KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 223. ความรู้ที่ขาดหายไป

         ผมเป็นคนโชคดี มีโอกาสไปร่วมการประชุมสำคัญๆ มากมาย     อย่างวันที่ ๙ - ๑๐ ธค. นี้ ก็ได้ไปร่วมประชุมวิชาการประจำปี ๒๔๙ ของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)     ผมพยายามสังเกตว่าผู้หลักผู้ใหญในบ้านเมือง มีมุมมองต่อเรื่องความรู้อย่างไร     ในโลกยุคสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ มุมมองต่อความรู้ของผู้นำในสังคมมีความสำคัญอย่างยิ่ง

         ผมพบว่า เวลานักวิชาการ  และผู้นำในสังคม พูดเรื่องความรู้ ฐานความรู้ ฯลฯ     ท่านจะไม่รวม "ความรู้ที่มีอยู่ในคน" (tacit knowledge) เลย    ความรู้ในคน หรือความรู้ปฏิบัติ เป็นความรู้ที่ขาดหายไป จากการยอมรับในสังคม   

         เวลาพูดถึง "ความรู้" คนทั่วไปจะนึกถึงหนังสือ  สมุด  อินเทอร์เน็ต  โรงเรียน  มหาวิทยาลัย  ครู อาจารย์      คนทั่วไปจะไม่นึกถึง "ผู้ปฏิบัติ" งานในเรื่องนั้นๆ  หรือมีอาชีพนั้นๆ     ทำให้ "ความรู้" ในสังคมของเราหายไปประมาณ ๘๐%     เพราะในโลกนี้ ความรู้ส่วนใหญ่อยู่ในผู้ปฏิบัติ อยู่ในวิถีชีวิต   

        เนื่องจากที่ผ่านมา เราขาดวิธีการนำเอาความรู้จากการปฏิบัติ มาตีความยกระดับ     เราจึงฝังใจอยู่กับความเข้าใจผิด ว่าความรู้ปฏิบัติไม่สำคัญ     เราหลงผิดคิดว่าความรู้ที่สำคัญ คือความรู้เชิงทฤษฎี ที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิชาการแล้วเท่านั้น     ความหลงผิดนี้ทำให้สังคมของเราขาดความเคารพคนเล็กคนน้อยที่เป็นคนหน้างาน     ทำให้คนส่วนใหญ่ขาดความมั่นใจตนเอง เพราะคิดว่าตนเป็นคนไม่มีความรู้      ต้องรอคำสั่งจาก "ผู้มีความรู้"     ทำให้หน่วยงานและชุมชนจมปลักอยู่กับสภาพ "ปัญญาอ่อน" เพราะมองไม่เห็นปัญญาของตนเอง     จมอยู่กับสภาพสะกดปัญญาของตนเอง สะกดปัญญาของกันและกัน ไม่ให้ออกมาทำประโยชน์ให้แก่หน่วยงาน หรือแก่สังคม

         ในโลกยุคสังคมความรู้      เรื่องใหญ่ที่สุดคือการปลดปล่อยใจคน ความเชื่อของคน     ให้เชื่อมั่นในความรู้ของตนเอง อันมาจากประสบการณ์การทำงาน     ให้เชื่อมั่นตนเองแบบ "ทั้งเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่น"      คือทั้งตระหนักในศักยภาพของตนเอง และข้อจำกัดของตนเอง ไปพร้อมๆ กัน      เชื่อมั่น แต่ไม่เหลิง ไม่ลอย

          การจัดการความรู้ คือการนำเอาความรู้ส่วนที่ถูกทอดทิ้ง มาทำให้เกิดคุณค่าและมูลค่า      การจัดการความรู้ คือการจัดการให้เกิด "การสนธิพลัง "(synergy) ระหว่างความรู้หลากหลายชนิด ในคน  ในความสัมพันธ์ระหว่างคน   ในวิถีปฏิบัติประจำวัน (วัฒนธรรม) ขององค์กร / ชุมชน / สังคม    เพื่อนำเอาความรู้เหล่านั้นมาสร้างคุณค่าและมูลค่าแก่กิจการงาน    เกิดผลดีต่องาน   ต่อองค์กร  และต่อผู้ปฏิบัติงานนั้น

         เคล็ดลับของการจัดการความรู้ก็คือ     เราไม่เน้นที่ตัวความรู้เป็นหลัก    เราเน้นที่ตัวคน และความสัมพันธ์ระหว่างคน     เหตุที่เน้นเช่นนั้น ก็เพราะเราเน้นจัดการความรู้ส่วนที่อยู่ในตัวคนเป็นเป้าสำคัญที่สุด

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ธค. ๔๙