•                                         การศึกษา    


          เมื่อย้อนดูชีวิตของตัวเองในสมัยก่อนนั้น ยังคงคิดถึงเรื่องราวเก่าที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายที่น่าประทับใจและมีเรื่องราวมากมายที่ไม่ควรจดจำ ตั้งแต่สมัยเด็กยังจำได้ว่าเป็นเพียงเด็กบนดอยธรรมดา มีบุคลิกภาพเป็นเด็กที่ตัวผอมแห้งๆ ผิวก็ดำปิปี๋ มีผมนิดเดียว และเกิดมาด้วยครอบครัวที่มีฐานะยากจน ขนมก็แทบไม่ได้ยิยแต่จะคอยกินผลไม้ตามฤดูกาลในหมู่บ้าน เหมือนทุกวันนั้นเราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากเพราะด้วยวัยเด็กนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่เมื่ออยู่มาวันหนึ่งคุณแม่ได้พาเราไปส่งที่ศูนย์เด็กเล็กในหมู่บ้าน เราต้องตื่นเช้าทำไมนี่เป็นคำถาม เพราะทุกเช้าที่แม่ตื่นหนูก็จะถูกเรียกให้ตื่น แม่จะพูดว่าตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าวแล้วไปศูนย์เด็ก ณ ตอนนั้นคือไม่อยากไปเลย เพราะนึกถึงสภาพของห้องเรียน เหมือนอะไรก็ไม่รู้ มีความคิดว่าทำไมต้องจับเราเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่กว้างนักและเราที่เป็นเด็กๆต้องอยู่ด้วยกัน และคุณครูจะคอยสอนร้องเพราะอ่านพยัญชนะ สระต่างๆ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องเหล่านี้ไปได้จริงๆ
  •     วินาทีแรกที่แม่พาเราไปส่งศูนย์เด็ก คือเราร้องไห้ อยากกลับบ้าน คือเราไม่ปล่อยมือแม่เลย ตอนที่แม่ปล่อยมือเราเราร้องไห้จนใจจะขาด 555 เมื่อมาคิดดูตอนนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่เว่อร์มาก แตกต่างจากเพื่อนคนอื่นก็ไม่เห็นจะร้องไห้เลย แต่ด้วยความเคยชินเมื่อเราไปทุกๆวันอาการนั้นก็หายไป เราได้เพื่อนเยอะขึ้นซึ่งเป็นเพื่อนในหมู่บ้านนั่นแหละบางคนที่มาใหม่ก็มีอาการที่ไม่ต่างจากเรา  มีเพื่อนคนหนึ่งเอาขวดน้ำมาเยอะมาก 555 คิดแล้วก็ขำคือนางไม่ยอมให้ใครเอาของนาง นางจะถือไว้ตลอดเวลา แม้กระทั่งนอนก็ไม่ปล่อยขวดน้ำจากมือเลย นี่แหละนี่วัยเด็กของเรา
  •    ในมุมของด้านการเรียน เมื่อเข้าสู่การเรียนรู้ในศูนย์เด็กแล้ว ก็จะเป็นเรื่องปกติทุกวันที่เราจะต้องอ่าน พยัญชนะ สระต่าๆ ฟังนิทานจากครู ฝึกเขียนพยัญชนะตามเส้นประต่างๆ ทุกวันของการมาเรียนก็มีลักษณะแบบนั้น จากที่เป็นเด็กที่ไม่อยากมาเรียนเรากลายเป็นเด็กที่มาเรียนทุกวันและมีความสุขกับการมาเรียนและการได้เจอหน้าเพื่อนๆ พอผ่านไป 2 ปี เราต้องย้ายไปในรั้วของโรงเรียนใหญ่เราตื่นเต้นมากและอยากไปโรงเรียนมาก จำได้ว่ามีชุดนักเรียนแค่ชุดเดียว เราก็จะใส่เกือบทุกวันตามประสาเด็กบ้านนอกที่ไม่มีชุดใส่ เราเดินไปเรียนทุกเช้าด้วยระยะทาง 4 กิโลเมตร แต่เราก็ไม่รู้สึกว่าเราจะเหนื่อยนะเพราะเรามีเพื่อนๆที่เดินไปเดินกลับด้วยกันแม้ระยะทางจะไกล อากาศจะ ร้อน หนาว เย็น ฝนตกจะตกก็ตามแต่เราก็สามารถผ่านจุดๆนั้นมาได้ ก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่คุ้มครองชีวิตของเรามาตลอด
  •      เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆเราก้ได้เติบโตมา กาลเวลาก็ผ่านไป เราก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นเรื่อยๆ จากวันแรกที่เราเป็นเด็กที่ไม่อยากอยากเรียนไม่อยากไปดรงเรียนเลย คิดว่าเป็นเรื่องที่ร้ายสาระ แต่เมื่อเราเติบโตขึ้นเราได้เห็นถงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ตลอดระยะเวลาที่เราได้ศึกษาตั้งแต่ชั้น ศูนย์เด็กเล็กจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเราสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า การศึกษานั้นยกระดับชีวิตของหนู เพราะจากที่เป็นเด็กที่อ่านไม่ได้เขียนไม่หนังสือก็ไม่ถูก ไม่เข้าใจภาษาไทยเลย แต่มาวันนี้หนูได้รับการเรียนที่ดี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในโรงเรียน หนูได้เป็นตัวแทนแข่งทักษะวิชาการ  ทางด้านวิชาวิทยาศาสตร์การทำโครงงานการทดลอง วิชาภาษาไทย ท่องทำนองเสนาะ ประกวดเรียงความ ประกวดร้องเพลง และอีกมากมาย ประสบการณ์เหล่าหนูได้รับจากครูหลายๆท่านที่ให้โอกาสกับหนูมอบโอกาสให้หนูพิสุจน์ตัวเองในสิ่งที่เรากลัวมาตลอด หนูได้รับทุนการศึกษาในระหว่างที่เรียนหลายครั้ง เงินเหล่านั้นแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวของหนูเป็นอย่างมาก ทำให้เราได้มีโอกาสเรียนต่อเรื่อยๆ และมากกว่านั้นการศึกษายกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเรา ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนคนอื่นจะไม่สามารถเอาเปรียบเราได้ เพราะเราสามารถเข้าใจภาษาไทย เวลาที่เราไปในโรงพยาบาลหรือสถานที่ต่างๆเราก็สามารถสื่สารกับคนอื่นได้ ถึงแม้อาจจะไม่ใช่ภาษาของพ่อแม่ก็ตาม การศึกษาทำใหเราทันต่อโลกปัจจุบัน เข้าใจถึงข่าวสารบ้าน การพัฒนาที่ก้าวไกล และเชื่อว่ายิ่งเราได้โอกาสในด้านการศึกษามากแค่ไหนเราก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น และเราก็จะนำความรู็ที่เรามีใช้ในทางที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม คนในชุมชน หมู่บ้าน และคนในครอบครัว มากกว่านั้นเราจะสามารถให้โอากาสกับอีกหลายชีวิตที่ยังไม่ได้รับโอกาสนั้น เราควรให้โอกาสกับเด็กเหล่านั้นเช่นกัน
  •     ขอบคุณ แม่ ในวันนั้นที่พาหนูไปส่งที่โรงเรียนเพราะก้าวแรกในวันนั้นทำให้หนูได้ก้าวออกไปอีกหลายพันเก้าในวันนี้ขอบพระคุณแม่ด้วยใจและจะทำทุกวันให้ดีที่สุดนะคะ  รักแม่มากๆ ค่ะ