กาลครั้งหนึ่ง.........จนมาถึงทุกวันนี้

       ถ้าพูดถึงจุดเปลี่ยนนั้นกว่าจะมาเป็นทุกวันนี้ฉันก็ได้พบเจอกับจุดเปลี่ยนมาหลายครั้งมีหลายเหตุการณ์ในทุก ๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาแต่ทุก ๆ ครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีเรื่องที่ให้ต้องรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้ทำให้เราได้แย่ลงแต่ทุกครั้งคือความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าของชีวิตทำให้เราต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจแล้วอยู่กับทุกสถานการณ์ของชีวิตได้

...

        จากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ตาโต ๆ ผิวดำ ๆ ที่ร้องไห้กรี๊ดลั่ันโรงเรียนในทุกเช้าจนเป็นที่น่ารำคาญของคนแถวนั้นทั้งครูผู้ปกครองและนักเรียนจำไม่ได้ว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไรทำไมถึงไม่ชอบไปโรงเรียน เป็นที่ที่ฉันไม่ชอบมากที่สุดเลยในตอนนั้นกลัวการต้องไปโรงเรียนที่สุดตลอดปีจุดเปลี่ยนไม่ใช่เพราะว่าไปจนเริ่มชอบโรงเรียนแต่เป็นเพราะว่าเพื่อนทุกได้เลื่อนชั้นขึ้นอนุบาล 2 แต่เราไม่ได้เลื่อนชั้นทำให้ฉันเสียใจแล้วหลังจากนั้นก็เริ่มอยากมาเรียนหนังสือจนถึงทุกวันนี้ 

...

       พ่อแม่ต้องทำนาอย่างเหมือโชคชะตาแกล้งข้าวที่ได้ก็น้อยมากครั้งหนึ่งเคยมีควายของคนในหมู่บ้านเข้ามาเหยียบย่ำข้าวในนาความเสียหายก็เยอะมากอยู่แต่ไม่รับผิดชอบและยังมาด่าคนในบ้านเพราะเราไปเรียกร้องเอาจากเขาเพราะบ้านเราจนกว่าเลยโดนเอาเปรียบมาตลอด พ่อได้เงินมาจากการทำงานอย่างหนัก เพื่อไปซื้อข้าวเขากินเขากลับมาด่าเหมือนเราไปขอเขากินฟรีทั้งที่บ้านเขาก็ขายข้าวไม่เข้าใจเงินคนจนไม่ได้มีค่าเหมือนเงินคนรวย มาตอนนี้ที่บ้านเริ่มดีขึ้นมีข้าวพอกินเหลือขายให้คนที่ไม่มีในราคาที่ถูกและบางครั้งพ่อก็ให้เขาเอาไปกินแบบนั้นเลยเราเคยลำบากเลยเข้าใจความรู้สึกเขา

...

       ยามเด็กอยู่กับพ่อแม่พอจบป.6 ฉันยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยครูประจำชั้นบอกว่าได้สมัครเรียนให้เเล้วเรารับรู้แต่ก็ไม่ได้สนใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเรียนอะไรจนถึงเวลาใกล้เปิดดเทอมเริ่มใจหายเพราะเราต้องมาเรียนไกลบ้านจากคนที่นอนกับพ่อแม่ทุกคืนต้องมาอยู่ห่างพ่อแม่เริ่มน้อยใจคิดว่าพ่อแม่ำม่รักส่งมาเรียนไกลบ้านนอนร้องไห้ทุกคืน วันเสาร์อาทิตย์เห็นพ่อแม่เพื่อนมาเที่ยวหาเราก็เฝ้ารอเหมือนกัน ทั้งที่รู้แม่ไม่มา ตลอด 6 ปีในงานวันแม่จะเฝ้ารอดูประตูหอประชุมเผื่อว่าแมม่เราจะมาบ้างทั้ง ๆ ที่คุยกันแล้วแม่จะไม่มา แต่มันก้เป็นความหวังที่เราสร้างขึ้นมาเองจบงานแม่ก็ไม่เคยมา

...

        หลังจากนั้น คุณเคยเป็นกันบ้างไหมทั้งที่รู้ว่าทุกอย่างที่เป็นมันมีเหตุผลของมันแต่บางครั้งลึก ๆ ความรู้สึกมันก็มองข้ามเหตุผลฉันเปลี่ยนความเศร้าเป็นพลังเสาร์อาทิตย์จุดเปลี่ยนก็เดิดขึ้นอีกครั้งแทนที่จะเฝ้ารอก็เป็นการหาอะไรทำฉันรับจ้างครูที่โรงเรียนเพื่อมีเงินใช้จ่ายจะได้ไม่เดือดร้อนพ่อแม่สักวันจะได้มีช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้กันเร็วขึ้นจบ ม. 6  ฉันมีโอกาสกลับบ้านมากขึ้นฉันเลือกที่จะไม่กลับฉันเลือกที่จะทำงานเมื่อมีเวลาว่างฉันรู้ว่าเเม่ก็รู้เหตุผลของฉันและแม่ก็มีความรู้สึกที่อยากเจอฉันคิดถึงฉันเหมือนวันนั้นที่ฉันคิดถึงเขา 

...

       เปลี่ยนจากคนที่ไม่มีเป้าหมายไม่มีความคิดที่จะทำอะไรที่ไว้เพื่ออนาคตแค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ พอเริ่มโตขึ้นความคิดก็เริ่มเปลี่ยนเองคิดว่าจุดเปลี่ยนก็น่าจะมาจากการที่ได้ผ่านช่วงเวลาต่างผ่านช่วงวัยผ่านช่วงอายุทำให้ฉันเริ่มมีความคิดที่จะทำทุกอย่างเพื่ออนาคตต้องวางแผนชีวิตให้มากขึ้นเพราะตอนนี้อายุ 22 แล้ว 22 ของแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนเขาประสบความสำเร็จไปก่อนหน้านี้บางคนเขากำลังจะประสบความสำเร็จบางคนใกล้ความสำเร็จบางคนกำลังเริ่มและบางคนยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยพอได้คิดเช่นนี้ฉันต้องคิดว่าตัวเองจะทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จโดยเร็วที่สุด ทำอย่างไร เพราะตอนนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย เราต้องยิ่งพยายามให้มากกว่าคนอื่น


แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็พร้อมที่จะสู้พร้อมที่จะทำให้ตัวเองไปสู้ความสำเร็จต่อให้เหนื่อยให้ท้อไม่เคยยอมแพ้เพราะว่าทุกคนกำลังรอฉันพ่อแม่อยากเห็นฉันประสบความสำเร็จแล้วกลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน