Service..ฉัน...Service..สบาย

น้องพร..บอกกับผมว่า.. ”พี่เชื่อมั้ย ..เมื่อก่อนอย่าว่าทำกับข้าวเลย  ข้าวหม้อใหญ่ ๆ...พรเองยังหุงไม่เป็น...เลยพี่”

..

 

เธอพูดให้ผมฟัง ...ในวันที่ผมเล้าถามถึง..ปูมชีวิตและเรื่องราวการใช้ชีวิตของเธอ

..

และกว่าผมจะรู้สึกคุ้นเคยกับเธอได้นั้น...ใช้ว่าผมจะใช้เวลาแค่ปี สองปี หรอกนะครับ...(ตอนนี้ ดวงใจลูกสาวผม เธออายุ 12 ปีแล้ว)..พูดง่าย ๆ ว่าระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผมและครอบครัวของผม แวะเวียนมาเยี่ยมร้านเธอ...สั่งโน้น  สั่งนี้..จากเธอให้เธอทำ  แล้วเธอก็ยกมา  เสริฟให้ครอบครัวของผมที่นั่งรออยู่โต๊ะท้าย ๆ ของร้านได้กินกัน.. เมื่อกว่า 10 ปีก่อนโน้น

 

เธอบอกว่า...ระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา..ตัวเธอเองเป็นเพียงเด็กสาว ๆ คนหนึ่ง.. จากแดนที่ราบสูง ที่เดินทางเข้ามาหางานทำ ในดินแดนถิ่นสะตอ..ปักษ์ใต้บ้านเรา

 

เธอบอกว่า...การได้เป็นลูกจ้าง ในร้านขายข้าวแกง ข้างถนนแบบนี้.. เธอก็ภาคภูมิใจแล้วละ.. ถึงแม้นว่า..รายได้จากอาชีพนี้ มันไม่ได้มีเงินมากมายเป็นกอบเป็นกำ...แต่มันก็เป็นอาชีพสุจริต ที่เธอพูดได้เต็มปากว่า .. เธอหาเงินเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงพ่อแม่ของเธอได้  ด้วยเงินที่เธอได้มันมาอย่างภาคภูมิใจจากเม็ดเหงื่อทุกเม็ดของเธอเอง

 

น้องพร..เป็นเด็กเสริฟ ทำงานทุกอย่างในร้านอาหาร ตามที่แม่ครัวเจ้าของร้านสั่งให้เธอทำ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานที่ใช้แรงกายเสียมากกว่า(ล้างจาน เสริฟข้าว เสริฟน้ำ ฯลฯ) เธอทำงานอยู่ในร้านอาหารนี้อยู่หลายปี... “ครูพักลักจำ” คือสิ่งหนึ่งที่อยู่ในหัวของเธอเสมอมาเรื่อยมา

 

ก็ได้แต่พัก.. ลักแต่จำ...มันไม่เคยได้ลองทำสักที

 

อยู่มาจนกระทั่งวันหนึ่ง.. แม่ครัวเจ้าของร้าน ก็โพร่งปากบอกกับเธอว่า...  "พร” พี่จะไปอยู่ที่อื่น  ทำอาชีพอื่นแล้วนะ..ร้านนี้พี่จะขายให้เธอ ถ้วยชามรามไห สมบัติหากินของพี่ทุกชิ้นในร้านนี้..พี่จะเซ้งให้เธอหมด..เธอจะเอามั้ย!!

น้องพรเธอบอกว่า...  "เธออ้าปากค้าง ตกใจคิดไม่ถึง”

และด้วยความที่เธอ สู้ชีวิตด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอมาโดยตลอด

หัวใจที่มันสู้มาเสมอของเธอนั้น....มันสั่งเธอว่า.. "เอา” 

ทั้ง ๆ ที่เธอก็ยังหุงข้าวไม่เป็น.. ทำแกงก็ไม่ได้  

สิ่งที่เธอถนัด ก็มีเพียงการเสริฟอาหาร...

แต่ทำไม!!เธอถึงเอาละ!!

..


ผมนั่งฟังเธอเล่าเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอให้ผมฟัง

และวันนั้น...ผมมีเวลามากพอ ที่จะนั่งฟังเธอเล่าไปและละเลียดกิน “ผัดกระเพราหมูชิ้น รสจัดจ้าน ราดหน้าด้วยไข่ดาว”  จานนี้

..

..

อย่างเอร็ดอร่อย !!

..

คำว่า “เอา” คำเดียว  ทำให้เธอยืนหยัดกับการใช้ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาว กว่า 40 ปี ของเธอ มาได้ถึงทุกวันนี้

 

ข้าวที่ไม่เคยหุง...ก็ได้หุง

แกงที่ไม่เคยแกง....ก็ได้แกง

อาหารตามสั่ง  ....สารพัด(ที่ไม่เคยทำ...ก็ได้ทำ

ข้าวผัดรวมมิตรทะเล ข้าวผัดพริก ก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง และตามสั่งอีกมากมายที่เธอทำ(ผมบอกครง ๆนะครับว่า...เธอทำได้อร่อย ฝีมือรสชาติจัดจ้าน แบบคนใต้จริง ๆ...อย่าพึ่งเชื่อผม!! แต่วันหนึ่งวันใดภายภาคหน้า  หากขับรถผ่านมาที่ปั๊มแห่งนี้(ปตท ถนนเลี่ยงเมือง เส้นทางไป Big C สุราษฎร์ธานี)ผมอยากให้ลองแวะดูครับ

 

เธอคุยกับผมหลายเรื่อง..ผมหยุดสนใจเรื่องหนึ่งครับ... จากคำบอกเล่าของเธอ

“พี่...พรเอง ทุกวันนี้ เวลาส่วนใหญ่ พรจะทุ่มเทให้กับงานหน้าร้านของเธอเอง ลูกมือลูกน้องของเธอก็ใช่ว่าจะมาได้ทุกวันเหมือนเธอ...เธอจึงเป็นแม่ครัว และเด็กเสริฟไปด้วย..ในเวลาเดียวกัน

 

บางวัน มือพันกันเป็นทศกันฐ์ไปเลย..ก็เพราะลูกค้าขาประจำของเธอ.. มาพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน ...(ฮา)..งานเข้า

..

ทุกครั้งที่ผมสั่งข้าวมากิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงบ้าง  อาหารตามสั่งบ้าง..และทุกครั้งที่ผมเข้ามากิน  ทำไมผมถึงอิ่มพุงกางกลับไปทุกครั้ง

 

และผมไม่แปลกใจเลยครับว่า...ทำไมผมถึงอิ่ม!!

เธอจะตักอาหาร หรือทำอาหาร  ทำกับข้าว....เธอจะมือหนักเสมอ

ข้าวถ้วยกลมๆ ที่เธอตักราดมากับ “กับข้าว” นั้น เธออัดข้าวมาแน่น กระเพราหมูชิ้น ก็เป็นเนื้อหมูชิ้นจริง ๆ มันไม่บางแทบจะเป็นวิญญาณหมูเหมือนกับร้านข้าวแกง หลาย ๆ ร้านที่ผม เคยแวะกินมา และไม่เคยแวะไปกินอีกเลย  (ฮา)

 

เธอยังบอกกับผมอีกหลาย ๆ เรื่อง  

และเรื่องที่เธอพูดให้ผมฟัง ผมได้เห็นความสุขจากสีหน้าและแววตาของเธอ

..

ผมยังบอกกับเธออีกว่า...สิ่งที่เธอทำให้กับลูกค้านี่แหละ!!ความดีทั้งนั้น .. เธอไม่ค่อยมีเวลาเข้าวัด ตักบาตรพระ ฟังเทศน์ฟังธรรม เหมือนกับใครหลายร้อย หลายพันคนที่เค้าทำกัน  ผมบอกกับเธอว่า..ไม่เป็นไรหรอก...สิ่งที่เธอทำ การให้บริการลูกค้านี่แหละ!! ขายข้าวไม่แพง ตักข้าว ตักกับให้ลูกค้าไม่ขี้เหนียวนี่แหละ!! ความดีทั้งนั้น

และยังมีบริการแบบฟรี ๆ ให้เปล่า ๆ กับลูกค้าที่มานั่งกินข้าวที่ร้านของเธออีกด้วย

..

....ขนมหวาน  ....


ผมนั่งกินแล้วนะครับ.. หลายต่อหลายครั้ง 

ขนมหวานของเธอ ..ลอดช่องน้ำกะทิ ขนมรวมมิตรกะทิสด  ฟักทองแกงบวด  ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฯลฯ สารพัดขนมหวานที่เธอทำให้กินฟรีนั้น  เธอทำไม่ขี้เหนียวเครื่องจริง ๆ เข้มข้น..ขนมหวาน ถ้วยละ 10-15 บาท บางร้านยังอร่อยสู้เธอไม่ได้

..

ผมเชื่อแล้วครับว่า....การเป็นคนดี คนหนึ่งนั้น มันไม่ใช่เรื่องยากเลยนะครับ  

ขอเพียงเรา ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง...มันจะทำให้เราซื่อสัตย์ต่อคนอื่น

และเมื่อเราเข้าใจตัวเองเมื่อไหร่ ...เราก็จะเข้าใจผู้อื่นด้วยเช่นกัน

 

น้องพร..เธอยังบอกกับผมอีกว่า..

ตอนเย็น ๆ เธอจะตักแกง ที่เหลือ(ผมเชื่อว่าแกงที่เหลือของเธอ ก็คือ..แกงที่กินได้ ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงน้ำแกงอย่างเดียว)ใส่ถุง ไปแขวนไว้ที่หน้าร้าน กาแฟ ข้างๆ ร้านของเธอ ให้พนักงานของร้านกาแฟเอาไปกินที่บ้านหลังจากพวกเขาเลิกงานอีกด้วย

 

และสิ่งที่น้องพรพูดนั้น ผมเชื่อครับว่า...เธอทำจากใจ..ด้วยหัวใจของเธอ   หัวใจที่มีแต่จะให้

...

การที่เราจะส่งเสริมใครสักคนหนึ่งนั้น ให้เขาทำสิ่งดี ๆ สิ่งที่งดงามในแบบฉบับของเขาอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เมื่อเรามีโอกาส...ขอให้เราอย่าได้ละเลยนะครับ

 และคนดีๆ สังคมๆ จะอยู่เคียงข้างเราเสมอ

 

ชีวิตนี้ของผม...ผมรู้สึกเป็นเกียรติ มากนะครับ ที่ผมได้พบเจอ.. คนดี ๆ อีกคนหนึ่ง...เธอจึงเป็นอีกคนที่ผมมีโอกาสเขียนถึง ....

ภูมิใจครับ ที่วันนี้ เรื่องราวแบบนี้.. ที่ผมได้ถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้

 

น้องพร  “จรัสพร  มาศเมฆ” 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชื่นชม....ถนนสายชีวิต

คำสำคัญ (Tags)#คนดี#สุราษฎร์ธานี#ส่งเสริมคนดี#จรัสพร มาศเมฆ#หัวใจที่มีแต่จะให้#ร้านอาหารน้องพร

หมายเลขบันทึก: 644712, เขียน: 13 Feb 2018 @ 01:27 (), แก้ไข: 13 Feb 2018 @ 02:22 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

-สวัสดีครับ

-อ่านบันทึกนี้แล้วขอชื่นชมพี่พร

-น่ารักมากๆครับ

-ก้าวแรกสำคัญเสมอ

-ขอเป็นกำลังใจให้พี่พรทำดีต่อไปนะครับ

สลิษา ณ นคร
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะหนูก็เป็นหนึ่งนน่ะค่ะที่ขอชื่นชมป้าพร ทำกับข้าวอร่อยแล้ว แถมใจดีอีกตางหาก หนูยังได้เคยทานข้าวฟรีของป้าพรด้วยน่ะค่ะ ติดใจมาก ร้านป้าพร มีน้ำซุ่บให้ด้วยน่ะค่ะ น้ำซุ่บเนี้ยมีแต่เพิ่มเส้นก็จะเป็นก๊วยเตี๊ยวแล้วล่ะค่ะ 55 คิดถึงแล้วต้องอมยิ้มเลย น่

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมมุมมองคุณแสงฯ และการนำสิ่งดีงามของผู้คนสำคัญที่ผ่านพบมาบอกเล่าต่อ  ขยายความดีงามให้เชื่อได้ว่าสังคมไทยยังยึดถือความดีนำทางการดำเนินชีวิต  เชื่อมั่นในสังคมไทย  บ้านของเรายังน่าอยู่  และน่าอาศัยยิ่ง ๆ ขึ้น  เพราะเราทุก ๆ คนต่างทำสิ่งดีงามคนละเล็กละน้อย  คนละอย่างสองอย่างกันนะคะ