“เศรษฐกิจพอเพียงนั้น เขาตีความว่าเป็นเศรษฐกิจชุมชน หมายความว่า ให้พอเพียงในหมู่บ้านหรือในท้องถิ่น ให้สามารถที่จะพอมี พอกิน พอมีพอกินนี้เป็นเพียงเริ่มต้นของเศรษฐกิจ เมื่อปีที่แล้วบอกว่าพอมีพอกิน คือพอมีพอกินของตัวนั่น ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเศรษฐกิจสมัยหิน ไม่เป็นเศรษฐกิจพอเพียง ”

                     พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
       23 ธันวาคม 2542

กระแสเศรษฐกิจพอเพียงกำลังพัดกระหน่ำไปตามกรมกองและหน่วยราชการต่างๆ ช่วงนี้มีการประชุมสัมมนา จัดนิทรรศการ จัดกิจกรรมหลากหลาย ที่เห็นเป็นปรากฎการณ์อย่างกว้างขวางได้แก่การใส่เสื้อสีเหลือง ส่วนผลงานที่เป็นรูปธรรมยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าใดนัก

คนเมืองกรุงอาจจะตีความเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นเรื่องของการทำการเกษตรเป็นส่วนมาก ทั้งๆที่เรื่องเศษฐกิจพอเพียงควรเป็นเรื่องของวิถีสังคมไทย ที่ชาวไทยนอกจากช่วยกันนำพระราชดำริไปกำหนดเป็นหลักการของชาติแล้ว ยังมีการบ้านให้คิดต่อว่าทำอย่างไร เศรษฐกิจพอเพียงถึงจะไปปักหลักอยู่ในระดับวัฒนธรรมของชาติ

เลขาธิการสหประชาติประกาศแล้วว่า จะน้อมนำเอาหลักการเศรษฐกิจพอเพียงไปขยายผลในหมู่มวลมิตรประเทศกว่า 130 แห่งในปีหน้า เจ้าชายจากภูฐานเองก็ประกาศทุกครั้งที่เสด็จมาเยือนเมืองไทยว่าพระองค์สนใจและศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความชื่นชมประเทศไทย

ผมพบว่า..เขยไทยที่เป็นชาวต่างชาติมาอยู่ในอีสาน พวกนี้ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก ทุกคนมาสร้างบ้านแต่ละหลังล้วนใหญ่โตกว้างขวาง สังเกตุได้ง่ายเพราะจะมีรั้วคอนกรีต มีเสาตั้งจานดาวเทียม ทุกบ้านจะมีคอมพิวเตอร์ นอกจากจะใช้ไอที.เพื่อการสื่อสารกับที่บ้านในต่างประเทศแล้ว เขาใช้ค้นคว้าเรื่องทฤษฎีใหม่ บางคนรับงานจากต่างประเทศมานั่งทำในประเทศไทย

จุดเด่น ของฝรั่งเหล่านี้ก็คือ ก่อนจะลงมือทำอะไร เขาจะศึกษาให้ได้ความรู้ในระดับที่ชัดเจนเบื้องต้น แล้วจึงลงมาทำ ทำไปเรียนไปทดลองไป แปลงผักสวนครัวหลังบ้านของเขาจึงเจริญงอกงาม เพราะเขาปลูกด้วยความเข้าใจ และตั้งใจทำ

ระบบงาน เขาจะตั้งเป้าไว้ว่าวันนี้จะทำงานกี่ชั่วโมง  ก็จะลงมือทำตามที่วางแผนไว้อย่างเต็มที่ สวนกล้วย สวนผัก ของเขาจึงน่าดูชม บางคนทำนาเอง หว่านเอง เกี่ยวเอง นวดเอง หน้าแดงผิวแดงอย่างขมักเขม้นอยู่ในท้องทุ่ง มีคนไทยไปชวนให้ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกทางการเกษตร เขยฝรั่งเขาบอกว่า การพึ่งตนเองสนุกที่สุด ได้ประโยชน์ ได้อาบแดด ได้ใช้เวลาทำคุณประโยชน์ให้กับตนเอง นอกจากสุขภาพกายแข็งแรงแล้ว สุขภาพใจก็เบิกบานแช่มชื่น ถ้าอยากเห็นคนไทยมีความสุขไม่ต้องถ่อสังขารไปดูที่ประเทศพูฐานหรอก แอบไปเมื่ยงๆมองๆดูครอบครัวฝรั่งแล้วจะเข้าใจ แต่อย่าไปเผลอใจอยากได้แฟนฝรั่งกันหมดเสียละ เหลือไว้ให้หนุ่มไทยจอมขี้เกียจขยายพันธุ์ไว้บ้าง

จากการที่ค่าของเงินต่างกันลิบลับ ของเรา 40 บาท ไปแลกได้ดอลล่าร์เดียว จากความต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานี่เอง ทำให้เขยไทยมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยได้อย่างสะดวกสบาย ในครั้งแรกอาจจะมาเมืองไทยในช่วงหนีหนาว แต่พอมาสัมผัสกับจารีตประเพณีไทยที่อ่อนหวานและสังคมเครือญาติแบบไทยๆ เขยฝรั่งพวกนี้จึงหาทางมาอยู่ถาวร แถมยังไปชวนพรรคพวกให้ตามมาขยายเผ่าพันธุ์มากขึ้นๆ

สิ่งที่เขยฝรั่งมาสร้างผลงานไว้ทุกครัวเรือนก็คิอการปลูกผักสวนครัวกันเต็มบริเวณบ้าน หลายเขยพัฒนาไปปลูกกล้วย ปลูกฝรั่ง ปลูกชมพู่ ปลูกไม้ผล ทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ นับเป็นเกษตรผสมผสานที่เป็นทั้งรูปแบบและตัวบุคคล ฝรังพวกนี้นำสิ่งดีๆมาสู่สังคมไทยบางประการ เช่น

/นำวัฒนธรรมการเรียนรู้มาสู่สังคมไทย
/นำวัฒนธรรมรักการอ่านการค้นคว้า
/นำความมีระเบียบ  ดูแลบ้านช่องให้สะอาดสะอ้านมาสู่ครัวเรือน
/นำความขยันขันแข็ง มานะบากบั่นทั้งๆที่มีเงินจับจ่ายแต่กลับประหยัดอดออม
/นำความมีวินัย ซื่อตรงต่อตัวเอง 
/นำวิธีทำงานอย่างมีแบบแผน
/นำวิธีการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล
/นำหน้าในการสนองพระราชดำริ ด้วยการทำเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรูปธรรม 

เรื่องนี้อยากให้คนไทยพึงสังวรณ์ "อย่ารักในหลวงด้วยความรู้สึก" ควรช่วยกันคนละไม้ละมือ อย่างน้อยก็อย่าให้อายเขยฝรั่ง โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่ยาย พ่อตา น้า ป้า อาลุง ที่เป็นเครือญาติของเขยฝรั่งทั้งหลาย อย่าทำตัวเป็นชลอหลังยาวให้ลูกเขยชาวต่างชาติเขาดูถูกเอา ระวังเกิดเขาไม่นับเข้าเครือญาติด้วยอย่าว่าหล่อไม่เตือนนะจ๊ะ