที่ (๙) 

บ่ายวันที่ ๑๗ ตุลาคม    คณะกรรมการได้ไปชมพิธีซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมาร์ค ที่ชั้น ๗ โรงพยาบาลปิยะมหาราชการุณย์     ได้เรียนรู้ความยากลำบากในการจัดการขบวนเรือ ๕๒ ลำ     ท่ามกลางความไม่แน่นอนของกระแสน้ำและลม     และได้รูปขบวนเรือในมุมสูงมาฝาก

วารสาร The Lancet ฉบับวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ลงข่าวการประกาศรางวัลไว้ที่ 20191125185732.pdf

วิจารณ์  พานิช

๑๙ ต.ค. ๖๒  ปรับปรุง ๒๕ พ.ย. ๖๒

  

1 กรรมการ ๑๐ ท่าน มาประชุมไม่ได้ ๑ ท่าน

2 IAC ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับ SAC

3 พิธีซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมาร์ค ๑๗ ตุลาคม

4 เรือสุพรรณหงส์

5

6 สาวน้อยไปรับพระราชทานเลี้ยงที่วังสระปทุม

หมายเลขบันทึก: 673292เขียนเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2019 18:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2019 18:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี