ในความคิดของฉันนั้นใครจะมองชีวิตอย่างไรกก็ช่างมันไม่ได้มีผลกับฉับหรอกแต่ฉันมองเห็นสิ่งดี ๆ มากมายในชีวิตฉันไม่ได้รู้สึกขาดอะไรเลยทุกวันนี้ฉันว่าไม่มด้มีอะไรแย่เลยในทางกลับการฉันรู้สึกดีใจภูมิใจในความเป็นฉันในทุกวันนี้

ต้นทุนชีวิตของฉัน

ในความคิดของฉันนั้นใครจะมองชีวิตอย่างไรก็ช่างมันไม่ได้มีผลกับฉับหรอกแต่ฉันมองเห็นสิ่งดี ๆ มากมายในชีวิตฉันไม่ได้รู้สึกขาดอะไรเลยทุกวันนี้ฉันว่าไม่มด้มีอะไรแย่เลยในทางกลับการฉันรู้สึกดีใจภูมิใจในความเป็นฉันในทุกวันนี้

พลังครอบครัว… เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นความภูมิใจ เป็นความสมบูรณ์แบบที่ฉันได้รับเป็นความโชคดีที่เกิดในถ้ำกลางความรักความอบอุ่นภาพที่ได้เห็นพ่อแม่แสดงความรักเอาใจใส่กันและกัน พ่อสุภาพกับแม่ แม่ให้เกียรติพ่อ ต่างคนต่างเห็นอกเห็นใจกันกลายเป็นสิ่งที่เห็นเป็นปกติ ภาพความอบอุ่นนั้นทำให้ลูก ๆ เติบโตด้วยความรับความจากพ่อแม่ การให้อภัยการให้ความรักการให้โอกาสการให้เป็นสิ่งที่แม่สอนมา

ด้านจิตใจ… ครั้งหนึ่งฉันเคยกลัว กลัวทุกสิ่งทุกอย่าง หลังจากที่พระอาทิตย์ตก ใจก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มความรู้สึกนี้มันน่ากลัวมาก ถึงกับไม่อยากให้มีเวลากลางคืนไม่อยากให้มีความมืดไม่อยากให้ไฟดับไม่อยากให้ฝนตกไม่อยากให้มีฟ้าร้อง นอนคนเดียวไม่ได้ แต่ฉันโชคดีที่มีเพื่อนที่ดี รุ่นพี่ที่ดี น้องที่ดี และครอบครัวที่ดี คอยอยู่ข้าง ๆ จับมือฉันไม่เคยปล่อย คอยอยู่ข้าง ๆ คอยอยู่เบื้องหลัง จนฉันผ่านทุกสิ่งอย่างมาได้

สังคมของฉัน… ฉันเกิดในชนบทในหมู่บ้านในป่าใหญ่ทุกคนในหมู่บ้านเป็นเหมือนญาติพี่น้อง ทุกคนเป็นครอบครัวเป็นความโชคดีที่มาก ๆ ที่ได้เกิดถึงไม่เกิดในชุมชนที่เจริญรุ่นเรืองมากมาย บ้านไม่ได้หลังใหญ่ แต่ฉันมีความสุข มีความสุขมาก ๆ 

อีกช่วงหนึ่ง… อยู่ในโรงเรียนประจำ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ  ฉันชอบมากมีความวุ่นวายที่มีความสุข ฉันไม่เคยคิดว่าจะอยู่ร่วมกับคนเยอะ ๆ แบบนั้นได้วันแรกที่เข้าไป แอบร้องไห้หนักมาก ห้องโล่ง ๆ นอนเรียงกันเป็นแถว เวลาผ่านไปฉันก็รู้สึกผูกพันแบบไม่รู้ตัว ได้เรียนรู้อะไรมากมาย การทำกิจกรรมต่างๆ 

ได้มาง่ายก็ไม่รู้คุณค่า … พ่อแม่ไม่ได้มีเงินทองให้ดั้งนั้นตอนมาอยู่โรงเรียนประจำฉันจะได้เงินจากแม่เทอมละสองครั้งครั้งละไม่เกินห้าร้อย ส่วนในระหว่างนั้นเราก็ไปรับจ้างครูตามบ้านพักบ้านครูบ้าง ทั้งทำความสะอาดบ้านและรับจ้างทำขนมส่งขายให้โรงเรียน มีความสุขมาก ได้มาทีละนิดหน่อยก็ดีใจมาก เข้าเรียนอุดมศึกษางานก็มีให้ทำเรื่อย ๆ ขายของตลาดนัด ทำขนม ทำน้ำเต้าหู้ ล่าสุดทำงานร้านอาหารได้ฝึกเรียนรู้การทำกับข้าวได้ช่วยงานในครัวซึ่งไม่ค่อยถนัด 

ภมูิใจในตัวเอง… นะตั้งแต่อายุ 14-15 จนถึงทุกวันนี้อายุ 22 ฉันสามารถดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้พ่อแม่เหนื่อยไปมากกว่านี้อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยไป เหนื่อยบ้างท้อบ้าง งอแงไม่อยากไปทำงานบ้าง แต่ฉันก็ยังไม่สามารถหยุดได้ อายุก็เริ่มมากขึ้นโตขึ้นมากแล้ว ฉันเหลือเวลาอีกไม่มากต้องรีบสร้างเนื้อสรร้างตัวถ้าวันหนึ่งไม่มีฉันแล้วทุกคนที่อยู่ข้างหลังต้องสบาย ทุกคนทำเพื่อฉันมากแล้วขอให้ช่วงชีวิตที่เหลือเพื่อครอบครัวและคนที่รัก