ผมทำตัวให้คนอิจฉาแต่ไม่สำเร็จ มีแต่คนหมั่นไส้  ไม่ชอบใจ  ไม่ๆๆอะไรอีกสารพัดสารเพ คนไหนทำให้ใครอิจฉาได้ผมถือว่าเก่ง เป็นผู้ที่สอบผ่านทางโลก ปัญหาอยู่ที่ว่าเมื่อมีคนอิจฉาแล้ว เราจะบริหารความอิจฉาให้อยู่สภาวะสมดุลไม่ก้ำเกินเลยเถิดเป็นพิษภัยได้อย่างไร  หรือถ้าสามารถแปลงความอิจฉามาเป็นความรักความศรัทธาได้ละเยี่ยมเลย  การที่ไม่มีใครอิจฉาผม  อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่เคยอิจฉาใคร ก็เลยไม่มีใครอิจฉาตอบ มันเป็นอย่างนี้หรือเปล่านะ หรือว่ามีข้อพิเศษที่ควรฉุกคิดอะไรอีก

..เอ๊ะ เราจะบริหารกิเลสกันอย่างไร
• การใส่หน้ากากหากัน  จะทิ้งระยะหรือเว้นวรรคให้พอดีพองามได้อย่างไร?
• การร่วมมือร่วมใจ จะขันชะเนาะแน่นหรือคลาย หรือติดโชคอัพไว้อย่างไร?
• การร่วมทุกข์ร่วมสุขทางสังคม จะมีจุดร่วมแสวงจุดต่างที่พอเหมาะพอควรอย่างไร?
• การสร้างมิติทางสังคม จะแบ่งปันหน้าที่ แล้วต่อแต้มพันธกิจระหว่างกันอย่างไร?
• การสื่อวาจาภาษาดอกไม้ จะเลือกดอกอะไร ดอกสีสวย หรือดอกที่กลิ่นหอม หรือจะเอาดอกที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม ต้องแยกแยะดอกพลาสติก กับดอกไม้จริงอีก


      ผมเป็นศิษย์มีครู ครูผมมีมากมายหลายร้อยท่าน ถ้าเอามาร้อยเรียงทั้งหมดก็จะกลายเป็นบรรณานุกรมครู ขออนุญาตเก็บไว้ในใจดีไหมครับ ครูผมนั้นไม่ใช่จะมีเฉพาะที่เป็นมนุษย์ ต้นไม้ใบหญ้า วัวควาย ก็เป็นครูของผม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวัว2วันมานี้  วัวชื่อแม่สีนวล  ท้องเป่งมาหลายเดือน ถูกปรับปรุงพันธุ์โดยใช้น้ำเชื้อผสมเทียมวัวพันธุ์ซาฮิวาล ลูกในท้องคงตัวโตและเป็นท้องสาวด้วย  แม่สีนวลปวดท้องเบ่งตั้งแต่หัวค่ำ  ย่องไปดูทุกชั่วโมงก็ยังไม่คลอดออกมาสักที  จนกระทั่งตี1คราวนี้แม่วัวลงนอนครวญเคร่งครัด ผมไม่เคยเห็นวัวร้องคร่ำครวญยาวๆเช่นนี้  แสดงว่าการคลอดคงมีปัญหาสักพักหนึ่งเห็นขาคู่หน้าโผล่มาพร้อมกับจมูกมีลิ้นคับปาก ผมตัดสินใจเข้าช่วยทำคลอด  เข้าไปนั่งยองๆจับขาคู่หน้าได้ก็ร้องให้จังหวะแม่วัวเบ่ง  พอเบ่งทีเราก็ดึงที ผมไม่ได้เตรียมถุงมือผ้าไป  เอามือเปล่าไปดึงจึงสัมผัสกับเมือกลื่นๆ  ทำให้การจับดึงลำบาก


          ดึงไปดึงมาผมกับแม่สีนวลต่างหมดแรงไปด้วยกัน จะหยุดพักนานก็ไม่ได้ เพราะเห็นลิ้นลูกวัวจุกแน่นอยู่ในปาก เราไม่สามารถประเมินสถานการณ์ว่าเป็นตายร้ายดีประการใด เกรงว่าลูกวัวจะขาดอากาศหายใจ ผมกับแม่สีนวลจึงร่วมด้วยช่วยกันเบ่งช่วยกันดึงอีกครั้ง ประมาณ20นาที“เจ้าทองแดง”(ชื่อลูกวัว) หลุดออกมานอนเผละข้างๆแม่  ผมรีบเช็ดน้ำเมือกออกจากจมูกและปาก เห็นลูกวัวดิ้นได้ก็สบายใจ คงปลอดภัยรอดชีวิตแล้ว 


         แต่แม่วัวซิครับนอนอ่อนแรงแผ่สองสลึง ไม่กระดุกกระดิกอะไรเลย  จนกระทั้ง 2 ชั่วโมงผ่านไป ถึงลุกขึ้นยืนได้อย่างโผเผ สักพักหนึ่งก็นอนลงอีก คราวนี้มีถุงน้ำสีน้ำเงินคล้ำห้อยโตงเตงออกมาจากช่องคลอด ยาว1ศอกกว้างประมาณขวดน้ำอัดลมขนาด1ลิตร ผมคิดว่าในระหว่างดึงช่วยทำคลอดนั้น อาจจะไปทำให้ลำไส้หรือมดลูกหลุดตามออกมาด้วย  


           ตอนนี้ละครับ ที่หมอผดุงครรภ์จำเป็นแทบช็อค กลางดึกดื่นอย่างนั้นผมจะทำอะไรได้ จึงโทรไปเรียกผู้ช่วยให้มาดู มาถึงก็ช็อคยกกำลังสอง ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้ ไม่มีประสบการณ์ เอาแล้วไหมละ  ความรู้ไม่พอใช้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง วิตกจริตไปต่างๆนานา บังเอิญว่าก่อนที่เหตุการณ์จะวิกฤติไปกว่านี้  แม่สีนวลลุกขึ้น ทำให้ไส้ปริศนานั้นแตกโพล๊ะออกมา พบว่าที่จริงมันคือถุงน้ำคลำที่มันควรจะแตกช่วยหล่อลื่นในระหว่างคลอดลูก  มันมาแตกเอาภายหลังซึ่งไม่จำเป็นอะไรแล้ว เหตุการณ์ในเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :ในโลกนี้ไม่มีทฤษฎีอะไร ความรู้อะไร ที่สมบูรณ์จนไม่ต้องแก้ไข


           เรื่องที่เกิดขึ้นจดบันทึกช่วยความจำ จำแล้วนำไปถ่ายทอด ไม่อย่างนั้นก็จะถูกลบชื่อออกจากสารบัญมนุษย์พันธุ์KM. ที่เน้นการปฏิบัติจนได้ความรู้ใหม่ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่บางคนเรียกว่านวัตกรรม ถ้าผมสอบไม่ผ่าน เหตุการณ์นี้อาจจะเปลี่ยนเป็นฆาตกรรมก็ได้