ท่านอาจารย์ไพบูลย์จะสร้าง "องค์กรมหาชนเพื่อชีวิตมั่นคงปลอดอบายมุข" เรียกได้ว่าเป็น สสส. ที่มุ่งเรื่อง "อบายมุข" นั่นเอง เพื่อส่งเสริมรณรงค์เรื่องนี้อย่างบูรณาการ เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ
ท่านได้พูดว่าเรื่องอบายมุขนี้ จะจัดการแบบตึงไปหรือหย่อนไปไม่ได้ เพราะมนุษย์ยังเป็นมนุษย์ มีกิเลสอยู่
ผมเห็นด้วยว่ายิ่งในสังคมไทยที่มีอบายมุขแทรกเป็นยาดำอยู่ในสังคมวัฒนธรรมอย่างนี้ เรื่องนี้ต้องจัดการอย่างชาญฉลาดเป็นอย่างมาก
ท่านกล่าวว่า "การจัดการความรู้" เป็นประเด็นสำคัญมากที่จะส่งเสริมในเรื่องนี้ รวมทั้งในยุทธศาสตร์ต่างๆ ของกระทรวงฯ ด้วย
เชื่อว่า “การจัดการความรู้” ที่เกิดจาก ความเข้าใจ ความรัก เมตตา ปรารถนาดีอย่างแท้จริง จะไม่มีวัน ตึงไปหรือหย่อนเกินไป ครับ … แต่ถ้าจัดการด้วยกิเลส เพื่อรีดเอาผลงานมาโชว์ให้ได้ทันใจของผู้รับผิดชอบ เพื่อเอาใจนาย หรือเพื่อบำเหน็จรางวัล ก็เป็นอันเลิกหวังได้ เรื่องจัดการอย่างพอเหมาะพอดี
จัดการความรัก(ฅน ตน งาน องค์กร) แล้ว จัดการความรู้ อบายมุขต้องหมดไปจากสังคมแห่งการเรียนรู้ แน่นอนครับ
เรียนท่านอาจารย์ Handy และท่านอาจารย์ JJ ครับ เราคาดหวังว่าอบายมุขจะหมดไปจากสังคมไทยได้ในที่สุดด้วยการจัดการจากองค์กรที่ตั้งใจจริงครับ