ดิฉันตั้งใจจะเขียนบันทึกนี้ให้ "พ่อ" ในวันพ่อ...เพื่อเป็นอนุสติ...แก่คนที่ยังมีพ่ออยู่ด้วย เมื่อดิฉันออกเรือนไปแล้วยังคงมีบ้านอยู่ใกล้บ้านแม่....ที่บ้านพ่อมีแม่...ที่คอยดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤติ....ขยับร่างกายได้ลำบาก...เป็นปกติก่อนไปทำงานทุกเช้าดิฉันจะแวะไปคุยกับพ่อก่อนไปทำงานเพื่อ...ดูแลสอบถามสารทุกข์...ช่วยเหลือป้อนข้าว...ป้อนน้ำกันก่อนไปทำงาน...รวมถึงคุยกับแม่ด้วย....
...ก่อนดิฉันไปทำงานเมื่อ....4 ปีก่อน
"หาผัดเผ็ดปลาไหลมาให้พ่อกินหน่อยนะลูก..เย็นนี้"
"ปลาไหลมัน..มันนะพ่อ...กินอย่างอื่นได้มั๊ย...หมอบอกว่าอย่าให้พ่อกินอะไรที่มีมันมากไง...จำไม่ได้เหรอ....คุณตา......"(ดิฉั๊นมักล้อเลียนเรียกท่านว่าคุณตา...ตามหลานๆ)
"จำได้....แต่อีกไม่กี่วันพ่อก็จะกินอะไร...ตามที่อยากกินไม่ได้แล้ว...."
"เย็นนั้น...ดิฉันได้ผัดเผ็ดปลากระพง มาให้พ่อแทน..."
"พ่อกินหมด..."
"อร่อยมั๊ยคะ......คุณตา..ร้านนี้"....
"อร่อยดี....ว่าแต่....เค้าไม่ผัดปลาไหลเหรอ..."
"ผัดค่ะ...แต่หนูไม่ให้กิน.มัน...มาก...(ดิฉันหมายถึงไขมันในปลาไหล)
ต้องฟังหมอรู้มั๊ยคุณตา...จะได้เดินได้อีกไง....เดินได้จะพาไปเที่ยวนะ
หลังจากนั้น...สามวัน...พ่อดิฉันก็ถูกเจอะคอ...รับอาหารทางปากไม่ได้อีกเลย และท่านมาเสียตอนอายุ...73 ปี
ดิฉันไม่สบายใจ...จนถึงวันนี้....ที่ไม่หาปลาไหลให้ท่านกินตามที่ท่านอยากกิน ทุกวันนี้...ทุกครั้งที่ไปหาท่านที่วัด...ดิฉันก็จะเอาปิ่นโตใส่ผัดเผ็ดปลาไหลไปด้วย....ตั้งที่ข้างๆ บัว(ที่เก็บกระดูกของท่าน) แล้วนั่งนิ่งๆ ประมาณว่ารอท่านกินเสร็จจึงจะเก็บ........มีพระรูปหนึ่งเดินมาใกล้...คงเดินมาดูว่าดิฉันมานั่งทำไมทีละนานสองนาน....ดิฉันบอกท่านว่า "เอาปลาไหลมาให้พ่อ...พ่อชอบกิน"...พระท่านอมยิ้มแล้วเปรยว่า.....คนเรานี้หน้อ!...ตอนเป็นๆ...ก็ไม่ให้กิน....ตอนตายมานั่งเฝ้าให้กิน....อาตมาเห็นมานักต่อนักแล้ว....
คุณเมตตาคะ
ขอบคุณค่ะ เป็นกำลังใจให้กันนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
อ่านบันทึกนี้ของพี่เมตตาแล้วนึกถึง “คุณตา” ของพัชเลยนะค่ะเนี้ย .. เพราะว่าท่านก็ชอบทานผัดเผ็ดปลาไหลเหมือนกันค่ะ (แต่พัชไม่ได้เป็นคนลงมือทำหรอกนะค่ะ ให้ลูกสาวของคุณตาเป็นผู้แสดงฝีมือดีกว่า) ตอนนี้ท่านก็เสียชีวิตไปแล้วเหมือนกันค่ะ ด้วยอายุ 73 ปี เพราะตอนที่ท่านป่วยไม่ยอมทานอะไรเลยสักอย่าง แต่ก่อนหน้านั่นท่านอยากทานอะไร…ลูก หลาน จะหาให้ท่านได้เสมอ ๆ ค่ะ … คิดถึงคุณตาจัง
มาเยี่ยม...
การได้ทำอย่างที่คุณเล่ามาทำให้คุณสบายใจนะครับ...
อีกทางหนึ่ง...ควรทำบุญอุทิศไปให้ท่านโดยตรงเลยเหมื่อนเราส่งไปทางจดหมายถึงมือท่านเลยครับ...
ขอบคุณครับ...
จริงๆแล้วสิ่งที่คุณเมตตาทำนั้นเป็นเจตนาดีนะคะ…คนดีมักมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในใจเสมอ…เพราะเรามองไม่เห็นอนาคต…ถ้าเราหยั่งรู้อนาคตคงจะดี…
ถ้าคุณเมตตาเอาผัดเผ็ดปลาไหลให้คุณพ่อทานในวันนั้น…
หลังจากนั้น…สามวัน…คุณพ่อก็ถูกเจอะคอ…รับอาหารทางปากไม่ได้อีกเลย และท่านมาเสียตอนอายุ…73 ปี…
คุณเมตตาก็จะรู้สึกผิดอีกเช่นกัน…และก็คิดว่า “ไม่น่าเอาผัดเผ็ดปลาไหลให้คุณพ่อทานในวันนั้นเลย”…
เห็นไหมคะ…การตัดสินใจคราวนั้น…มันเหมาะกับสถานการณ์นั้นๆอยู่แล้วค่ะ…ทำใจให้สบายเถอะค่ะเพราะสิ่งนั้นคือเจตนาดีของลูกค่ะ