ไม่ได้เขียนบันทึกซะหลายวัน รู้สึกปะติดปะต่อไม่ค่อยจะถูก เลยแฮะ !!
โชคร้ายหรือโชคดีก็ไม่ทราบ สรุปว่าโชคดีมากกว่า ตัวเองได้ไปร่วมงาน (มหกรรม KM) ก่อน 1 วัน ร่วมกับทีมงานคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอ.ปารม ี อ.เสาวรัตน์ พี่โอ ๋ พี่เม่ย และ พี่ nidnoi
เป็นเพราะทั้งชุดที่ว่า ต้องไปเป็นวิทยากรอบรม ประชุมให้กับสถาบันพยาธิ ทำให้ตัวเองได้มีโอกาสฟังทุก ๆท่านได้เล่าถึงการทำงาน โดยใช้เครื่องมือ KM ไม่ว่าจะเป็น
ที่สำคัญก็คือผู้ฟังต้อง deep listening มีสมาธิ เพราะทุกเรื่อง ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีประเด็นหรือเนื้อหาที่มีนัยสำคัญซ่อนอยู่ เผลอ ๆ อาจจะมี Tacit ซ่อนเร้นอยู่ในระหว่างบทสนทนานั้นก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องเก่าแก่ และเรื่องเก่าเก็บทั้งหลายตรงนี้ได้คิดว่าใครที่เล่าอะไรให้เราฟัง เขาก็คงมีความรู้สึก ดี ดี ไม่งั้น คนเกลียดขี้หน้ากันจะเล่าเรื่องให้ฟังกันมั๊ยล่ะ ? แม้แต่หน้าคงยังไม่นึกอยากมอง เพราะงั้นใครเล่าอะไรให้เราฟัง เราต้องดีใจ เพราะนั่น เป็นเครื่องหมายของความเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันนี่เอง !!ว่ามั๊ย ??
- Dialogue สุนทรียสนทนา
- Story telling เรื่องเล่า
- AAR (After action review) ทบทวนหลังกิจกรรม
- Webblog หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Blog การบันทึก
ดังนั้น 3 วันกับ 2 คืนที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก เอ๊ย ! นอกบ้าน ทุกที่ ทุกเวลา หน้าห้องน้ำ ทานข้าว โต๊ะกลม ในรถ Taxi ฯลฯ ตลอดเวลา ผู้เขียนจะตั้งใจ deep listening ไง!! และค้นหา Tacit ก็ได้มั่งไม่ได้มั่งล่ะน๊ะ ?
ว่าแต่ deep listening ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงานน๊ะ เพราะพอเราคุยเรื่องไหน ๆ ก็ไม่แคล้วคุณเอื้อดึงพวกเรากลับมาเรื่องงานอยู่เรื่อย ๆ บอกตามตรง จึงไม่แปลกใจ “กว่าจะมีวันนี้ของคุณเอื้อ” เนี่ย ท่านต้องทำงานหนัก มาก มาก
<blockquote>และนี่เองถึงเป็นที่มาของ KM ได้ตลอดเวลาแม้แต่บนรถ Taxi ระหว่างรอ…ฯลฯ โดยเฉพาะในร้านอาหาร ถ้าใครไม่เล่าผู้เขียนจะเล่าเอง เพราะทนไม่ไหวแล้ว เล่าให้นายดำฟังไป 1 รอบ ก็ได้ความเห็นที่แตกต่างในอีกมุมมอง ซึ่งอยากเล่าในตอนต่อไป-อิ อิ
</blockquote>
สวัสดีค่ะ คุณขจิต คิดไปคิดมาชักไม่แน่ใจแล้วว่า deep listening หรือจะเป็น sleep listening กันแน่–อิ อิ
เจริญพร จ้า
เข้ามาอ่าน ครับ พอดีความเห็นสุดท้าย ก็ขอต่อ นะครับ
1. deep listening
2. sleep listening
3. deep sleeping
น่าจะเป็นพัฒนาการที่มีมานานแล้ว แต่อาตมาเพิ่งค้นพบ 5 5 5
เจริญพร
ขอนมัสการพระคุณเจ้า
1+2 =3 เป็นจริงด้วย สาธุ สาธุ